Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ

ฟุอาด ซัยดาน

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺ และความสันติสุขปลอดภัย จงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านทั้งหลาย และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ เพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

เป้าหมายของสูเราะฮฺ

มีจุดยืนที่ชัดเจนและอย่าเป็นคนในแง่ลบ

สูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ เป็นหนึ่งในสูเราะฮฺมักกียะฮฺ ที่มีเนื้อหายืดยาวที่สุด และถือเป็นสูเราะฮฺแรก ที่นำเสนอเรื่องราวของบรรดานบี อย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่เรื่องราวการสร้างนบีอาดัม อะลัยฮิสลาม จนถึงช่วงสุดท้ายของการสร้าง ตามด้วยเรื่องราวของท่านนบีนูหฺ ท่านนบีฮูด ท่านนบีศอลิหฺ ท่านนบีลูฏ ท่านนบีชุอัยบฺ ท่านนบีมูซา และท่านนบีมุหัมมัดของเรา อัฟเฎาะลุศเศาะลาติวัสลาม (ขออัลลอฮฺประทานการสดุดีที่ดีที่สุด และความสันติสุขแก่ท่าน) และสูเราะฮฺนี้ มักนำเสนอเนื้อหา ของการเผชิญหน้า ระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ และนำเสนอบทบาท ของความเท็จ ที่จะนำไปสู่ความเสียหาย บนหน้าแผ่นดิน ได้อย่างไร โดยที่เรื่องราวของบรรดานบี แต่ละท่าน ที่สูเราะฮฺนี้ได้นำเสนอนั้น ทำให้เราได้ประจักษ์ถึงการเผชิญหน้า ระหว่างความดีกับความชั่ว และมีการเปิดเผยถึงเล่ห์กลของอิบลีส ในการล่อลวงท่านนบีอาดัม และลูกหลานของท่าน ด้วยเหตุนี้ จึงมีสำนวนเรียกขาน จากอัลลอฮฺ ถึงลูกหลานอาดัม ถึง 4 สำนวน อย่างต่อเนื่องด้วยกัน นั่นคือ (ยาบนีอาดัม-โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย) ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นข้อเตือนสติ ถึงการเป็นศัตรูของพวกมัน ด้วยการกระซิบกระซาบบิดาของพวกเขา นั่นคือท่านนบีอาดัม กระทั่งท่านได้ตกหลุมพราง ของการฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ ตะอาลา

เช่นเดียวกัน สูเราะฮฺที่มีเกียรตินี้ ยังได้นำเสนอจำพวกต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งพวกเขามี 3 จำพวกด้วยกัน ได้แก่ ผู้ศรัทธา ที่เชื่อฟังอัลลอฮฺ, ผู้ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ, และอัส-สัลบียูน คือคนที่ความเพียบพร้อมในทุกสิ่ง แต่ไม่ทำหน้าที่ เอาแต่นิ่งเงียบ อาจจะเป็นเพราะความอาย หรือมีนิสัยไม่แยแส และไม่ชอบเอาใจใส่ต่อสิ่งใดเลย

อัส-สัลบียะฮฺ (พวกที่ใช้ชีวิตแบบคิดลบ) ถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด ที่ได้ประสบกับปัจเจกบุคคล สังคม และประชาชาติโดยรวม ซึ่งการมาของอายะฮฺเหล่านี้ ก็เพื่อเตือนสติให้เรา มีความเข้มแข็ง ต่อจุดยืน ในการดำรงชีวิตนี้ และให้เราเป็นผู้ศรัทธาที่จะได้ประสบกับความสำเร็จ ในวันกิยามะฮฺ และอย่าให้เราประหนึ่งพวกอัล-อะอฺรอฟ คือพวกที่ความดี และความชั่วของพวกเขานั้น เท่ากัน ซึ่งพวกเขาต้องรอคอยการตัดสิน จากอัลลอฮฺ ที่มีต่อพวกเขาในวันกิยามะฮฺ

การตั้งชื่อสูเราะฮฺนี้ว่า (อัล-อะอฺรอฟ)

เนื่องจากในเนื้อหาของสูเราะฮฺ มีการกล่าวถึงชื่อ “อัล-อะอฺรอฟ” นั่นคือ กำแพงสูงที่ตั้งตระหง่าน ระหว่างสวรรค์กับนรก และเป็นที่กั้นระหว่างชาวสวรรค์ และชาวนรก ดังที่มีรายงานจากท่านญะรีรฺ  จากท่านหุซัยฟะฮฺ ซึ่งท่านได้ถูกถาม เกี่ยวกับชาวอัล-อะอฺรอฟ ท่านได้ตอบว่า พวกเขาคือกลุ่มชน ที่ความดีกับความชั่ว เท่ากัน ซึ่งความชั่วที่พวกเขามีอยู่ เป็นสิ่งยับยั้งไม่ให้เขาเข้าสวรรค์ ส่วนความดีที่พวกเขามีอยู่ ก็เป็นตัวถ่วงไม่ให้เขาต้องเข้านรก โดยที่พวกเขาถูกกักไว้ บนส่วนสูงของกำแพง จนกว่าอัลลอฮฺ ตะอาลา จะทรงตัดสินในกิจการของพวกเขา” (ตัฟสีรอัฏ-เฏาะบะรีย์ เล่ม 12 หน้า 453)

สูเราะฮฺได้เริ่มด้วยกับความมหัศจรรย์ ของอัลกุรอานอันทรงเกียรติ ซึ่งถูกประทานลงมา ให้กับท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ด้วยการอธิบายว่า อัลกุรอานนี้ คือ ความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่มีต่อมนุษย์ทุกคน ดังนั้น จำเป็นที่พวกเขา ต้องยึดมั่นในคำชี้แนะ และข้อแนะนำต่างๆ ของมัน ทั้งนี้ เพื่อพวกเขา จะได้ประสบกับความสำเร็จ ด้วยกับการได้รับความเปี่ยมสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และทำให้พวกเขา เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่รอดพ้น ในวันกิยามะฮฺ และเป็นหนึ่งในชาวสวรรค์  

﴿كِتَٰبٌ أُنزِلَ إِلَيۡكَ فَلَا يَكُن فِي صَدۡرِكَ حَرَجٞ مِّنۡهُ لِتُنذِرَ بِهِۦ وَذِكۡرَىٰ لِلۡمُؤۡمِنِينَ ٢ ﴾ [الأعراف: ٢] 

ความว่า “นี่คัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ดังนั้น จงอย่าให้ความรู้สึกอึดอัด คลางแคลง ต่อคัมภีร์นั้น มีอยู่ในหัวอกของเจ้า ทั้งนี้ เพื่อเจ้าจะได้ใช้คัมภีร์นั้นตักเตือน (ผู้คน) และเพื่อเป็นข้อเตือนใจ แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ” (สูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ : 2)

ตัวอย่างแรกของการเผชิญหน้า ระหว่างสัจธรรมกับความมดเท็จ

นั่นคือ เรื่องราวของท่านนบีอาดัม อะลัยฮิสลาม กับอิบลีส ซึ่งอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ให้ข้อกระจ่างแก่เรา ในเรื่องราวนี้ และเนื้อหาอื่นๆ ของสูเราะฮฺว่า แน่นอนที่สุด สุดท้ายแล้ว สัจธรรมย่อมต้องมีชัย เหนือความมดเท็จทั้งหลาย และการที่มีคำว่า فَدَلَّىٰهُمَا بِغُرُورٖۚ ﴿ ในอายะฮฺนี้

﴿فَدَلَّىٰهُمَا بِغُرُورٖۚ فَلَمَّا ذَاقَا ٱلشَّجَرَةَ بَدَتۡ لَهُمَا سَوۡءَٰتُهُمَا وَطَفِقَا يَخۡصِفَانِ عَلَيۡهِمَا مِن وَرَقِ ٱلۡجَنَّةِۖ وَنَادَىٰهُمَا رَبُّهُمَآ أَلَمۡ أَنۡهَكُمَا عَن تِلۡكُمَا ٱلشَّجَرَةِ وَأَقُل لَّكُمَآ إِنَّ ٱلشَّيۡطَٰنَ لَكُمَا عَدُوّٞ مُّبِينٞ ٢٢ ﴾ [الأعراف: ٢٢] 

ความว่า แล้วมัน (อิบลีส) ก็ยุแหย่ทั้งสอง (อาดัมกับเฮาวาอ์) ให้ตกหลุมพราง ด้วยความรู้สึกลำพอง (ในการทำผิด) ครั้นเมื่อทั้งสอง ได้ลิ้มรสต้นไม้ต้นนั้นแล้ว อวัยวะอันพึงละอายของเขาทั้งสอง ก็เผยให้ประจักษ์แก่เขาทั้งสอง และเขาทั้งสองก็เริ่มปกปิดบน (อวัยวะส่วนที่น่าละอาย) และพระเจ้าของเขาทั้งสอง จึงได้เรียกเขาทั้งสอง (โดยกล่าวว่า) ข้ามิได้ห้ามเจ้าทั้งสอง เกี่ยวกับต้นไม้นั้นดอกหรือ? และข้ามิได้กล่าวแก่เจ้าทั้งสองดอกหรือว่า แท้จริงชัยฏอนนั้น คือศัตรูที่ชัดแจ้งแก่เจ้าทั้งสอง (สูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ : 22)

ซึ่งเป็นการพรรณนา ถึงการล่อลวงของชัยฏอน ที่มีต่อท่านนบีอาดัม เพื่อให้ข้อกระจ่างแก่เราว่า ผู้ที่ไม่มีความชัดเจน ในกิจการและจุดยืนของพวกเขานั้น ประหนึ่งพวกเขาถูกแขวนในบ่อน้ำ พวกเขาไม่ถึงกับพินาศ แต่ก็ยังไม่แน่ใจได้ว่าจะปลอดภัย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำ แก่เราถึงความจำเป็นของการประกาศจุดยืน ได้การเผชิญหน้าระหว่างสัจธรรม กับความมดเท็จ สุบหานัลลอฮฺ มันช่างเป็นการอธิบายอันวิจิตร ของอัลกุรอาน ความประณีตในการสาธยาย และการใช้ถ้อยคำสำนวน
               

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม