Custom Search

การพิชิตเมืองอันดาลุส

เขียนโดย เชค มูฮำหมัด ซอฟวัต นูรุดดีน 
แปลและเรียบเรียง โดย อบูฮัซซาน

อิสลามเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ ที่ถูกประทานลง จากพระองค์อัลลอฮ์  พระผู้อภิบาล แห่งสากลโลก  ท่านนบีมูฮัมหมัด เป็นผู้ที่ยึดถือศาสนาอิสลาม และเคารพภัคดีต่ออัลลอฮ์ เป็นท่านแรก  และเป็นผู้เรียกร้องเชิญชวนมนุษย์ชาติ ไปสู่ศาสนาของพระองค์ โดยนำเอาอัลกุรอาน และแบบฉบับของท่าน มาใช้ในการเผยแพร่  หน้าที่ของนบีมุฮัมมัด  คือปฏิบัติตามอัลกุรอาน และนำมาเผยแพร่ ให้แก่มนุษย์ชาติ ได้ปฏิบัติตาม ดังนั้น ความประพฤติ การปฏิบัติต่างๆ ของท่าน  จึงมาจากอัลกุรอาน และแบบฉบับของท่านทั้งสิ้น

ท่านได้นำเอาอัลกุรอาน และแสดงแบบฉบับ เพื่ออบรมสั่งสอนบรรดาสาวก  และบรรดาผู้ที่มาหลัง จากบุคลเหล่านั้น  ก็ได้นำเอาแบบฉบับต่างๆ ของสาวกเหล่านั้น ไปปฏิบัติ  ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ชาวโลก จึงยอมรับการปกครองของพวกเขา อย่างรวดเร็ว แต่มิได้หมายความว่า พวกเขาจะได้รับการปกป้อง ให้พ้นจากความผิดพลาด พวกเขาอาจผิดพลาดได้  แต่ทว่าเมื่อเขาผิดพลาดแล้ว เขากลับเข้าหาความถูกต้อง  ดังนั้น ความผิดพลาดของพวกเขา จึงจัดอยู่ภายใต้ความดีของพวกเขา

อัลลอฮ์ ทรงรักษาศาสนาของพระองค์

อัลลอฮ์ ทรงรักษาวิธีการ การเรียนรู้ศาสนาอิสลาม  จากตัวบทของอัลกุรอาน และซุนนะห์ ของท่านรอซูล   โดยให้ผู้ที่มีความรู้ ได้ถ่ายทอดให้กับผู้อื่น  วิธีการนี้ เป็นที่รู้จักดี จนกระทั่งทุกวันนี้  อีกทั้งยังมีตำรับตำราต่างๆ ที่นักวิชาการ ได้เขียนขึ้นมา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อย เข้ารับนับถืออิสลาม   ทั้งๆ ที่การดำเนินชีวิตที่แท้จริง ของมุสลิม   และระบบการปกครอง ของประเทศอิสลามนั้น ไม่ได้ช่วยส่งเสริม ในการเผยแพร่อิสลาม เท่าใดนัก 

อันเนื่องมาจากการปกครอง ตามระบอบอิสลาม อย่างถูกต้องนั้น มันเป็นเพียงทฤษฎี ที่รู้อยู่เฉพาะนักพูด และนักเขียนเท่านั้น โดยไม่ได้ถูกนำเอาไปปฏิบัติ  แต่ที่น่ายินดี คือ ในเรื่องการทำอิบาดะห์ต่างๆ  ระบบการเงิน และการใช้ชีวิต ในครอบครัวของมุสลิม  นับว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่า ระบบการปกครองมาก แม้ว่ายังจะมีจุดบกพร่องอยู่ก็ตาม

การพิชิตที่ยิ่งใหญ่

ในศตวรรษแรกของศักราชอิสลาม  เริ่มตั้งแต่สมัยของท่านนบี   สมัยคอลีฟะห์ อัรรอชีดีน จนถึงสมัยอนาจักร อะมาวียะห์  จะพบว่าช่วงเวลาดังกล่าว เต็มไปด้วยการพิชิต การเปิดเมืองต่างๆ  ซึ่งทำให้ศาสนาอิสลาม ได้แพร่ขยาย ไปอย่างกว้างไกล   เมืองหนึ่งที่ศาสนาอิสลาม ได้เข้าไปปกครอง คือ เมือง  อันดาลุส ( ประเทศสเปนในปัจจุบันนี้)  เมืองนี้ถูกพิชิตได้ โดยการนำทัพของ  ฏอริก อิบนุซิยาด  ในปีฮิจเราะห์ศักราชที่  92  และตกอยู่ภายใต้การปกครองของอิสลาม นานถึง  8  ศตวรรษ  หลังจากนั้น ก็กลับไปสู่การปกครองแบบเดิม เมื่ออิสลาม และมุสลิม ถูกขับไล่ออกจากเมือง  ส่วนมุสลิมที่เหลืออยู่ ก็ถูกบังคับให้ละทิ้งศาสนา ของพวกเขา 

เป็นเวลาห้าศตวรรษ ที่เมือง อันดาลุส ถูกปิดตายสำหรับชาวมุสลิม  ร่องรอยต่างๆ ของอิสลาม  ศาสนสถานและมัสยิดต่างๆ ถูกเปิดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อเข้าชมความสวยงามเท่านั้น   เมื่อ ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้  มุสลิมได้มีโอกาสเข้าไปเผยแพร่อิสลาม อีกครั้งหนึ่ง   มัสยิดต่างๆ จึงได้ถูก เปิดขึ้น มีการประกอบศาสนกิจ แต่อยู่ภายใต้กรอบ ของตะวันตก  คือห้ามอะซานเสียงดัง  เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้  สมควรที่จะได้นำประวัติศาสตร์ การพิชิตเมือง อันดาลุส ของฏอริก อิบนุซิยาด  มาเสนอให้ทราบ โดยสังเขป

การพิชิตเมือง อันดาลุส ของฏอริก อิบนุซิยาด

ฎอริก  อิบนุซิยาด คือใคร  ?  ฎอริก  อิบนุซิยาด คือทาสของมูซา อิบนุนุซอยริ ที่ได้รับการปลดปล่อย ให้เป็นอิสระ  และมูซา อิบนุนุซอยริ ก็เป็นทาสที่ได้รับการปดปล่อย ให้เป็นอิสระเช่นกัน  มูซา อิบนุนุซอยริ ได้รับการแต่งตั้งจาก   อะมีรุ้ลมุอมีนีน วะลีด อิบนุอับดุลมาลิก  ให้ไปเปิดเมืองต่างๆ ในโมร็อคโค

ในปีฮิจเราะห์ศักราชที่  88   ฏอริก  อิบนุซิยาด เป็นคนหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญ ในการพิชิตเมืองต่างๆ  ท่านมูซา  อิบนุนุซอยริ  จึงได้มอบความไว้วางใจ และแต่งตั้งให้นำทัพ ไปเปิดเมืองต่างๆ เช่นเมือง เบอร์ เบอร์  และได้แต่งตั้ง ให้เป็นผู้ปกครองเมืองฏอนยะห์    มูซา อิบนุนุซอยริ  ได้เห็นว่า ฏอริก อิบนุซยาด นั้น เป็นผู้ที่มีความจริงใจ เป็นผู้ที่มีความทรหด เข้มแข็ง มีจิตใจที่แน่วแน่  เป็นคนพูดเก่ง มีเหตุมีผล สามารถพูดโน้มน้าวจิตใจผู้ฟัง ได้อย่างดี  มีความบริสุทธิ์ใจ ในการต่อสู้เพื่ออิสลาม  ท่านจึงได้แต่งตั้ง ให้เป็นแม่ทัพนำทหาร ไปเปิดเมือง อันดาลุส

เดือนซะอบาน  ปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 92   ฏอริก อิบนุซิยาด ได้นำทหารจำนวน 7,000 คน ข้ามทะเลเมดิเตอรเรเนียล ไปยังประเทศสเปน ฏอริก ได้ยกมือขอดุอาอต่ออัลลอฮ์ ให้ได้รับชัยชนะ  และนึกถึงภาพการสู้รบ ของท่านนบี   ทันใดนั้นท่านก็รู้สึกง่วงนอน  จึงเผลอหลับไป และได้ฝันเห็นท่าน นบี  ยืนอยู่ท่ามกลาง ชาวอันศอร และชาวมุฮาญิรีน ที่มีอาวุธพร้อมอยู่ในมือ  และท่านนบี  ได้กล่าวแก่ ฏอริกว่า “ฏอริก  เจ้าจงเดินหน้า เพื่อทำหน้าที่ของเจ้าเถิด”    และฏอริกได้เห็นท่านนบี และบรรดาสาวกของท่าน เดินนำหน้าเข้าเมืองอันดาลุส  ฏอริก ตื่นขึ้น  และแจ้งข่าวดี ให้ทหารของเขาทราบ โดยหวังว่า จะได้รับความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ ให้ได้รับชัยชนะ ในการสู้รบครั้งนี้

เมื่อทหารของฏอริก ได้เผชิญหน้ากับทหาร ของกษัตริย์ของสเปน ชื่อรอฎดริก  ซึ่งมีกำลังทหาร 70,000 คนเศษ    มูซา อิบนุนุซอยริ  ได้ส่งทหารไปสมทบ กับทหารของฏอริก จำนวน 5,000 คน  จึงทำให้ทหารของฏอริก มีทั้งสิ้น 12,000 คน  ก่อนทีจะทำการสู้รบ ฏอริก ได้กล่าวคำปราศรัย แก่เหล่าทหารหาญของเขาว่า

“ท่านพี่น้องทั้งหลาย ขณะนี้ไม่มีทางหนีอีกแล้ว ด้านหน้าพวกท่านคือศัตรู  ส่วนด้านหลังของพวกท่าน คือทะเล  ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ว่า  ไม่มีสิ่งใดสำหรับพวกท่านอีกแล้ว นอกจากความจริงใจ และความอดทน พวกท่านทั้งหลาย พึงทราบไว้ด้วยเถิดว่า ฐานะของพวกท่านขณะนี้  มันหนักหนา ยิ่งกว่าเด็กกำพร้า ที่ร่วมโต๊ะอาหารกับคนเลวๆ  พวกศัตรูได้เตรียมต้อนรับพวกท่าน ด้วยกำลังพล กำลังอาวุธ และอาหารที่สมบูรณ์  ส่วนพวกท่านทั้งหลายนั้น   ไม่มีอะไรนอกจากดาบ ที่อยู่ในมือของพวกท่านเท่านั้น  พวกท่านจะไม่มีอาหารกิน นอกจากที่จะได้มา จากศัตรูของพวกท่าน  ถ้าหากว่าการสู้รบในครั้งนี้ ยืดเยื้อเป็นเวลานาน ในสภาพที่พวกท่าน ยังต้องการปัจจัยเช่นนี้ และพวกท่านไม่สาสมารถ ทำอะไรศัตรูได้ 

แน่นอนเหลื่อเกินว่า ความแข็งแกร่งของพวกท่าน ก็จะหมดไป ความหวาดกลัว และความหวั่นไหว ก็จะเข้ามาแทนที่  ท่านทั้งหลายต้องกล้าหาญ  ต้องอดทน ต้องขจัดความต่ำต้อย ของความพ่ายแพ้ ที่จะเกิดขึ้นกับพวกท่าน ไปให้ได้ ด้วยการเอาชนะพวกศัตรู  โอกาสจะเป็นของพวกท่าน หากพวกท่านกล้าสู้ตายในการรบ  ฉันเตือนพวกท่าน หาใช่ว่าฉันจะไม่ประสบกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ สิ่งที่พวกท่านกำลังกระทำอยู่นี้ มันมีผลตอบแทนอย่างมหาศาล  และฉันก็ขอเริ่มด้วยตัวของฉัน เป็นอันดับแรก

พวกท่านทั้งหลาย ต้องทราบไว้ด้วยว่า หากพวกท่านอดทน ต่อความลำบากเพียงเล็กน้อย ในขณะนี้  พวกท่านก็จะสุขสบาย ในภายภาคหน้า ไปอย่างยาวนาน  หมู่เกาะแห่งนี้ ท่านทั้งหลายก็ทราบดี  มันเต็มไปด้วยสาวสวย ที่มาจากประเทศกรีก  แต่งกายประดับประดา ด้วยไข่มุกเม็ดเล็กเม็ดใหญ่  เสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็ล้วนแล้วแต่มีค่า พวกนางเหล่านั้น ได้นั่งอยู่ในห้องของพระราชา ที่สวมมงกุฎอันล้ำค่า  ท่านวะลีด อิบนุ อับดุลมาลิก  ได้เลือกพวกท่านมา เพื่อเป็นวีรบุรุษ ที่เป็นชาวอาหรับ  และท่านก็พอใจ ที่จะให้พวกท่าน เป็นเขยของกษัตริย์ ในเกาะแห่งนี้  เพื่อที่วะลีด จะได้อานิสงค์ จากการต่อสู้ของพวกท่าน ในการเผยแพร่ศาสนาของอัลลอฮ์ บนเกาะแห่งนี้  ทรัพย์ เชลยต่างๆ ที่จะได้จากสงครามครั้งนี้ จะเป็นของพวกท่านเท่านั้น  และถ้าหากพวกท่านต้องการสิ่งใด ก็ให้แจ้งให้ทราบ  ฉันยินดีที่จะมอบให้แก่พวกท่าน  และเมื่อเริ่มการสู้รบ ฉันเองจะเป็นคนบุก ไปฆ่าแม่ทัพของศัตรูให้ได้  อินชาอัลลอฮ์ "

เมื่อทหารทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกัน  อัลลอฮ์ได้ให้ทหารของมุสลิม ได้รับชัยชนะ  ทหารของกาเฟรได้พ่ายแพ้ กษัตริย์รอฎดริก ถูกฆ่าตาย ในการสู้รบครั้งนี้ อัลลอฮ์ ได้ทรงช่วยเหลือ ทหารของมุสลิม โดยทำให้ทหารของฝ่ายศัตรู เกิดความขัดแย้ง แตกแยก โกรธเคืองซึ่งกันและกัน และพวกยะฮูดี ก็ได้เข้าไปมีอำนาจ เหนือพวกเขาเหล่านั้น  และอัลลอฮ์ ยัง ได้ให้ฝนลูกเห็บ ตกลงมาอย่างหนัก  อันเป็นการช่วยให้เสียงการเคลื่อนทัพ ของทหารม้าเบาลง จึงทำให้ศัตรูไม่รู้ตัว กองทัพของฏอริก จึงบุกเข้าไปยึดเมือง ตุไลติละห์ และเมือกุรฏุบะห์ได้ และยังได้ติดตามขับไล่ศัตรูไป จนถึงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของเมืองอันดาลุส

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม