Custom Search

ย้อนรอยอดีต ผู้ก่อฟิตนะฮ์ อับดุลลอฮฺ อิบนุ สะบะ

แปลและเรียบเรียงโดย อาจารย์ ยะหฺยา อับดุลการีม

อับดุลลอฮ์ อิบนุสะบะ เป็นชาวยิว เมืองศอนอาอ์ ประเทศเยเมน เดินทางเข้าสู่เมือง มะดีนะตุล มุเนาว์วะเราะฮ์ เพื่อเข้ารับอิสลาม ในปี ฮ.ศ. 30 โดยวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การมุ่งทำลายอิสลาม เขาได้อธิบายอัลกรุอาน โดยเอาคัมภีร์เตารอต เป็นข้ออรรถาธิบาย   อับดุลลอฮ์ อิบนุสะบะ  รับเอาอิทธิพลคำสอนของยิว และเปอร์เซีย ซึ่งแพร่หลายอยู่ในประเทศเยเมน ในช่วงที่เปอร์เซียร์ เข้าไปยึดครอง  เขาทำการเผยแพร่แนวความคิดแปลกๆ มากมาย ในเมืองมะดีนะฮ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีศ่อฮาบะฮ์ ระดับผู้นำ อยู่หลายท่าน จึงไม่มีใครฟังคำพูดของเขา และในที่ สุด เขาก็ถูกขับไล่ ออกจากเมืองมะดีนะฮ์

หลังออกจากเมือง มะดีนะฮ์ เขามุ่งหน้า ไปๆ มาๆ อยู่ระหว่างเมืองบัศเราะฮ์ กูฟะฮ์ ชาม  เพื่อเผยแพร่ความคิดแหวกแนว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีใครให้ความสนใจ แนวคิดของเขา ต่อมาจึงเดินทาง ไปประเทศอียิปต์ ซึ่งที่นั่นมีกลุ่มบุคคล ฟังคำพูดของเขา เพราะพวกเขา เพิ่งจะเข้ารับอิสลามใหม่ๆ มาอยู่ที่นั่น พร้อมกับกองทัพของท่านแม่ทัพ อัมร์ อิบนุล อาศ์ ร่อดิยัลลอฮุอันฮ์

เมื่อพบว่ามีกลุ่มชนผู้รับฟัง เขาจึงเริ่มแพร่แนวความคิดแหวกแนว สร้างความสับสนให้ทันที เขากล่าวว่า “เราแปลกใจ ผู้ที่อ้างว่านบีอีซา จะกลับมาสู่โลกนี้ แต่ไม่เชื่อว่า นบีมุฮัมมัดจะกลับมาสู่โลกนี้ ? ทั้งๆที่มุฮัมมัดนั้ นมีสิทธิ์ที่จะกลับมาสู่โลกนี้ ยิ่งกว่าอีซาเสียอีก” กลุ่มผู้รับฟังเชื่อสนิทใจ เพราะท่านนบีมุฮัมมัด เป็นนบีและร่อซูลที่ประเสริฐกว่า บรรดาท่านนบีทั้งหลาย
อิบนุสะบะ ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อประสบกับโอกาสแล้ว เขาจึงอธิบายสร้างความสงสัยสับสน ให้กลุ่มผู้รับฟังอีกว่า “ในบรรดาคัมภีร์ที่มีมาก่อนๆ ปรากฏว่ามี นบี นับพัน นบี”  แต่ ละท่านล้วนมีผู้ได้รับการสั่งเสีย ให้สืบทอดแทนทั้งสิ้น ดังนั้น ต้องมีคนที่เป็นผู้สืบทอดแทน นบีคนสุดท้าย เพราะมุฮัมมัดเป็นนบีท่านสุดท้าย

“ แล้วใครเล่า  จะอธรรม ยิ่งกว่าผู้ที่ไม่ยอมรับ ต่อผู้ได้รับการสั่งเสียของท่านนบี ? ”
“แล้วจะมีใครอีกเล่า ที่จะอธรรมยิ่งไปกว่า ผู้ที่เป็นศัตรูกับผู้ได้รับการสั่งเสีย ของท่านนบี และขึ้นเป็นผู้ปกครองประชาชาติ ?”

คราใดที่มีกลุ่มผู้ฟังมานั่ง รายล้อมเขา เขาก็ยิ่งเป่าหู กระตุ้นให้ลุกฮือฮาขึ้น เพื่อปลดท่านค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ร่อดิยัลลอฮุอันฮ์ และให้ท่านอาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ เป็นผู้ปกครองแทน เพื่อให้ตรงกับคำสั่งเสียของท่านนบี ตามที่เขาอ้างเอาเอง อิบนุสะบะ กับพรรคพวกวางแผนร้าย ทำลายเมืองมะดีนะฮ์แต่ไม่ได้ นอกจากต้องหาทางทำลายผู้ปกครอง ของท่านค่อลีฟะฮ์ ตามหัวเมืองต่างๆ เสียก่อน ดังนั้น พรรคพวกของเขา จึงเริ่มแผนโดยใช้วิธีโจมตี ข้าหลวงของท่านค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ที่ประเทศอียิปต์ อาศัยองค์กร ชื่อ “อัลอัมรุบิลมะอฺรูฟ วันนะฮฺยุอะนิลมุงกัร”  คือ “ใช้ให้ทำดี ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว”  เป็นฉากบังหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาร่วมงาน

นี่คือ “ฟิตนะฮ์”  (การสร้างความวุ่นวาย) เริ่มจากการที่อับดุลลอฮ์ อิบนุสะบะ กับพรรคพวกซึ่งไม่เคยเป็นสหายของท่านนบี  เลย ในขณะที่ท่านมีชีวิต เขาแสดงตัวว่า “เป็นผู้สละโลก” เพื่อเอาเป็นฉากปิดบัง แผนร้ายที่มุ่งหวัง คือการกำจัดท่านค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์
 
มีบุคคลที่บริสุทธิ์ตกหลุมพราง เข้าไปเป็นพรรคพวกจำนวนหนึ่ง เมื่อฟิตนะฮ์กระจายออกไป อย่างกว้างขวาง กลุ่มของอิบนิ สะบะ มีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้น และขยายออกไปสู่หัวเมืองต่างๆ เช่น กูฟะฮ์ และบัศเราะฮ์ พวกเขาได้นัดหมายกัน เพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองมะดีนะฮ์ ตามแผน เพื่อปิดล้อมค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ และปลดท่านออกจากตำแหน่ง หรือสังหารท่านเสีย

พวกเขาออกใบปลิวปลอม ในนามของ ศ่อฮาบะฮ์ แจกจ่ายสู่ประชาชนโจมตีค่อลีฟะฮ์ กล่าวหาท่านอย่างเสียหาย และ ในใบปลิว ที่เป็นเรื่องเท็จนี้ เรียกร้องให้ประชาชน เข้าร่วมโค่นล้มค่อลีฟะฮ์ อุสมานด้วย  เนื่องจากการติดต่อ สอบถามความเป็นจริง ในสมัยนั้นล่าช้า ประชาชนยังไม่ทันจะ ตัดสินใจว่า อะไรถูก อะไรผิด กลุ่มผู้คิดร้ายก็บุกเข้าไปปิดล้อม ไว้หมดทุกด้านแล้ว

ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ปฏิเสธว่า ไม่เคยรู้เห็น หรือร่วมมือกับกลุ่ม ที่โค่นล้มค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ที่ส่งใบปลิวถึงประชาชน แต่อย่างใดทั้งสิ้น และพี่น้องประชาชนได้รู้ในภายหลังว่าไม่มี ศ่อฮาบะฮ์ท่านใด บอกประชาชน ให้มาโค่นล้มค่อลีฟะฮ์อุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ แต่ก็สายไปเสียแล้ว  แผนการร้ายประสบความสำเร็จ ท่านค่อลีฟะฮฺอุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ซุลนูรอยน์  ถูกสังหาร ท่านอาลีร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ  จึงขึ้นดำรงตำแหน่ง ค่อลีฟะฮ์ ท่านอาลีนั้นเป็นคนดี ไม่ติดยึดกับโลกดุนยา เป็นคนที่หนักไปในด้านการปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮ์

อับดุลลอฮ์ อิบนุสะบะ ก็ยังไม่หยุด เขายังเดินตามแผน ทำลายอิสลามต่อไป  มาถึงตอนนี้ เขาเปลี่ยนคำโฆษณาชวนเชื่อขึ้นใหม่ว่า ท่านอาลีตายแล้ว ก็จะกลับมา เพราะว่าท่านอาลี มีภาคหนึ่งของผู้เป็นเจ้าอยู่ด้วย เป็นต้น  ยังมีอีกหลายอย่างที่เป็นฟิตนะฮ์ เป็นไฟแห่งความวุ่นวาย ที่เขาก่อขึ้นในสังคมมุสลิม เป็นระยะๆ ในเหตุการณ์ “ศึกอูฐ” กลุ่มของอับดุลลอฮ์ อิบนิสะบะ  มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้มุสลิมต้องสู้รบกันเอง

ก่อนที่จะเกิดศึกอูฐ ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา อุมมุลมุมินีน ได้ออกเดินทางจากเมืองมะดีนะฮ์ ขณะที่ท่านค่อลีฟะฮ์อุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ถูกปิดล้อม ท่านหญิงจะเดินทางไปทำฮัจญ์ ที่เมืองมักกะฮ์ และเมื่อทำฮัจญ์เสร็จแล้ว ก็ตั้งใจจะเดินทางกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์ ระหว่างทางกลับสู่มะดีนะฮ์ นางได้พบกับชายคนหนึ่งชื่อ  อับดุลลอฮ์ ที่ตำบล ซัรฟ์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมักกะฮ์ ประมาณสิบไมล์
อับดุลลอฮ์ เล่าให้ฟังว่า บัดนี้ ท่านค่อลีฟะฮ์ อุสมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ถูกสังหารแล้ว และประชาชนได้สนับสนุนท่านอาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮ์ต่อไป เมื่อนางทราบเช่นนั้น จึงตัดสินใจกลับเข้าสู้เมืองมักกะฮ์ อีกครั้งหนึ่ง แทนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองมะดีนะฮ์ ตามความคิดเดิม

ท่านอุมมุลมุมินีน กล่าวว่า “อุสมานถูกสังหาร อย่างไม่เป็นธรรม ฉันจะต้องชำระเรื่องนี้ให้อุสมาน”
และเมื่อนางกลับเข้ามาถึงมักกะฮ์อีกครั้งหนึ่ง นางได้ไปที่หินดำ ทำการฏ่อวาฟเสร็จแล้ว ผู้คนต่างก็เข้ามาห้อมล้อม

นางจึงกล่าวคำปราศรัยว่า “ท่านพี่น้องทั้งหลาย หากการกระทำของศัตรู ต่ออุสมานเ ป็นความผิด ก็ต้องมีการชำระโทษ เหมือนกับมีการชำระสิ่งสกปรก ออกจากทองคำบริสุทธิ์ เหมือนกับการชำระสิ่งสกปรก ออกจากเสื้อผ้า ”

ประชาชนเห็นด้วยกับท่านหญิงอา อิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา พร้อมที่จะเดินทางไปยังเมืองมะดีนะฮ์ เพื่อเรียกร้องจากท่านค่อลีฟะฮ์อาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ให้จับตัวผู้สังหารค่อลีฟะฮ์ อุสมาน นำตัวมาลงโทษ ประชาชนได้รวมตัวรวมใจกันบริจาคทรัพย์สิน สัตว์พาหนะจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้ในการดำเนินงานครั้งนี้ด้วย

ส่วนท่านฏอลฮะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ และท่านอัซซุเบร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ์ ทั้งสองท่านได้เดินทางออกมาจากเมืองมะดีนะฮ์ และได้มาพบกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา
นางถามว่า  “ท่านทั้งสองมาที่นี่ในครั้งนี้ มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่? ”
ทั้งสองตอบว่า  “หนีความวุ่นวายของพวกก่อความไม่สงบ”
 นางกล่าวว่า  “ดังนั้น พวกเราต้องร่วมกันปราบปราม พวกก่อความไม่สงบ”

หลังจากนั้น ก็มีการปรึกษาหารือกันว่า จะเดินทางไปไหนจึงจะดี บางท่านเสนอแนะให้เดินทางไปยังเมือง “ชาม”  บางท่านเสนอแนะให้เดินทางไปยังเมือง “บัศเราะฮ์”  สำหรับท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ตั้งใจเดินทางกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์  แต่ชาวเมืองมักกะฮ์ขอร้องให้นางอย่ากลับสู่เมืองมะดีนะฮ์ขณะนี้เลย ขอให้นางเดินทางไปยังเมืองบัศเราะฮ์ พร้อมกับหมู่คณะก่อน จะดีกว่า ในที่สุดนางก็เห็นด้วย ทั้งหมดจึงเดินทางมุ่งสู่เมืองบัศเราะฮ์

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม