Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺ อัล-ฟาติหะฮฺ

ฟุอาด ซัยดาน

เป้าหมายของสูเราะฮฺ

ครอบคลุมถึงนัยแห่งเป้าหมายต่างๆ ในคัมภีร์อัลกุรอาน

สูเราะฮฺนี้มีชื่อเรียกว่า

อัล-ฟาติหะฮฺ (ปฐมบทของอัลกุรอาน), อุมมุลกิตาบ (แม่บทของคัมภีร์), อัช-ชาฟิยะฮฺ (การเยียวยา), อัล-วาฟิยะฮฺ(ความสมบูรณ์), อัล-กาฟิยะฮฺ (ความพอเพียง), อัล-อะสาส (เป็นหลักการพื้นฐาน), อัล-หัมดุ (การสรรเสริญ), อัส-สับอุ อัล-มะษานีย์ (เจ็ดอายะฮฺที่ถูกทวน อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า), อัลกุรอาน อัล-อะซีม (อัลกุรอานที่ยิ่งใหญ่)  ดังมีบันทึกในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวแก่ท่านอบีสะอีด บิน อัล-มุอัลลาว่า (ซึ่งท่านสะอีด ได้เล่าว่า)

كُنْتُ أُصَلِّي فِي الْمَسْجِدِ فَدَعَانِي رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، فَلَمْ أُجِبْهُ، فَقُلْتُ : يَا رَسُولَ اللَّهِ، إِنِّي كُنْتُ أُصَلِّي، فَقَالَ: «أَلَمْ يَقُلْ اللَّهُ ﴿اسْتَجِيبُوا لِلَّهِ وَلِلرَّسُولِ إِذَا دَعَاكُمْ لِمَا يُحْيِيكُمْ﴾»، ثُمَّ قَالَ لِي : «لَأُعَلِّمَنَّكَ سُورَةً هِيَ أَعْظَمُ السُّوَرِ فِي الْقُرْآنِ قَبْلَ أَنْ تَخْرُجَ مِنْ الْمَسْجِدِ»، ثُمَّ أَخَذَ بِيَدِي، فَلَمَّا أَرَادَ أَنْ يَخْرُجَ، قُلْتُ لَهُ: أَلَمْ تَقُلْ لَأُعَلِّمَنَّكَ سُورَةً هِيَ أَعْظَمُ سُورَةٍ فِي الْقُرْآنِ، قَالَ: ﴿الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ﴾ هِيَ السَّبْعُ الْمَثَانِي وَالْقُرْآنُ الْعَظِيمُ الَّذِي أُوتِيتُهُ».

ความว่า  ครั้งหนึ่ง ขณะที่ฉันละหมาดอยู่ในมัสยิด แล้วท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ได้เรียกฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ขานรับท่าน เมื่อฉันเสร็จจากละหมาด ฉันก็ได้กล่าวว่า โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ แท้จริง ตอนที่ท่านเรียกนั้น ฉันกำลังละหมาดอยู่ ท่านกล่าวว่า “อัลลอฮฺไม่ได้ตรัสดอกหรือว่า

﴿اسْتَجِيبُواْ لِلّه وَلِلرَّسُولِ إِذَا دَعَاكُم لِمَا يُحْيِيكُمْ﴾ (الأنفال : 24 )

ความว่า “จงตอบรับอัลลอฮฺ และเราะสูลเถิด เมื่อเขาได้เชิญชวนพวกเจ้า สู่สิ่งที่ทำให้พวกเจ้ามีชีวิต” (อัล-อันฟาล 24)

แล้วท่านก็บอกว่า “ฉันจะสอนเจ้าถึงสูเราะฮฺ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในอัลกุรอาน ก่อนที่เจ้าจะออกไปจากมัสยิด” แล้วท่านก็จับมือฉันไว้ เมื่อถึงเวลา ที่ท่านจะออกไป ฉันก็กล่าวแก่ท่านว่า ท่านไม่ได้บอกแก่ฉันดอกหรือว่า จะสอนสูเราะฮฺที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในอัลกุรอานให้? ท่านก็ตอบฉันว่า “คือ อัลหัมดุลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน (หมายถึง สูเราะฮฺ อัล-ฟาติหะฮฺ) มันคือเจ็ดอายะฮฺที่ถูกทวนอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เป็นอัลกุรอานอันยิ่งใหญ่ ที่ถูกมอบให้แก่ฉัน (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 4474)

อัลลอฮฺทรงให้คุณลักษณะของสูเราะฮฺนี้ว่า  เป็นการละหมาด (เนื่องจากความสำคัญของสูเราะฮฺนี้ ในละหมาด เป็นรุกุ่นสำคัญ ของการละหมาด  ถ้าไม่มีอัล-ฟาติหะฮฺ ก็ถือว่าไม่มีการละหมาด -ผู้แปล-)
               
สูเราะฮฺนี้มีความลับอะไร ?

สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ  เป็นสูเราะฮฺมักกียะฮฺ (ถูกประทานในช่วง ก่อนการอพยพฮิจญ์เราะฮฺ ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไปมะดีนะฮฺ)  ประกอบด้วย 7 อายะฮฺ ดังมติที่เป็นเอกฉันท์ของบรรดานักวิชาการ

“อัล-ฟาติหะฮฺ” ถูกเรียกด้วยชื่อนี้ ก็เพราะว่า คัมภีร์อัลกุรอานอันทรงเกียรติ ได้เริ่มต้นด้วยกับสูเราะฮฺนี้ และเป็นสูเราะฮฺที่ถูกจัด ให้อยู่ในอันดับแรกของอัลกุรอาน  แต่ไม่ใช่สูเราะฮฺแรกที่ถูกประทานลงมา ถือเป็นสูเราะฮฺ ที่ได้ให้ข้อสรุปต่อนัยต่างๆ ของอัลกุรอาน ได้อย่างรวบรัด รวมทั้งได้ประมวลเป้าหมายโดยรวม อันเป็นพื้นฐานของอัลกุรอาน ไว้อีกด้วย  มันคือสูเราะฮฺ ที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องหลักการ และรายละเอียดปลีกย่อยของศาสนา  ทั้งที่เกี่ยวข้อง กับหลักการศรัทธา  หลักการเคารพภักดี บทบัญญัติต่างๆ การศรัทธาในวันโลกหน้า การศรัทธาต่อคุณลักษณะของอัลลอฮฺ อันวิจิตรงดงาม การให้เอกภาพต่อพระองค์ ด้วยการเคารพภักดี การขอความช่วยเหลือ การขอพร การมุ่งหน้าสู่พระองค์ (ตะวัจญุฮฺ) ด้วยการวอนขอทางนำสู่ศาสนา แห่งสัจธรรม และทางที่เที่ยงตรง รวมทั้งการวิงวอนต่อพระองค์ให้มีความหนักแน่น มั่นคงในการศรัทธา และดำเนินตามวิถีทาง ของเหล่ากัลยาณชนทั้งหลาย และให้ห่างไกล จากทางของพวกที่ถูกกริ้ว และทางของพวกที่หลงผิดทั้งหลาย ในสูเราะฮฺนี้ ยังได้สาธยายถึงเรื่องราว ของประชาชาติชนรุ่นก่อน และได้เปิดเผยถึงการย่างก้าว สู่เส้นทางอันสุขารมณ์ และที่พำนักอันทุกข์ทนหม่นไหม้ นั่นคือการเคารพภักดี ต่อข้อสั่งใช้และข้อห้ามของอัลลอฮฺ ตะอาลา และอื่นๆ จากนี้ ที่เป็นวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย สูเราะฮฺนี้ เปรียบเสมือนแม่บทของสูเราะฮฺ อันมีเกียรติทั้งหลาย และเนื่องด้วยเหตุนี้เอง ที่ถูกเรียกว่า “อุมมุลกิตาบ” หรือแม่บทแห่งคัมภีร์ ดังนั้น สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ จึงได้ประมวลทุกๆ นัย ของอัลกุรอาน ส่วนเป้าหมายของสูเราะฮฺนี้นั้น ก็ได้ประมวลนัย และเป้าหมายต่างๆ ของอัลกุรอานไว้เช่นเดียวกัน

อัลกุรอานเป็นหลักฐาน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักการศรัทธา (อะกีดะฮฺ) หลักการเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) และหลักการดำเนินชีวิต (มะนาฮิจญ์ อัล-หะยาฮฺ) โดยที่อัลกุรอาน ได้เรียกร้องไปสู่การศรัทธา ต่ออัลลอฮฺ และการเคารพภักดี ต่อพระองค์ พร้อมทั้งได้กำหนดหลักการดำเนินชีวิต ในทำนองเดียวกันสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ ก็มีหลักการหลักๆ ดังนี้

  1. หลักการศรัทธา (อะกีดะฮฺ)

﴿ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٢ ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ ٣ مَٰلِكِ يَوۡمِ ٱلدِّينِ ٤﴾

ความว่า การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก  ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน

2. หลักการเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ)

                ﴿إِيَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِيَّاكَ نَسۡتَعِينُ ٥ ﴾

ความว่า เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ  และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ

3. หลักการดำเนินชีวิต (มะนาฮิจญ์ อัล-หะยาฮฺ)

﴿اهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ ٧ ﴾

ความว่า “ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง คือทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา”

ซึ่งสูเราะฮฺ และอายะฮฺต่าง ๆ ในอัลกุรฺอาน (หลังจากสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ) ก็จะมาขยายความ 3 หลักการนี้

1  2  3

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม