Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
 
อรรถาธิบายสูเราะฮฺ อัล-ฟะลัก

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล  ขอการสรรเสริญจากอัลลอฮฺ และความสันติ จงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดจนวงศ์วานและมิตรสหายของท่าน ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของพระองค์อัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

สูเราะฮฺสำคัญ ที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้ง และควรค่าแก่การใช้เวลาใคร่ครวญ  นั่นคือสูเราะฮฺ อัล-ฟะลัก

﴿قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ٢ وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ٣ وَمِن شَرِّ ٱلنَّفَّٰثَٰتِ فِي ٱلۡعُقَدِ ٤ وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ ٥﴾ [سورة الفلق ]

ความว่า  “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ  ให้พ้นจากความชั่วร้าย ที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืน เมื่อมันแผ่คลุม และจากความชั่วร้าย ของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉา เมื่อเขาอิจฉา”

จากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ  เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: "เมื่อท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ป่วย ท่านอ่านมุเอาวิซาต (สูเราะฮฺขอความคุ้มครองทั้งสามคือ สูเราะฮฺ อัล-อิคลาศ, อัล-ฟะลัก และ อัน-นาส) แล้วเป่าลงบนตัวของท่าน และเมื่อการป่วยของท่านรุนแรงขึ้น ฉันจึงเป็นผู้อ่านให้กับท่าน แล้วลูบด้วยมือของท่าน เพื่อต้องการความจำเริญจากมัน”  (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 5019 และมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2192)

และจากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ  เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: "เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าที่นอนของท่านในทุกๆคืน ท่านรวบสองฝ่ามือของท่าน เป่าลงในฝ่ามือ แล้วอ่านใส่สองฝ่ามือนั้น (ดังต่อไปนี้)

﴿قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١…﴾ [إلخ .. سورة الإخلاص ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ” (จนจบสูเราะฮฺ)

﴿قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ …﴾ [إلخ .. سورة الفلق ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ” (จนจบสูเราะฮฺ)

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١…﴾ [إلخ .. سورة الناس ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ” (จนจบสูเราะฮฺ)

หลังจากนั้น ท่านจะลูบทั่วร่างกายของท่าน เท่าที่สามารถ ด้วยสองมือ โดยเริ่มจากศีรษะและใบหน้าของท่าน ไปถึงด้านหน้าของร่างกายของท่าน  ท่านทำดังกล่าวสามครั้ง” (บันทึกโดยบุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 5017)

และจากหะดีษของอุกบะฮฺ บิน อามิร เล่าว่า: ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกท่านรู้หรือไม่ว่า มีอายาตถูกประทานลงมาในคืนนี้ ในลักษณะที่ไม่เคยมีมาก่อน?”

﴿قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١…﴾ [إلخ .. سورة الإخلاص ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ” (จนจบสูเราะฮฺ)

﴿قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ …﴾ [إلخ .. سورة الفلق ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้า แห่งรุ่งอรุณ” (จนจบสูเราะฮฺ)

﴿قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١…﴾ [إلخ .. سورة الناس ]

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ” (จนจบส ูเราะฮฺ)

 (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 814)

คำตรัสของผู้ทรงสูงส่ง

﴿قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١﴾

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ”

หมายถึง ข้าพระองค์ขอพึ่งพิง และขอความคุ้มครอง จากพระเจ้าแห่งอรุโณทัย แต่ก็เป็นไปได้ว่า มันจะมีความหมายที่ครอบคลุมกว่านี้ เพราะคำว่า "อัลฟะลัก" หมายถึงทุกๆสิ่งที่พระองค์ทรงให้แยกแตกออก ไม่ว่าจะเป็นรุ่งอรุณ เมล็ดพืช หรือเมล็ดอินทผลัม ดังที่พระองค์ตรัสว่า

﴿إِنَّ ٱللَّهَ فَالِقُ ٱلۡحَبِّ وَٱلنَّوَىٰۖ ﴾ [الأنعام : 95 ]

ความว่า “แท้จริงอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงให้เมล็ดพืช และเมล็ดอินทผาลัม ปริออก”  (สูเราะฮฺ อัล-อันอาม: 95)

และที่พระองค์ตรัสว่า

﴿ فَالِقُ ٱلۡإِصۡبَاحِ ﴾ [الأنعام : 96 ]

ความว่า “ผู้ทรงเผยอรุโณทัย” (สูเราะฮฺ อัล-อันอาม : 96)

คำตรัสของผู้ทรงสูงส่ง

﴿مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ٢﴾

ความว่า “ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น”

หมายถึง ขอความคุ้มครอง ให้พ้นจากความชั่วร้ายของสิ่งที่ถูกสร้างทั้งมวล  แม้กระทั่งความชั่วร้ายของจิตใจ เพราะว่าจิตใจนั้น ถูกครอบงำไว้ด้วยความชั่ว ดังปรากฏในหะดีษ “และเราขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของจิตใจของเรา”

และ (ขอความคุ้มครอง) ให้พ้นจากความชั่วร้าย ของสิ่งที่พระองค์บันดาลขึ้น  รวมไปถึงเหล่าชัยฎอนในคราบมนุษย์ ญิน และสัตว์ที่เป็นอันตราย และอื่นๆ

คำตรัสของผู้ทรงสูงส่ง

﴿وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ٣﴾

ความว่า “และจากความชั่วร้าย แห่งความมืดของเวลากลางคืน เมื่อมันแผ่คลุม”

“อัลฆอสิก” หมายถึง กลางคืน และมีผู้กล่าวว่า หมายถึงดวงจันทร์ ซึ่งที่ถูกต้อง คือความหมายของมันครอบคลุมทั้งสองสิ่ง

ส่วนที่หมายถึง “กลางคืน” เพราะอัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า

﴿أَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ لِدُلُوكِ ٱلشَّمۡسِ إِلَىٰ غَسَقِ ٱلَّيۡلِ﴾ [الإسراء: 78 ]

ความว่า “จงดำรงการละหมาดไว้ตั้งแต่ตะวันคล้อย จนพลบค่ำ" (สูเราะฮฺ อัล-อิสรออ์ : 78)

และในเวลากลางคืน มีสัตว์ที่เป็นอันตรายอยู่มาก ดังกล่าวจึงต้องขอความคุ้มครอง จากความชั่วร้ายของ อัลฆอสิก นั่นคือ “เวลากลางคืน”

ส่วนที่หมายถึง “ดวงจันทร์” เพราะมีรายงานจากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มองไปที่ดวงจันทร์ พลางกล่าวว่า

 «اسْتَعِيذِي بِاللَّهِ مِنْ شَرِّ هَذَا  فَإِنَّهُ الْغَاسِقُ إِذَا وَقَبَ» [الترمذي برقم 3366

ความว่า “เธอจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้คืออัลฆอสิก” (บันทึกโดยอัต-ติรมีซีย์ ในสุนันของท่าน หมายเลขหะดีษ : 3366)

เพราะว่าอำนาจของมัน อยู่ในเวลากลางคืน “เมื่อมันแผ่คลุม” إِذَا وَقَبَ   คือ เมื่อมันเข้ามา

ดังนั้น เมื่อความมืดแผ่ปกคลุมกลางคืน เรียกว่า “ฆอสิก” เช่นเดียวกับดวงจันทร์ เมื่อมันส่องแสงนวล เรียกว่า “ฆอสิก”  และสองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเวลากลางคืนเท่านั้น

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม