Custom Search

การปฏิบัติของท่านรอซูล ต่อบรรดาศัตรู

ท่านเราะซูลลุลลอฮ์   ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับทุกคน แต่ทว่าบรรดาศัตรู ได้พยายามทำร้ายท่าน เพราะท่านถูกส่งมา เพื่อให้ทางสว่างแก่มวลมนุษย์ และพยายามทุกวิถีทาง เพื่อจะดึงพวกเขา ออกจากความมืดมิด สู่แสงสว่าง และออกจากความหลงผิด สู่หนทางที่เที่ยงตรง ท่านจะมีความสุขมาก เมื่อได้ช่วยคนๆ หนึ่ง ออกจากความเลวร้าย สู่ความผาสุข จากความหลงผิด สู่หนทางสว่าง ท่านเราะซูลลุลลอฮ์  อดทนอย่างมาก ต่อการถูกทำร้ายจากกลุ่มชนที่ต่อต้าน แต่ท่านเองมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในการที่จะทำให้พวกเขาได้รับแสงสว่าง เหล่านี้คือตัวอย่างจากมารยาทที่ท่านเราะซูลลุลลอฮ์  ปฏิบัติต่อบรรดาศัตรู

ความจริงจังในการที่จะให้พวกเขาได้รับแสงสว่าง

ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ เอาใจใส่อย่างมาก ในการที่จะชี้นำศัตรู สู่ทางสว่าง ท่านจะเสียใจและเจ็บปวดมาก ขณะที่พวกเขาเหล่านั้น เมินเฉยการเผยแพร่ ท่านจริงจัง แต่พวกเขากับทำร้ายท่านมากยิ่งขึ้น

อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงกล่าวไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า :

 “บางทีเจ้าอาจเป็นผู้ทำลายชีวิตของเจ้า ด้วยความเสียใจ เนื่องจากการผินหลังของพวกเขา หากพวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานนี้” ( อัลกะฮ์ฟี่ 18 : 6)

อีกโองการหนึ่ง อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา   ทรงตรัสว่า :

 บางทีเจ้า (มุฮัมมัด) เป็นผู้ทำลายชีวิตของเจ้า เพราะพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา  ( อัชชุอะรออ์ 26 : 3)

หมายความว่า ท่านเสียใจ อันเนื่องจากการปฏิสธศรัทธาของพวกเขา (*1*)

การขอดุอาร์ให้ได้รับทางนำ และห่างไกลจากความหลงผิด

หลายๆ ครั้ง ที่ท่านเราะซูลลุลลอฮ์  ได้ขอดุอาร์ต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้ประทานทางสว่างแก่ผู้ต่อต้านศาสนา และผู้ที่หลงผิด ไม่ว่าจะเป็นคนเดียว หรือหลายคนก็ตาม อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา   ทรงตอบรับคำขอ โดยการให้หัวอกของบุคคลนั้น มีความเข้าใจต่ออัลอิสลาม เช่น การขอดุอาร์ให้ท่าน อุมัร บิน คอฎฏอบ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ โดยที่ท่านขอความว่า :

โอ้อัลลอฮ์ขอพระองค์ได้ทรงทำให้อิสลามสูงส่งจากชายสองคน อันเป็นที่รักของข้าพระองค์ คือ อบูญะฮัล หรือ อุมัร บิน คอฎฏอบด้วยเถิด (*2*)  

และแล้วเผ่า เด้าซ์ ก็ตอบรับอิสลาม เนื่องจากการขอดุอาร์ของท่านเราะซูลลุลลอฮ์  ให้แก่พวกเขา และในขณะที่ท่าน ตุฟัย บินอัมริ อัดเดาซีย์ ได้เรียกร้องเชิญชวนกลุ่มชน ในเผ่าของเขาสู่อิสลาม และมีผู้คนคัดค้านต่อต้าน เขาจึงกลับมายังท่านเราะซูลลุลลอฮ์  ท่านจึงขอดุอาร์ให้แก่กลุ่มชนของเขา แต่ทว่าเขาปฏิเสธ ท่านเราะซูลลุลลอฮ์   จึงขอดุอาร์ความว่า :โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงให้ทางสว่าง แด่ชาวเด้าซ์ด้วยเถิด

แล้วท่านเราะซูลลุลลอฮ์   ก็พูดความว่า : เจ้าจงกลับไปเถิด จงเชิญชวนพวกเขาด้วยความนิ่มนวล

เขาจึงกลับไป และได้เรียกร้องเชิญชวนผู้คนอีกครั้ง และพวกเขาได้เข้ารับอิสลาม (*3*)  เมื่อวันพิชิต ตออิฟ ในขณะที่พวกเขาฝ่าฝืนต่อบรรดามุสลิมีน ท่านเราะซูลลุลลอฮ์   ได้เรียกร้องให้บรรดาศอฮาบะฮ์ เปิดการล้อมให้กับเผ่า สะกีฟ และเชิญชวนให้กลุ่มมุสลิม ขอดุอาร์ให้แก่ศัตรู แต่บรรดามุสลิมปฏิเสธ ท่านเราะซูลลุลลอฮ์   จึงขอดุอาร์ให้แก่พวกเขาโดยกล่าวความว่า :  “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงให้ทางสว่าง แก่ชาวสะกีฟด้วยเทอญ” (*4*) 

และไม่นานเผ่าสะกีฟ ก็มาประกาศรับอิสลาม

ให้อภัยทั้ง ๆ ที่สามารถจะเล่นงานพวกเขาได้

หลังจากการเสียชีวิตของลุง คือ อะบู ฎอลิบ และภรรยา ท่านหญิง คอดีญะฮ์  พวกกุเรชได้ทำร้ายท่านหนักข้อมากขึ้น ท่านจึงเดินทางไปยังฎออีฟ แต่กับพบว่า พวกเขาพยายามทำร้ายท่าน ยิ่งกว่าชาวมักกะฮ์เสียอีก และในขณะที่เดินทางผ่านเมืองฎออีฟ ระหว่างทาง ญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ได้มาหาแล้วบอกว่า :  “แท้จริง อัลลอฮ์ทรงได้ยินคำพูดของกลุ่มชนของท่านแล้ว และทราบดีถึงสิ่งที่พวกเขาตอบโต้ท่าน และอัลลอฮ์ได้ส่งมายังท่านแล้ว มะลักแห่งขุนเขา เพื่อที่จะให้ท่านได้ใช้เขา ให้แก้แค้นได้ตามที่ท่านต้องการ

โดยที่มะลักแห่งขุนเขา ได้เรียกท่านเราะซูลลุลลอฮ์   ว่า :
 
โอ้มุฮัมมัดเอ๋ย หากท่านต้องการที่จะจัดการกับพวกนี้ ข้าจะทำลายพวกนี้อย่างราบคาบ

ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ ตอบความว่า : 

ฉันหวังให้อัลลอฮ์ นำเขาออกมาจากความหลงผิด สู่การทำอิบาดะห์แด่พระองค์เพียงผู้เดียว โดยไม่ตั้งภาคีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด

ท่านเราะซูลลุลลอฮ์   อภัยโทษให้แก่ชาวกุเรช ขณะที่พิชิตเมืองมักกะฮ์นั้น โดยที่ท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า : พวกท่านทั้งหลาย ไม่มีความผิดแล้วขณะนี้ เพราะอัลลอฮฺทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขาแล้ว  (*5*)

และท่านยังได้ให้อภัยโทษให้แก่ท่าน เฆาริษ บิน ฮาริษ ทั้งๆ ที่เขาพยายามที่จะฆ่าท่านเราะซูลลุลลอฮ์   ครั้นเมื่อเขากลับไปยังพวกพ้องของเขา เขากล่าวว่า : “ฉันได้มาจากคนที่ดีที่สุดในหมู่มนุษย์”  (*6*) 

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม