Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ

ฟุอาด ซัยดาน

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พรอันประเสริฐและความศานติ จงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านทั้งหลาย และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

เป้าหมายของสูเราะฮฺ  คือ การรักษาคำมั่นสัญญา

สูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺ คือสูเราะฮฺแรกที่เริ่มต้นด้วย

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ ﴾

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย !”

โดยคำเรียกร้องนี้ได้ถูกกล่าวย้ำในสูเราะฮฺถึง 16 ครั้ง จากจำนวนทั้งหมด 88 ครั้งตามที่ปรากฏในอัลกุรอาน (แต่ชัยคฺอบูบักรฺ ญาบิร อัล-ญะซาอิรีย์ กล่าวว่า มีทั้งหมด 90 ครั้ง ในหนังสือ “นิดาอาต อัร-เราะหฺมาน ลิอะฮฺลิลอีหม่าน” -ผู้แปล-) และถือเป็นสูเราะฮฺสุดท้าย ที่ถูกประทานลงมา หลังจากการทำหัจญ์ อัล-วะดาอฺ ซึ่งมันได้ประมวลบทบัญญัติต่างๆ ไว้อย่างมากมาย เช่น บทบัญญัติการทำสัญญา การเชือดพลีสัตว์ สัตว์ที่ถูกล่า การครองอิหฺรอม การแต่งงานกับหญิงชาวคัมภีร์ การผินหลังออกจากศาสนาอิสลาม บทบัญญัติการทำความสะอาด บทลงโทษของการขโมย บทลงโทษของการกดขี่ข่มเหงและสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน บทบัญญัติของการพนันและสุรา การชดใช้ (กัฟฟาเราะฮฺ) คำสาบาน การฆ่าสัตว์ล่าในช่วงครองอิหฺรอม การทำพินัยกรรมก่อนเสียชีวิต อัลบะฮีเราะฮฺ และอัสสาอิบะฮฺ (สัตว์ที่พวกมุชริกีนสงวนขึ้นมาโดยอุตริ) บทบัญญัติการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย(ชะรีอะฮฺ)ของอัลลอฮฺ และอื่น ๆ
และมีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้กล่าวว่า  

«عَلِّمُوا رِجَالَكُمْ سُورَةَ الْمَائِدَةِ وَعَلِّمُوا نِسَاءَكُمْ سُورَةَ النُّورِ»  (رواه البيهقي في شعبة الإيمان رقم2205، وضعفه الألباني في ضعيف الجامع الصغير رقم 3729 )

ความว่า “พวกท่านจงสอน (เนื้อหาของ) สูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺ แก่บรรดาผู้ชายของพวกท่าน และจงสอนสูเราะฮฺอัน-นูร แก่บรรดาผู้หญิงของพวกเจ้า” (บันทึกโดย อัล-บัยฮะกีย์ ในหนังสือชุอฺบะฮฺ อัล-อีหม่าน : 2205 ชัยคฺอัล-อัลบานีย์ กล่าวว่าเป็นหะดีษที่เฎาะอีฟ ในหนังสือ เฎาะอีฟ อัล-ญามิอฺ อัศ-เศาะฆีร : 3729)

ก็เนื่องจากว่าในสูเราะฮฺนี้ มีเนื้อหาที่กล่าวถึงบทบัญญัติต่าง ๆ รวมทั้งการให้รักษาคำมั่นสัญญา และพันธะทั้งหลาย ในส่วนคำเรียกร้องโดยตรง ของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่มีต่อผู้ศรัทธาว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ﴾

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย !”

นั้นก็หมายรวมว่า “โอ้บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อข้าทั้งหลาย และบรรดาผู้ที่ยินดีที่จะเข้าสู่ศาสนาของข้า สำหรับพวกเจ้าแล้ว มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของข้า ทั้งนี้ ก็เพื่อพวกเจ้าจะประสบกับความสำเร็จ และเป็นผู้ศรัทธาที่เที่ยงแท้”

ชื่อของสูเราะฮฺ

สูเราะฮฺนี้ถูกขนานนามว่า “อัล-มาอิดะฮฺ” นั่นคือ สำรับอาหาร เนื่องจากมีการกล่าวถึง (เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ) สำรับอาหารในช่วงท้ายของสูเราะฮฺ ในเรื่องราวของท่านนบีอีซา และสหายของท่าน (อัล-หะวาริยีน) อย่างไรก็ตาม การตั้งชื่อนี้ ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการกล่าวถึงสำรับอาหาร ที่ปรากฏในสูเราะฮฺเพียงอย่างเดียว แต่บทเรียนจากเรื่องราวข้างต้นต่างหาก ที่เป็นเป้าหมายของสูเราะฮฺนี้ ซึ่งการตั้งชื่อนี้ ก็มีความเหมาะสมต่อเป้าหมายของสูเราะฮฺ เนื่องจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้เตือนสำทับต่อบรรดาอัล-หะวาริยีนว่า พระองค์จะทรงประทานสำรับอาหารแก่พวกเขา แต่หากยังมีผู้ใดที่ปฏิเสธศรัทธาหลังจากนั้น โดยที่ไม่ศรัทธาต่อพระองค์อีก อัลลอฮฺก็จะทรงลงโทษ ด้วยการลงโทษที่เจ็บปวดที่สุด และนี่เองจึงเป็นการเตือนสำทับ แก่บรรดาผู้ศรัทธาโดยตรงว่า สำหรับพวกเขาแล้วต้องรักษาคำมั่นสัญญา และพันธะต่างๆ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วการลงโทษ ก็จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในเรื่องราวของอัล-มาอิดะฮฺ หรือสำรับอาหาร (ที่ถูกประทานให้กับบรรดาอัล-หะวาริยีน)

และสูเราะฮฺนี้ ก็ได้เน้นหนักเป็นพิเศษกับการนำเสนอบรรดาอายะฮฺ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาคำมั่นสัญญา และพันธะต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย ซึ่งในแต่ละคำเรียกร้องที่ว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ﴾

 “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย !”

ก็ได้เป็นข้อยืนยัน ในคำมั่นสัญญาที่มีความหลากหลายนั้นๆ โดยที่อายะฮฺต่างๆ ในสูเราะฮฺนี้ ก็ได้ดำเนินเนื้อหาในการนำเสนอความสำคัญ ของการรักษาคำมั่นสัญญา และการปฏิบัติตามมัน
           
คำเรียกร้องที่หนึ่ง

เป็นคำมั่นสัญญาแรก โดยได้กล่าวถึงอาหารการกินที่ดีและสิ่งที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงอนุมัติให้แก่เรานั้น ถือเป็นปัจจัยแรกของการมีชีวิต และในจำนวนความเมตตาของอัลลอฮฺนั้นคือพระองค์ทรงเริ่มต้นบทบัญญัติต่าง ๆ ด้วยกับสิ่งที่เป็นที่อนุมัติไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องห้าม

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَوۡفُواْ بِٱلۡعُقُودِۚ أُحِلَّتۡ لَكُم بَهِيمَةُ ٱلۡأَنۡعَٰمِ إِلَّا مَا يُتۡلَىٰ عَلَيۡكُمۡ غَيۡرَ مُحِلِّي ٱلصَّيۡدِ وَأَنتُمۡ حُرُمٌۗ إِنَّ ٱللَّهَ يَحۡكُمُ مَا يُرِيدُ ١﴾ [المائدة : 1 ]

ความว่า “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงรักษาบรรดาสัญญาให้ครบถ้วนเถิด สัตว์ประเภทปศุสัตว์นั้นได้ถูกอนุมัติแก่พวกเจ้าแล้ว นอกจากที่ถูกอ่านให้พวกเจ้าฟัง โดยที่พวกเจ้ามิใช่ผู้ที่ให้สัตว์ที่จะถูกล่านั้น เป็นที่อนุมัติขณะที่พวกเจ้าอยู่ในการครองอิหฺรอม แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงชี้ขาดตามที่พระองค์ทรงประสงค์” (สูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ : 1)

คำเรียกร้องที่สอง

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تُحِلُّواْ شَعَٰٓئِرَ ٱللَّهِ وَلَا ٱلشَّهۡرَ ٱلۡحَرَامَ وَلَا ٱلۡهَدۡيَ وَلَا ٱلۡقَلَٰٓئِدَ وَلَآ ءَآمِّينَ ٱلۡبَيۡتَ ٱلۡحَرَامَ يَبۡتَغُونَ فَضۡلٗا مِّن رَّبِّهِمۡ وَرِضۡوَٰنٗاۚ وَإِذَا حَلَلۡتُمۡ فَٱصۡطَادُواْۚ وَلَا يَجۡرِمَنَّكُمۡ شَنَ‍َٔانُ قَوۡمٍ أَن صَدُّوكُمۡ عَنِ ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡحَرَامِ أَن تَعۡتَدُواْۘ وَتَعَاوَنُواْ عَلَى ٱلۡبِرِّ وَٱلتَّقۡوَىٰۖ وَلَا تَعَاوَنُواْ عَلَى ٱلۡإِثۡمِ وَٱلۡعُدۡوَٰنِۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَۖ إِنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ٢﴾ [المائدة : 2 ]

ความว่า “ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าให้เป็นที่อนุมัติ ซึ่งบรรดาเครื่องหมายแห่งศาสนาของอัลลอฮฺ และเดือนที่ต้องห้าม และสัตว์พลี และสัตว์ที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ที่คอ เพื่อเป็นสัตว์พลี และบรรดาผู้ที่มุ่งสู่บ้าน อันเป็นที่ต้องห้าม โดยแสวงหาความโปรดปราน และความพอพระทัยจากพระเจ้าของพวกเขา แต่เมื่อพวกเจ้าเปลื้องอิหฺรอมแล้ว ก็จงล่าสัตว์ได้ และจงอย่าให้การเกลียดชังแก่พวกหนึ่งพวกใด ที่ขัดขวางพวกเจ้า มิให้เข้ามัสญิดอัล-หะรอม ทำให้พวกเจ้ากระทำการละเมิดขอบเขต และพวกจงช่วยเหลือกัน ในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรง และจงอย่าช่วยกันในสิ่งที่เป็นบาป และเป็นศัตรูกัน และพึงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงหนักหน่วงในการลงโทษ” (สูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ : 2)

เนื้อหาของอายะฮฺนี้ เป็นการส่งเสริมอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ของหลักการศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนจากการนำเสนอการมีอาหารการกินที่ดี สู่อุดมการณ์การช่วยเหลือ ในด้านมนุษยธรรม การผดุงความยุติธรรม และความเป็นหนึ่งเดียวของสังคม 

อายะฮฺที่กล่าวถึงอาหารการกินบางอย่าง ที่เป็นที่ต้องห้าม และอายะฮฺที่กล่าวถึงความสมบูรณ์ของศาสนา

﴿حُرِّمَتۡ عَلَيۡكُمُ ٱلۡمَيۡتَةُ وَٱلدَّمُ وَلَحۡمُ ٱلۡخِنزِيرِ وَمَآ أُهِلَّ لِغَيۡرِ ٱللَّهِ بِهِۦ وَٱلۡمُنۡخَنِقَةُ وَٱلۡمَوۡقُوذَةُ وَٱلۡمُتَرَدِّيَةُ وَٱلنَّطِيحَةُ وَمَآ أَكَلَ ٱلسَّبُعُ إِلَّا مَا ذَكَّيۡتُمۡ وَمَا ذُبِحَ عَلَى ٱلنُّصُبِ وَأَن تَسۡتَقۡسِمُواْ بِٱلۡأَزۡلَٰمِۚ ذَٰلِكُمۡ فِسۡقٌۗ ٱلۡيَوۡمَ يَئِسَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِن دِينِكُمۡ فَلَا تَخۡشَوۡهُمۡ وَٱخۡشَوۡنِۚ ٱلۡيَوۡمَ أَكۡمَلۡتُ لَكُمۡ دِينَكُمۡ وَأَتۡمَمۡتُ عَلَيۡكُمۡ نِعۡمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ ٱلۡإِسۡلَٰمَ دِينٗاۚ فَمَنِ ٱضۡطُرَّ فِي مَخۡمَصَةٍ غَيۡرَ مُتَجَانِفٖ لِّإِثۡمٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٣﴾ [المائدة : 3 ]

ความว่า “ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งสัตว์ที่ตายเอง และเลือด และเนื้อสุกร และสัตว์ที่ถูกเปล่งนามอื่นจากอัลลอฮฺ(ขณะเชือด) และสัตว์ที่ถูกรัดคอตาย และสัตว์ที่ถูกตีตาย และสัตว์ที่ตกเหวตาย และสัตว์ที่ถูกขวิดตาย และสัตว์ที่สัตว์ร้ายกัดกินนอกจากที่พวกเจ้าเชือดกัน และสัตว์ที่ถูกเชือดบนแท่นหินบูชา และการที่พวกเจ้าเสี่ยงทายด้วยไม้ติ้ว เหล่านั้นเป็นการละเมิด วันนี้ บรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธา หมดหวังในศาสนาของพวกเจ้าแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้าเถิด วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว ผู้ใดได้รับความคับขันในความหิวโหย โดยมิใช่เป็นผู้จงใจกระทำบาปแล้วไซร้ แน่นอนอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเมตตาเสมอ” (สูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ : 3)

อายะฮฺข้างต้น อัลลอฮฺ ตะอาลา พระผู้อภิบาลของเรา ได้ห้ามอาหารการกินบางประเภท หลังจากนั้นก็มีท่อนนี้ตามมาว่า

1  2  3  4  5  6

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม