Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อรรถรสของอายะฮฺอัลกุรอาน
ในวิถีชีวิตของกัลยาณชนชาวสะลัฟ


อิมาด หะสัน อบู อัลอัยนัยนฺ

เป็นความจริงที่ว่าบรรพชนชาวสะลัฟ อัศ-ศอลิหฺ หรือกัลยาณชนรุ่นแรกของเรานั้น มีความรู้สึกที่สุขใจต่ออายะฮฺอัลกุรอาน และสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ทำให้พวกเขาได้ปฏิบัติมัน ในวิถีชีวิตของแต่ละวัน ซึ่งไม่เคยปรากฏว่า วิถีชีวิตนอกมัสญิดนั้น ได้ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากสภาพเช่นนั้น วิถีชีวิตในแต่ละวันของพวกเขานั้น จะไม่แยกให้เป็นส่วนหนึ่ง และแยกศาสนา ออกเป็นส่วนหนึ่ง ทว่าทั้งสองส่วนนั้น ได้เติมเต็มความสมบูรณ์ซึ่งกันและกัน โดยที่การนำอายะฮฺอัลกุรอาน และสุนนะฮฺของท่านนบี ไปใช้นั้น ได้ฉายให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ในการเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิตของพวกเขา ซึ่งนี่คือเรื่องราวของท่านอับดุลลอฮฺ บินอุมัร ที่ท่านได้ตอบสนองในคำดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า

﴿لَن تَنَالُواْ ٱلۡبِرَّ حَتَّىٰ تُنفِقُواْ مِمَّا تُحِبُّونَۚ ٩٢﴾ [آل عمران : 92]

ความว่า “พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลย จนกว่าพวกเจ้าจะบริจาค จากสิ่งที่พวกเจ้าชอบ” (สูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน : 92)

เมื่อท่านรู้สึกประทับใจในทรัพย์สิน ที่ท่านมีอยู่ ท่านก็จะใช้มัน ให้เป็นไป เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลลา กระทั่งบรรดาทาสรับใช้ของท่าน ต่างก็รับรู้ในเรื่องนี้กัน จึงมีทาสรับใช้บางคน ถึงกับพำนึกอยู่แต่ในมัสญิด ซึ่งเมื่อท่านอิบนุอุมัร เห็นเขาในสภาพเช่นนั้น ท่านก็ได้ปลดปล่อยเขา จากการเป็นทาสรับใช้โดยทันที กระทั่งมีบางคนได้กล่าวกับท่านว่า “ทาสรับใช้เหล่านั้น ต่างก็หลอกลวงท่านเท่านั้น” แต่ท่านอิบนุอุมัร กลับตอบว่า “ผู้ใดก็ตามที่หลอกลวงฉัน เพื่ออัลลอฮฺ ฉันก็จะหลอกลวงตัวฉันเองเพื่อเขา” และปรากฏว่าท่านอิบนุอุมัรเอง เคยครอบครองทาสสาวคนหนึ่งที่ท่านรักนางมาก แต่แล้วท่านก็ปลดปล่อยนางให้เป็นอิสระ แล้วให้นางแต่งงานกับนาฟิอฺ ซึ่งเป็นทาสรับใช้คนหนึ่ง ที่ท่านเคยปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ก่อนหน้านี้แล้ว และท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า  

﴿لَن تَنَالُواْ ٱلۡبِرَّ حَتَّىٰ تُنفِقُواْ مِمَّا تُحِبُّونَۚ ٩٢﴾ [آل عمران : 92]

ความว่า “พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลย จนกว่าพวกเจ้าจะบริจาค จากสิ่งที่พวกเจ้าชอบ” (สูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน : 92)

ครั้งหนึ่ง ท่านอิบนุอุมัรซื้ออูฐเพศผู้ตัวหนึ่ง แล้วท่านรู้สึกประทับใจ เมื่อได้ขี่มัน เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงกล่าวว่า โอ้นาฟิอฺเอ๋ย ! จงให้มันเป็นอูฐที่เศาะดะเกาะฮฺเถิด

ท่านอิบนุญะอฺฟัร เคยมอบเงินให้ท่านอิบนุอุมัร 10,000 ดิรฮัม หรือมากกว่านั้น เพื่อที่จะซื้อตัวนาฟิอฺ แต่ท่านอิบนุอุมัรกลับตอบว่า “ฉันได้ปลดปล่อยให้เขาเป็นอิสระแล้ว เขาได้เป็นอิสระเพื่ออัลลอฮฺแล้ว”

ท่านอิบนุอุมัรเคยซื้อเด็กน้อยคนหนึ่ง ด้วยราคา 40,000 ดิรฮัม แล้วท่านก็ได้ปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เด็กน้อยคนนั้น จึงกล่าวต่อท่านว่า “โอ้เจ้านายของฉัน แน่แท้ท่านได้ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระแล้ว ดังนั้น จงมอบเงินให้แก่ฉัน เพื่อที่ฉันจะใช้มัน ในการใช้ชีวิตต่อไปเถิด” ดังนั้น ท่านจงมอบเงินให้แก่เขา เป็นจำนวนเงินถึง 40,000 ดิรฮัม

และครั้งหนึ่ง ท่านเคยซื้อทาสรับใช้ถึง 5 คน ซึ่งเมื่อท่านได้ละหมาด พวกเขาทั้งหลาย ก็ได้ละหมาด ตามหลังท่านด้วย ท่านจึงกล่าวแก่พวกเขา หลังจากละหมาดเสร็จว่า พวกเจ้าละหมาด เพื่อใครกระนั้นหรือ ? พวกเขาได้ตอบว่า เพื่ออัลลอฮฺ ท่านอิบนุอุมัรจึงกล่าวว่า พวกเจ้าทั้งหลายเป็นอิสระ เพื่อผู้ที่พวกเจ้าได้ละหมาดแล้ว ดังนั้น ท่านอิบนุอุมัร ก็ปลดปล่อยให้พวกเขา เป็นอิสระทุกคน” (อัล-บิดายะฮฺ วัน-นิฮายะฮฺ 6 : 9)

ดังนั้น อายะฮฺข้างต้นนี้

﴿لَن تَنَالُواْ ٱلۡبِرَّ حَتَّىٰ تُنفِقُواْ مِمَّا تُحِبُّونَۚ ٩٢﴾ [آل عمران : 92]

ความว่า “พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลย จนกว่าพวกเจ้าจะบริจาค จากสิ่งที่พวกเจ้าชอบ” (สูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน : 92)

หากมันได้รับการปฏิบัติในยุคของเราในปัจจุบันนี้ แน่แท้เราจะไม่พบคนยากไร้ หรือคนที่ถูกทอดทิ้ง ท่ามกลางพี่น้องมุสลิม ที่มีอยู่อย่างมากมาย และแม้ว่ามุสลิมได้ปฏิบัติสิ่งนี้เพียงแค่ 10 % ก็ตาม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนั้น มันอยู่นอกเหนือจากการบังคับให้จ่ายซะกาต ที่เป็นภาคบังคับ แต่มันเป็นการกระทำที่เปิดกว้างนั่นคือการบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) และมันเป็นสนามที่เปิดกว้าง นั่นคือสนามที่ผู้คนสามารถใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทอง ตามที่ตนปรารถนา และเป็นการออมทรัพย์ สำหรับตัวของเขาเองด้วย

ท่านอะลี บินอัล-หุสัยนฺ ได้ตอบสนองในคำดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า

﴿وَٱلۡكَٰظِمِينَ ٱلۡغَيۡظَ وَٱلۡعَافِينَ عَنِ ٱلنَّاسِۗ وَٱللَّهُ يُحِبُّ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ١٣٤﴾ [آل عمران : 134]

ความว่า “และบรรดาผู้ข่มโทษ และบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮฺนั้น ทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย” (สูเราะฮฺ อาลิอิมรอน : 134)

 

1  2  3  4  5

หน้าหลัก

มีนาคม 13, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม