Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺ อัน-นิสาอ์

ฟุอาด ซัยดาน

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ การสถาพรอันประเสริฐ และความศานติ จงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺ ของท่านทั้งหลาย  และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ เพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือบ่าว และศาสนทูตของพระองค์

เป้าหมายของสูเราะฮฺ

การผดุงความยุติธรรม และความเมตตา แก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอทั้งหลาย

สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ ได้กำหนดวิถีทางที่จำเป็น แก่ผู้ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงคัดเลือกให้เขาเป็นตัวแทน บนหน้าแผ่นดินนี้ ต้องปฏิบัติตาม และสูเราะฮฺอาลิ อิมรอน ก็ได้ให้การเน้นย้ำ ในประเด็นของการยืนหยัด บนวิถีทางดังกล่าว ส่วนการมาของสูเราะฮฺอัน-นิสาอ์นั้น ก็เป็นการบ่งชี้แก่เราว่า การผดุงความยุติธรรม และความเมตตา แก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอทั้งหลายนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด ในการดำเนินตามวิถีทางนี้ โดยที่บรรดาอายะฮฺ ในสูเราะฮฺอัน-นิสาอ์นั้น ได้กล่าวถึงประเภทต่างๆ ของบรรดาผู้ที่อ่อนแอ ในจำนวนนั้นคือ บรรดาเด็กกำพร้า ผู้หญิง ทาส ทาสี ชนกลุ่มน้อย ที่ไม่ใช่ผู้ศรัทธา ซึ่งได้อาศัยอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งพวกเขาได้รับความอธรรม จากผู้คนทั้งหลาย  ดังนั้น การผดุงความยุติธรรม และความเมตตา ต่อบรรดาผู้ที่อ่อนแอทั้งหลายนั้น คือพื้นฐานของการรับผิดชอบ ในการทำหน้าที่บนหน้าแผ่นดินนี้

การผดุงความยุติธรรม โดยเริ่มแรกนั้น ต้องให้เกิดขึ้นในบ้านกับผู้หญิง ซึ่งหากมนุษย์ได้ผดุงความยุติธรรม กับภรรยาของเขา และให้ความเมตตาแก่นางแล้วไซร้ แน่นอนเขาย่อมมีความสามารถ ที่จะผดุงความยุติธรรม แก่ผู้คนอื่นๆ ในสังคมได้ ไม่ว่าระดับของชนชั้นในสังคมนั้น จะมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามที ซึ่งอัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงประสงค์ที่จะเห็นความยุติธรรม ในหมู่มนุษย์ โดยเฉพาะกับผู้หญิง ก่อนที่จะมีการรับผิดชอบ ในการทำหน้าที่บนหน้าแผ่นดินนี้

สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน ได้ปูทาง เพื่อการเทิดเกียรติต่อผู้หญิง ในเรื่องราวของภรรยาท่านอิมรอน และท่านหญิงมัรยัม อะลัยฮัสสลาม ซึ่งทั้งสองท่านนั้น คือตัวอย่างของการยืนหยัดบนหน้าแผ่นดินนี้ ก็เนื่องจากผู้หญิงนั้น เป็นแหล่งผลิตเหล่าบุรุษ และอนุชนรุ่นต่างๆ ซึ่งแม่นั้น มีบทบาทในการอบรมสั่งสอน เด็กน้อยของประชาชาตินี้ จนกระทั่งพวกเขา ได้กลายเป็นชายชาตรี ส่วนการเรียกชื่อสูเราะฮฺนี้ด้วย อัน-นิสาอ์ ก็เพื่อเป็นการเทิดเกียรติ แก่พวกนาง ในบทบาทของพวกนาง ที่มีต่อประชาชาติอิสลามนั่นเอง

ซึ่งเราจะขอนำเสนออายะฮฺต่างๆ ในสูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ และความหมายของมัน โดยในแต่ละอายะฮฺ ของสูเราะฮฺนี้ ก็จะมีเนื้อหาที่กล่าวถึงความยุติธรรม และความเมตตาอยู่

เริ่มต้นด้วยกับอายะฮฺแรกของสูเราะฮฺนี้ ซึ่งเป็นอายะฮฺที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้กล่าวถึงการสร้างสรรค์เรา จากชีวิตหนึ่ง (และทรงบังเกิดจากชีวิตนั้น ซึ่งคู่ครองของเขา และทรงให้มีลูกหลาน ซึ่งมีทั้งชายและหญิง อย่างมากมาย -ผู้แปล-) ก็ในเมื่อดั้งเดิมของเรานั้น มาจากชีวิตเดียว แล้วทำไมเรายังมีความอธรรม ซึ่งกันและกันอีก

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱتَّقُواْ رَبَّكُمُ ٱلَّذِي خَلَقَكُم مِّن نَّفۡسٖ وَٰحِدَةٖ وَخَلَقَ مِنۡهَا زَوۡجَهَا وَبَثَّ مِنۡهُمَا ٗا كَثِيرٗا وَنِسَآءٗۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ ٱلَّذِي تَسَآءَلُونَ بِهِۦ وَٱلۡأَرۡحَامَۚ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلَيۡكُمۡ رَقِيبٗا ١﴾ [النساء : 1]

ความว่า “มนุษยชาติทั้งหลาย ! จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้า ที่ได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง และได้ทรงบังเกิดจากชีวิตนั้น ซึ่งคู่ครองของเขา และได้ทรงให้แพร่สะพัด ไปจากทั้งสองนั้น ซึ่งบรรดาชายและบรรดาหญิง อันมากมาย และจงยำเกรงอัลลอฮฺ ที่ซึ่งพวกเจ้าต่างขอกัน ด้วยพระองค์ และพึงรักษาเครือญาติ แท้จริงอัลลอฮฺทรงสอดส่องดูพวกเจ้าอยู่เสมอ” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 1)

ประเภทต่างๆ ของผู้ที่อ่อนแอ

คือบรรดาที่เป็นเด็กกำพร้า ผู้หญิง ผู้ที่เบาปัญญา และอื่นๆ จากนี้ รวมทั้งได้ส่งเสริมให้ผดุงความยุติธรรม และความเมตตา แก่พวกเขาเหล่านั้น

หนึ่ง...

﴿وَءَاتُواْ ٱلۡيَتَٰمَىٰٓ أَمۡوَٰلَهُمۡۖ وَلَا تَتَبَدَّلُواْ ٱلۡخَبِيثَ بِٱلطَّيِّبِۖ وَلَا تَأۡكُلُوٓاْ أَمۡوَٰلَهُمۡ إِلَىٰٓ أَمۡوَٰلِكُمۡۚ إِنَّهُۥ كَانَ حُوبٗا كَبِيرٗا ٢﴾ [النساء : 2]

ความว่า “และจงให้แก่บรรดาเด็กกำพร้า ซึ่งทรัพย์สมบัติของพวกเขา และจงอย่าเปลี่ยนของเลวด้วยของดี และจงอย่ากินทรัพย์ของพวกเขา ร่วมกับทรัพย์ของพวกเจ้า แท้จริงมันเป็นบาปอันใหญ่หลวง” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 2)

สอง...

﴿وَإِنۡ خِفۡتُمۡ أَلَّا تُقۡسِطُواْ فِي ٱلۡيَتَٰمَىٰ فَٱنكِحُواْ مَا طَابَ لَكُم مِّنَ ٱلنِّسَآءِ مَثۡنَىٰ وَثُلَٰثَ وَرُبَٰعَۖ فَإِنۡ خِفۡتُمۡ أَلَّا تَعۡدِلُواْ فَوَٰحِدَةً أَوۡ مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُكُمۡۚ ذَٰلِكَ أَدۡنَىٰٓ أَلَّا تَعُولُواْ ٣﴾ [النساء : 3]

ความว่า และหากพวกเจ้าเกรงว่า จะไม่สามารถให้ความยุติธรรม ในบรรดาเด็กกำพร้าได้ ก็จงแต่งงานกับผู้ที่ดี สำหรับพวกเจ้าในหมู่สตรี สองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าพวกเจ้าเกรงว่า พวกเจ้าจะให้ความยุติธรรมไม่ได้ ก็จงมีแต่หญิงเดียว หรือไม่ก็หญิง (ทาส) ที่มือขวาของพวกเจ้า ครอบครองอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่ใกล้ยิ่งกว่า ในการที่พวกเจ้าจะไม่ลำเอียง (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 3)

สาม...

﴿وَءَاتُواْ ٱلنِّسَآءَ صَدُقَٰتِهِنَّ نِحۡلَةٗۚ فَإِن طِبۡنَ لَكُمۡ عَن شَيۡءٖ مِّنۡهُ نَفۡسٗا فَكُلُوهُ هَنِيٓ‍ٔٗا مَّرِيٓ‍ٔٗا ٤﴾ [النساء : 4]

ความว่า “และจงให้มะฮัรฺแก่บรรดาหญิง (ภรรยา) ทั้งหลาย ด้วยความเต็มใจ แต่ถ้านางเห็นชอบ ที่จะให้สิ่งหนึ่งแก่พวกเจ้า จากมะฮัรฺนั้นแล้ว ก็จงบริโภคสิ่งนั้น ด้วยความเอร็ดอร่อย และโอชา” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 4)

สี่...

﴿وَلَا تُؤۡتُواْ ٱلسُّفَهَآءَ أَمۡوَٰلَكُمُ ٱلَّتِي جَعَلَ ٱللَّهُ لَكُمۡ قِيَٰمٗا وَٱرۡزُقُوهُمۡ فِيهَا وَٱكۡسُوهُمۡ وَقُولُواْ لَهُمۡ قَوۡلٗا مَّعۡرُوفٗا ٥﴾ [النساء : 5]

ความว่า “และจงอย่ามอบทรัพย์ของพวกเจ้า แก่บรรดาผู้ที่เบาปัญญา ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อัลลอฮฺได้ทรงให้ เป็นสิ่งค้ำจุนแก่พวกเจ้า และจงให้ปัจจัยยังชีพ และเครื่องนุ่งห่ม แก่พวกเขาในทรัพย์นั้น และจงกล่าววาจา แก่พวกเขาอย่างดี” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 5)

ห้า...

﴿وَٱبۡتَلُواْ ٱلۡيَتَٰمَىٰ حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغُواْ ٱلنِّكَاحَ فَإِنۡ ءَانَسۡتُم مِّنۡهُمۡ رُشۡدٗا فَٱدۡفَعُوٓاْ إِلَيۡهِمۡ أَمۡوَٰلَهُمۡۖ وَلَا تَأۡكُلُوهَآ إِسۡرَافٗا وَبِدَارًا أَن يَكۡبَرُواْۚ وَمَن كَانَ غَنِيّٗا فَلۡيَسۡتَعۡفِفۡۖ وَمَن كَانَ فَقِيرٗا فَلۡيَأۡكُلۡ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ فَإِذَا دَفَعۡتُمۡ إِلَيۡهِمۡ أَمۡوَٰلَهُمۡ فَأَشۡهِدُواْ عَلَيۡهِمۡۚ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ حَسِيبٗا ٦﴾ [النساء : 6]

ความว่า “และจงทดสอบบรรดาเด็กกำพร้าดู จนกระทั่งพวกเขาบรรลุวัยสมรส ถ้าพวกเจ้าเห็นว่า ในหมู่พวกเขานั้น มีไหวพริบรู้ผิดรู้ถูกแล้ว ก็จงมอบทรัพย์ของพวกเขา ให้แก่พวกเขาไป และจงอย่ากินทรัพย์นั้น โดยฟุ่มเฟือย และรีบเร่งให้ทันก่อนที่พวกเขาจะเติบโต และผู้ใดเป็นผู้มั่งมี ก็จงงดเว้นเสีย และผู้ใดเป็นผู้ยากจน ก็จงกินโดยชอบธรรม ครั้นเมื่อพวกเจ้าได้มอบทรัพย์ของพวกเขา ให้แก่พวกเขาไปแล้ว ก็จงให้มีพยานยืนยันแก่พวกเขา และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสอบสวน (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 6)

หก...

﴿وَإِذَا حَضَرَ ٱلۡقِسۡمَةَ أُوْلُواْ ٱلۡقُرۡبَىٰ وَٱلۡيَتَٰمَىٰ وَٱلۡمَسَٰكِينُ فَٱرۡزُقُوهُم مِّنۡهُ وَقُولُواْ لَهُمۡ قَوۡلٗا مَّعۡرُوفٗا ٨﴾ [النساء : 8]

ความว่า “และหากว่ามีบรรดาญาติที่ใกล้ชิด และบรรดาเด็กกำพร้า และบรรดาผู้ที่ขัดสน มาร่วมอยู่ด้วยในการแบ่งมรดก ก็จงปันส่วนหนึ่งจากสิ่งนั้น ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา และจงกล่าวแก่พวกเขาอย่างดี” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 8)

เจ็ด...

﴿وَلۡيَخۡشَ ٱلَّذِينَ لَوۡ تَرَكُواْ مِنۡ خَلۡفِهِمۡ ذُرِّيَّةٗ ضِعَٰفًا خَافُواْ عَلَيۡهِمۡ فَلۡيَتَّقُواْ ٱللَّهَ وَلۡيَقُولُواْ قَوۡلٗا سَدِيدًا ٩﴾ [النساء : 9]

ความว่า “และพึงวิตกเถิด บรรดาผู้ที่หากพวกเขาละทิ้งลูกๆ ที่ยังอ่อนแอ อยู่ไว้เบื้องหลังของพวกเขา ซึ่งพวกเขากลัวว่า จะมีอันตรายเกิดขึ้นแก่ลูกๆ ของพวกเขานั้น พวกเขาจงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด และจงกล่าววาจาอย่างเที่ยงตรง” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ : 9)

1  2  3  4

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม