Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ข้อคิดจากอายะฮฺ:

﴿وَلَا تَحۡسَبَنَّ ٱلَّذِينَ قُتِلُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ أَمۡوَٰتَۢاۚ بَلۡ أَحۡيَآءٌ عِندَ رَبِّهِمۡ يُرۡزَقُونَ﴾

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ขอความสุขความจำเริญ และความสันติ จงประสบแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดจนวงศ์วาน และมิตรสหายของท่าน ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัด เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

  1. อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า: 

﴿وَلَا تَحۡسَبَنَّ ٱلَّذِينَ قُتِلُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ أَمۡوَٰتَۢاۚ بَلۡ أَحۡيَآءٌ عِندَ رَبِّهِمۡ يُرۡزَقُونَ﴾ [آل عمران:69 ١]

ความว่า: “และเจ้าจงอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่า บรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮฺนั้น ตาย มิได้ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระเจ้าของพวกเขา ในสภาพที่ได้รับปัจจัยยังชีพ" (อาลอิมรอน: 169)

เชคอับดุรเราะฮฺมาน อัสสะอฺดียฺ ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า: หมายถึง ผู้ที่ถูกสังหาร ระหว่างทำการญิฮาด ต่อสู้กับบรรดาศัตรูของศาสนา โดยมุ่งหวังที่จะเชิดชูศาสนา ของพระองค์อัลลอฮฺ

﴿ أَمۡوَٰتَۢاۚ ﴾

"หมายถึง เจ้าอย่าได้คิด ว่าการตายชะฮีดของพวกเขานั้น คือการเสียชีวิตที่เป็นความสูญเสีย โดยที่พวกเขา จะไม่ได้ลิ้มรสความสุขสำราญ ในโลกดุนยาอีกต่อไป แต่ทว่าพวกเขานั้น จะได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการแข่งขัน เพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลใดๆ นั่นก็คือ พวกเขาจะได้อยู่ ในสถานที่อันทรงเกียรติ ณ ที่พระองค์อัลลอฮฺ และได้รับความสุขสำราญ และความโปรดปรานอันมากยิ่ง โดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถพรรณนา ความโปรดปรานนี้ได้ นอกจากอัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาล" (ดู ตัฟสีรอัสสะอฺดียฺ หน้า 124)

มีรายงานซึ่งบันทึก ในเศาะฮีหฺมุสลิม จากมัสรูก เล่าว่า ท่านอับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ถูกถามถึงอายะฮฺข้างต้นนี้ แล้วท่านกล่าวตอบว่า: เราก็เคยถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับอายะฮฺดังกล่าว ซึ่งท่านได้กล่าวว่า:

  « أَرْوَاحُهُمْ فِى جَوْفِ طَيْرٍ خُضْرٍ، لَهَا قَنَادِيلُ مُعَلَّقَةٌ بِالْعَرْشِ، تَسْرَحُ مِنَ الْجَنَّةِ حَيْثُ شَاءَتْ، ثُمَّ تَأْوِى إِلَى تِلْكَ الْقَنَادِيلِ، فَاطَّلَعَ إِلَيْهِمْ رَبُّهُمُ اطِّلاَعَةً، فَقَالَ: هَلْ تَشْتَهُونَ شَيْئًا؟، قَالُوا: أَىَّ شَىْءٍ نَشْتَهِى، وَنَحْنُ نَسْرَحُ مِنَ الْجَنَّةِ حَيْثُ شِئْنَا، فَفَعَلَ ذَلِكَ بِهِمْ ثَلاَثَ مَرَّاتٍ، فَلَمَّا رَأَوْا أَنَّهُمْ لَنْ يُتْرَكُوا مِنْ أَنْ يُسْأَلُوا، قَالُوا: يَا رَبِّ، نُرِيدُ أَنْ تَرُدَّ أَرْوَاحَنَا فِى أَجْسَادِنَا، حَتَّى نُقْتَلَ فِى سَبِيلِكَ مَرَّةً أُخْرَى. فَلَمَّا رَأَى أَنْ لَيْسَ لَهُمْ حَاجَةٌ تُرِكُوا » [مسلم برقم 1887]

ความว่า: "วิญญาณของพวกเขา (หมายถึงบรรดาชะฮีด) จะอยู่ในท้องนกสีเขียว และพักอยู่ในโคมตะเกียง ที่แขวนเรียงรายอยู่ใต้อัรชฺ (บัลลังก์ของอัลลอฮฺ) โดยพวกเขาโบยบิน อย่างอิสระในสรวงสวรรค์ ตามที่พวกเขาประสงค์ แล้วก็กลับไปยังโคมตะเกียงเหล่านั้น ตามเดิม จากนั้นพระผู้อภิบาลของพวกเขา ก็ทรงปรากฏให้พวกเขาเห็น แล้วตรัสถามพวกเขาว่า 'พวกเจ้าต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?' พวกเขาตอบว่า 'พวกเราจะอยากได้สิ่งใดอีกเล่า? ในเมื่อขณะนี้ พวกเราก็อยู่ในสวรรค์ อย่างมีอิสระ ตามที่พวกเราต้องการ' แล้วพระองค์ก็ตรัสเช่นนี้สามครั้ง เมื่อพวกเขาเห็นว่าพวกเขา จะยังคงถูกถามเช่นนี้อยู่ต่อไป พวกเขาก็กล่าวว่า: 'โอ้ ผู้ทรงอภิบาลของเรา ได้โปรดให้วิญญาณของเรากลับเข้าร่าง เพื่อเราจะได้กลับไปถูกฆ่าตาย ในหนทางของพระองค์อีกครั้งเถิด' เมื่อพระองค์ทรงเห็น ว่าพวกเขาไม่ต้องการสิ่งอื่นใดอีก พระองค์ก็ทรงหยุดถาม" (มุสลิม: 1887)

มีรายงานในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรียฺ และมุสลิม จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

« مَا مِنْ أَحَدٍ يَدْخُلُ الجَنَّةَ، يُحِبُّ أَنْ يَرْجِعَ إِلَى الدُنْيَا، وَ إنَّ لَهُ مَا عَلَى الأَرْضِ مِنْ شَيْءٍ غيرُ الشَهِيْدِ، فَإِنَّهُ يَتَمَنَّى أَنْ يَرْجِعَ، فَيُقْتَلُ عَشرَ مَرَّاتٍ لِما يَرَى مِنَ الكَرَامَةِ » [البخاري برقم 2817، ومسلم برقم 1877]

ความว่า: “ไม่มีบุคคลใดที่ได้เข้าสวรรค์แล้ว อยากจะกลับไปยังโลกดุนยาอีกครั้ง ทั้งๆที่เขาได้รับรางวัลตอบแทน เป็นสิ่งที่เทียบเท่ากับสรรพสิ่ง ในโลกดุนยาแล้ว นอกจากชะฮีด เขาคือผู้ที่อยากจะกลับไปยังดุนยา เพื่อที่จะได้ถูกสังหารอีกสักสิบครั้ง เนื่องจากความมีเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับ” (อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 2817 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 1877)

2.อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสต่อว่า: 

﴿ فَرِحِينَ بِمَآ ءَاتَىٰهُمُ ٱللَّهُ مِن فَضۡلِهِۦ وَيَسۡتَبۡشِرُونَ بِٱلَّذِينَ لَمۡ يَلۡحَقُواْ بِهِم مِّنۡ خَلۡفِهِمۡ أَلَّا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُون ﴾ [آل عمران: ١٧٠] 

ความว่า: “โดยที่พวกเขา มีความปลาบปลื้ม ต่อสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่พวกเขา จากความกรุณาของพระองค์ และปีติยินดี ต่อบรรดาผู้ที่ยังมาไม่ทันพวกเขา ซึ่งอยู่เบื้องหลังพวกเขาว่า ไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขา จะไม่เสียใจ” (อาล อิมรอน: 170)

กล่าวคือ บรรดาชะฮีดที่เสียชีวิต ในหนทางของอัลลอฮฺนั้น ยังมีชีวิตอยู่ ณ ที่พระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงให้ริสกี ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา โดยที่พวกเขามีความยินดีปรีดา เป็นอย่างยิ่งในความสุข และความโปรดปราน ที่ได้รับ อีกทั้งยังรู้สึกปีติยินดี กับบรรดาพวกพ้องของพวกเขา ที่เสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ หลังจากพวกเขา และกำลังจะติดตามพวกเขาไป โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดข้างหน้า และไม่เศร้าโศกเสียใจ ในสิ่งที่ได้ละทิ้งไว้ เบื้องหลังของพวกเขา

มีบันทึกรายงานจากท่านอนัส เล่าถึงเรื่องราวของชาวอันศอรฺ จำนวนเจ็บสิบคนที่ถูกสังหาร ในคราวเดียวกัน ณ บ่อน้ำมะอูนะฮฺ ทำให้ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถึงกับกล่าวดุอาอ์กุนูต ขอให้ผู้ที่สังหารพวกเขาเหล่านั้น ประสบกับความพินาศ ท่านอนัสกล่าวว่า: ในช่วงนั้นได้มีอายะฮฺอัลกุรอาน บางอายะฮฺ ถูกประทานลงมา ก่อนที่อัลลอฮฺจะทรงยกเลิกไป ในภายหลัง นั่นคืออายะฮฺที่ว่า:

« بَلِّغُوْا عَنَّا قَوْمَنَا أَنَّا لَقِيْنَا رَبَّنَا فَرَضِيَ عَنَّا وَأَرْضَانَا »

ความว่า: "พวกท่านจงแจ้งข่าว แก่พวกพ้องของเราเถิดว่า แท้จริงพวกเราได้พานพบ กับพระผู้อภิบาลของเราแล้ว โดยที่พระองค์ทรงพอพระทัย ในตัวพวกเรา และทรงทำให้พวกเราพอใจ" (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 4090 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 677)

3. อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสอีกว่า:

﴿ ۞يَسۡتَبۡشِرُونَ بِنِعۡمَةٖ مِّنَ ٱللَّهِ وَفَضۡلٖ وَأَنَّ ٱللَّهَ لَا يُضِيعُ أَجۡرَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ١٧١﴾ [آل عمران: ١٧١] 

ความว่า: “พวกเขาปีติยินดี ต่อสิ่งอำนวยความสุข จากอัลลอฮฺ และความกรุณา จากพระองค์ และแท้จริงอัลลอฮฺนั้น จะไม่ทรงให้สูญหาย ซึ่งรางวัลของผู้ศรัทธา ทั้งหลาย” (อาล อิมรอน: 171)

กล่าวคือ พวกเขาต่างแสดงความยินดี ให้แก่กันต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งพวกเขาจะได้รับ นั่นก็คือความโปรดปราน และความเมตตากรุณา จากพระองค์อัลลอฮฺ โดยพระองค์จะไม่ทรงทำ ให้ผลบุญของบรรดาผู้ศรัทธา สูญเปล่า แต่จะทรงเพิ่มพูน และประทานความประเสริฐ ความดีงาม ให้มากยิ่งขึ้น จนถึงระดับที่ไม่มีผู้ใด จะสามารถบรรลุถึงได้ ด้วยความเพียรพยายามส่วนตน

สิ่งที่ได้รับจากอายะฮฺข้างต้น:

ประการแรก: เป็นข้อยืนยันการมีอยู่จริง ของความสุขสำราญ ในโลกบัรซัค (โลกหลังความตาย ก่อนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง) โดยบรรดาชะฮีด จะได้พำนักอยู่ในสถานท ี่อันทรงเกียรติที่สุด ณ ที่พระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา มีรายงานหะดีษจากท่านอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«الشُّهَدَاءُعَلَىبَارِقِنَهَرٍبِبَابِالْجَنَّةِ، فِي قُبَّةٍخَضْرَاءَ،يَخْرُجُعَلَيْهِمْرِزْقُهُمْبَكْرَةًوَعَشِيًّا» [مسند الإمام أحمد برقم 2390]

ความว่า: “บรรดาชะฮีด จะพำนักอยู่ในโดมเขียว ริมแม่น้ำสายหนึ่ง ใกล้กับประตูสวรรค์ โดยที่พวกเขา จะได้รับริสกีต่างๆ ทุกเช้าเย็น” (มุสนัดอะหฺมัด หะดีษเลขที่: 2390)

ท่านอิบนุกะษีร ได้อธิบายว่า: "ดูเหมือนว่าบรรดาชะฮีด จะมีหลายกลุ่ม บางกลุ่มวิญญาณของพวกเขา มีอิสระล่องลอยอยู่ในสรวงสวรรค์ ในขณะที่บางกลุ่ม จะอยู่ริมแม่น้ำใกล้ประตูสวรรค์ หรืออาจเป็นไปได้ ว่าการเดินทางของพวกเขา สิ้นสุดลงตรงแม่น้ำนี้ ซึ่งจะเป็นจุดที่พวกเขารวมตัวกัน เพื่อรับริสกีความโปรดปรานต่างๆ ทุกเช้าเย็น วัลลอฮุอะอฺลัม

"ทั้งนี้ มีรายงานหะดีษ ในมุสนัดอะหฺมัด ที่กล่าวถึงข่าวดีว่า มุอ์มินผู้ศรัทธาทุกคนนั้น วิญญาณของเขา จะได้อยู่ในสวรรค์ อย่างเป็นอิสระ ได้ทานผลไม้ในนั้น ได้เห็นความปลาบปลื้มปีติยินดี และยังได้พบกับความมีเกียรติ อันยิ่งใหญ่ที่พระองค์อัลลอฮฺ ได้ทรงตระเตรียมไว้ ให้แก่พวกเขา ซึ่งหะดีษนี้ มีสายรายงานที่ถูกต้อง โดยเป็นการรายงาน ผ่านสายรายงานสามท่าน จากอิมามทั้งสี่ กล่าวคือ อิมามอะหฺมัด รายงานหะดีษนี้ จากท่านมุหัมมัด บิน อิดรีส อัชชาฟิอียฺ ซึ่งรายงานจากท่านมาลิก บิน อนัส อีกต่อหนึ่ง และท่านมาลิกรายงานจากอัซซุฮฺรียฺ จากอับดุลเราะหฺมาน บิน กะอับ บิน มาลิก จากบิดาของเขา เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม เล่าว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

« نَسَمَةُ الْمُؤْمِنِ إِذَا مَاتَ طَائِرٌ يَعْلُقُ بِشَجَرِ الْجَنَّةِ، حَتَّى يُرْجِعَهُ اللَّهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى إِلَى جَسَدِهِ يَوْمَ يَبْعَثُهُ » [مسند أحمد 3/460]

ความว่า: “วิญญาณของมุอ์มิน ผู้ศรัทธา เมื่อตายไป จะกลายเป็นนก เกาะอยู่บนต้นไม้ในสวรรค์ กระทั่งอัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงทำให้วิญญาณของเขา กลับคืนสู่ร่าง ในวันที่พระองค์ทรงให้เขา ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง” (มุสนัดอะหฺมัด 3/460)

"จากหะดีษข้างต้น ทำให้ทราบว่าวิญญาณของผู้ศรัทธานั้น จะอยู่ในรูปของนกในสรวงสวรรค์ ส่วนวิญญาณของบรรดาชะฮีด ก็เป็นเหมือนที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ คือเป็นดั่งดวงดาว เมื่อเทียบกับวิญญาณ ของบรรดามุอ์มินทั่วไป คือสามารถที่จะโบยบิน ได้อย่างอิสระ ขออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงให้เราได้เสียชีวิต อยู่ในร่มเงาแห่งการศรัทธาด้วยเถิด" (ตัฟสีรฺ อิบนุกะษีร 1/427)

ประการที่สอง: ส่งเสริม และสนับสนุน ให้ทำญิฮาด และไม่หลงระเริง กับความสุขชั่วขณะ แห่งโลกดุนยา มีรายงานหะดีษจากสะฮฺล์ บิน หะนีฟ จากบิดาของเขา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«مَنْ سَأَلَ اللهَ الشَهَادَةَ بِصِدْقٍ، بَلَّغَهُ اللهُ مَنَازِلَ الشُهَدَاءِ وَإِنْ مَاتَ عَلَى فِرَاشِهِ» [مسلم برقم 1909]

ความว่า: “ผู้ใดวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ได้เสียชีวิตในหนทางของพระองค์ด้วยความสัจจริง พระองค์จะทรงให้เขาได้รับตำแหน่งดังกล่าว แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตบนที่นอนของเขาก็ตาม” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่: 1909)

ประการที่สาม: ความประเสริฐ และเกียรติอันสูงส่ง ของการทำญิฮาด ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

« إِنَّ فِى الْجَنَّةِ مِائَةَ دَرَجَةٍ أَعَدَّهَا اللَّهُ لِلْمُجَاهِدِينَ فِى سَبِيلِ اللَّهِ،‏ مَا بَيْنَ الدَّرَجَتَيْنِ كَمَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالأَرْضِ،‏ فَإِذَا سَأَلْتُمُ اللَّهَ فَاسْأَلُوهُ الْفِرْدَوْسَ،‏ فَإِنَّهُ أَوْسَطُ الْجَنَّةِ وَأَعْلَى الْجَنَّةِ،‏ أُرَاهُ قال: فَوْقَهُ عَرْشُ الرَّحْمَنِ،‏ وَمِنْهُ تَفَجَّرُ أَنْهَارُ الْجَنَّةِ » [البخاري برقم 2790]

ความว่า: “แท้จริงในสวรรค์นั้น มีอยู่หนึ่งร้อยระดับชั้น ที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้ สำหรับบรรดาผู้ที่ทำญิฮาด ในหนทางของพระองค์ โดยระยะห่างระหว่างแต่ละระดับชั้นนั้น เทียบเท่าระยะห่าง ระหว่างชั้นฟ้า และแผ่นดิน ดังนั้น เมื่อพวกท่านวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ก็จงขอสวรรค์ชั้นฟิรเดาส์ เพราะนั่นคือใจกลางสวรรค์ และเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด เหนือขึ้นไป ก็คือบัลลังก์ของพระผู้ทรงเมตตาปราณี และเป็นจุดที่แม่น้ำแห่งสวนสวรรค์ ไหลพุ่งออกมา” (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ: 2790)

ประการที่สี่: เป็นการปลอบใจ ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้มีความสุขความสบายใจ กับการจากไป ที่ไม่สูญเปล่า ของบรรดาญาติพี่น้อง ของพวกเขา และให้พวกเขามีความตื่นตัว กับการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ เพื่อหวังที่จะได้มีโอกาส เสียชีวิตในสภาพชะฮีด

มีรายงานหะดีษ บันทึกในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรียฺ เล่าว่า: อุมมุ หาริษะฮฺ บินตฺ สุรอเกาะฮฺ ได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวถามท่านว่า: “โอ้ นบีของอัลลอฮฺ ท่านช่วยบอกกล่าวแก่ฉัน ถึงสถานะของหาริษะฮฺ ซึ่งถูกสังหารด้วยคมธนู ในสมรภูมิบัดรฺทีเถิด ถ้าหากเขาได้เข้าสวรรค์ ฉันก็จะอดทนอดกลั้น แต่ถ้าไม่ ฉันก็คงจะร้องไห้ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง” ซึ่งท่านกล่าวตอบว่า :

«يَا أُمَّ حَارِثَةَ ، إِنَّهَا جِنَانٌ فِي الْجَنَّةِ ، وَإِنَّ ابْنَكِ أَصَابَ الْفِرْدَوْسَ الأَعْلَى » [البخاري برقم 2809]

ความว่า: “อุมมุหาริษะฮฺเอ๋ย แท้จริงสวรรค์นั้น มีหลายระดับชั้น และลูกชายของเธอ ได้อยู่ในชั้นฟิรเดาส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด” (อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 2809)

ประการที่ห้า: ความประเสริฐทั้งหลาย ที่ถูกระบุไว้ในโองการอัลกุรอาน และหะดีษของท่านนบีนั้น สงวนไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่ต่อสู้เพื่อเชิดชู และปกป้องศาสนาของพระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลาเท่านั้น

ท่านอบูมูซา อัล-อัชอะรียฺ เล่าว่า มีชายผู้หนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวถามท่าน ถึงชายคนหนึ่งที่ต่อสู้ โดยหวังในทรัพย์สิน ที่จะได้จากศึกสงคราม อีกคนหนึ่งต่อสู้ เพื่อให้ตนเป็นที่โจษขาน และอีกคนหนึ่งต่อสู้ เพื่อให้ผู้คนเห็น ถึงความแกร่งกล้าของเขา ผู้ใดเล่า คือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ? ท่านตอบว่า:

« مَنْ قَاتَلَ لَتَكُونَ كَلِمَةُ اللهِ هِيَ العُلْيَا فَهُوَ في سَبِيْلِ اللهِ » [البخاري برقم 2810، ومسلم برقم 1904]

ความว่า: “ผู้ใดต่อสู้เพื่อเชิดชูศาสนาของอัลลอฮฺให้สูงส่ง เขาผู้นั้นคือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ” (อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 2810 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 1904)

ส่วนผู้ที่ต่อสู้ เพื่อประโยชน์แห่งพวกพ้องเผ่าพันธุ์ ชาตินิยม เสรีภาพ หรือเพื่ออุดมการณ์จอมปลอม อื่นใดจากนี้ เขาก็จะเข้าข่ายผู้ที่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวถึงในหะดีษที่บันทึกโดยมุสลิมว่า:

« مَنْ قُتِلَ تَحْتَ رَايَةٍ عُمِّيَّةٍ، يَدْعُو عَصَبِيَّةً، أَوْ يَنْصُرُ عَصَبِيَّةً، فَقِتْلَةٌ جَاهِلِيَّةٌ » [مسلم برقم 1850]

ความว่า: "ผู้ใดถูกสังหารในการต่อสู้อันมืดบอด ที่แสวงหาแต่ประโยชน์ และอุดมการณ์ แห่งพวกพ้องเผ่าพันธุ์ การตายของเขานั้น ก็เป็นเพียงการตาย ในสภาพญาฮิลียะฮฺ" (มุสลิม หะดีษเลขที่: 1850)

والحمد لله رب العالمين ، وصلى الله وسلم على نبينا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين .

Islamhouse.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม