Custom Search

สงครามบะดัร

ประมาณ 5 ปีแรก หลังจากการฮิจญ์เราะห์ ชาวกุเรชได้นำกองทหาร เข้าสู่นครมะดีนะฮ์ โดยมีความมุ่งหวัง จะทำลายรัฐอิสลาม ให้ราบคาบลง ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้สู้รบกัน หลายครั้งด้วยกัน ซึ่งจะนำเสนอโดยสรุป ที่สำคัญๆ ได้แก่  สงครามบะดัร  สงครามอุฮุด  และสงครามอัลอะฮฺซ๊าบ ฯลฯ

สงครามบะดัร เป็นสงครามแรก ที่จำแนกระหว่างบรรดามุสลิม กับบรรดามุชริก ซึ่งจากสาเหตุของสงคราม ตลอดจนขั้นตอน ทำให้ทราบได้ว่า แท้จริง อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีพระประสงค์ ที่จะขจัดความอ่อนแอ ของบรรดามุสลิม ที่ดำเนินวิถีชีวิต ตามรูปแบบในมักกะฮ์ และพวกมุชริกได้กระทำต่อชาวมุสลิม อย่างทารุณโหดเหี้ยม เช่นเดียวกันกับที่พระองค์ ทรงมีพระประสงค์ ให้เป็นบทเรียนอันเจ็บปวด แก่บรรดาชาวกุเรช ตลอดจนการสลายอำนาจของพวกเขา และให้เป็นบทเรียน แก่คนทั่วไปว่า พลังที่แท้จริงนั้น คือพลังแห่งศรัทธา  แท้จริงแล้ว อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ทรงช่วยเหลือคุ้มครองท่านนะบี รวมถึงศาสนาของพระองค์ ให้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน 

หลังจากที่ท่านเราะซูล ได้จัดระบบภายใน ของเมืองมะดีนะฮ์ เรียบร้อยแล้ว จึงหันมาเพื่อทำการตอบโต้ พวกกุเรชบ้าง และทวงสิ่งที่ถูกยึดจากบรรดาผู้อพยพ กลับคืน ซึ่งมีทั้งทรัพย์สิน และที่พักอาศัย

โอกาสได้มาถึง ในขณะที่ท่านทราบว่า กองคาราวานสินค้าของชาวกุเรช ได้ออกมุ่งหน้าไปยังเมืองชาม ครั้นเมื่อกองคาราวานมาถึง ท่านจึงออกไป พร้อมกับบรรดาศอฮาบะฮ์ ที่มีความสามารถ เพื่อกั้นขวางกองคาราวานนั้น อย่างรวดเร็ว ท่านนะบี ได้กล่าวว่า :

            (( فَمَنْ كَانَ ظَهْرُهُ حَاضِرًا فَلْيَرْكَبْ مَعَنَا )) 
         
          “ใครที่มีพาหนะพร้อม ก็ให้รีบออกไปกับเราทันที” (*1*)

ท่านเราะซูล ได้ออกไปพร้อมกับศอฮาบะฮ์ เพื่อสกัดกองคาราวานนั้น แต่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ทรงมีพระประสงค์อื่น กองคารวานจึงได้หลุดรอดไป ผู้นำกองคารวานคือ อบูซุฟยาน ได้ส่งคนมาตรวจเส้นทาง และรู้ว่าบรรดามุสลิม ได้ออกมาสกัดกั้นเส้นทางนั้น เขาจึงหลบเลี่ยง เปลี่ยนไปเส้นทางอื่น ด้านชายฝั่งทะเลแดงแทน พร้อมทั้งส่งคนไปบอกพวกกุเรช ให้ออกมาอารักขากองคาราวานสินค้า ของพวกเขา จึงได้มีชาวกุเรชพากันออกมา เป็นจำนวนมาก มีประมาณ 1300 นาย และหลังจากที่ได้ทราบข่าว การรอดพ้นของกองคาราวาน บางกลุ่มจึงเห็นว่า สมควรกลับสู่มักกะฮ์ แต่ อบูญะฮัล ได้หลงตนเอง จึงคิดแผนการออกอุบาย แล้วเขาจึงพูดว่า : เรา ยังจะไม่กลับเข้ามักกะฮ์ จนกว่าเราจะได้ไปที่บะดัรเสียก่อน ไปอยู่สักสามวัน เราจะเชือดอูฐหนุ่ม และกินดื่มสุราเลี้ยงฉลอง มีทั้งนักร้องนักเต้นให้เราได้ชม เพื่อว่าชาวอาหรับ จะได้กล่าวขวัญถึงชื่อเสียง และความเป็นอยู่ของพวกเรา อย่างยิ่งใหญ่ และพวกเขาจะได้มีความเกรงกลัวพวกเรา ตลอดไป

มีคนจำนวนมากหลงเชื่อ ส่วนที่กลับมักกะฮ์ มีประมาณ 300 นาย อบูญะฮัล ได้พาพรรคพวกเดินทางไป จนถึงแหล่งน้ำที่บะดัร กองคาราวานของกุเรช ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และมีจำนวนมากของกุเรช ได้มุ่งหน้าสู่บะดัร เพื่อเป็นการแสดงพลังของพวกตน เพื่อข่มขู่บรรดามุสลิม ท่านนะบีมุฮัมหมัด จึงมีคำสั่งสำหรับสถานการณ์นี้ ท่านได้เรียกบรรดาศอฮาบะฮ์ มาร่วมประชุมหารือกัน ในการที่จะต้องไปประจัญหน้า กับพวกกุเรช และทำการสู้รบ บรรดาผู้อาวุโสของมุฮาญิรีน จึงได้กล่าวสนับสนุนให้ออกไปต่อสู้ และใช้คำพูด เพื่อปลุกเร้าทำให้เกิดความจูงใจ ท่านเราะซูล จึงกล่าวชมเชย และขอดุอาอ์ให้แก่พวกเขา และให้คนทั้งหลาย เสนอความคิดเห็นอีก โดยท่านต้องการทราบ ท่าทีของชาวอันศ็อร เพราะพวกเขามีจำนวนมากกว่า และการทำสัตยาบันที่ “อะกอบะฮ์” ครั้งที่ 2 นั้น มิได้ระบุให้พวกเขา ต้องออกทำสงคราม พร้อมกับท่าน ที่นอกเมืองมะดีนะฮ์ แต่ชาวอันศ็อรมีความเข้าใจดี ถึงเจตนาของท่านนะบี ผู้ที่ถือธงนำทัพมีชื่อว่า : สะอด์ บิน มุอ๊าซ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงได้พูดว่า :-

 واللهِ لَكَأَنَّكَ تُرِيْدُنَا يَا رَسُوْلَ الله ؟ قَالَ : أَجَل . فَقَالَ سَعْد : فَقَدْ آمَنَّا بِكَ وَ صَدَّقْنَاكَ ، وَشَهِدْنَا أَنَّ مَا جِئْتَ بِهِ هُوَ الْحَقُّ ، وَأَعْطيْنَاكَ عَلىَ ذلِكَ عُهُوْدَنَا وَمَوَاثِيْقَنَا عَلىَ السَّمْعِ وَالطَّاعَةِ ، فَامْضِ يَا رَسُوْلَ الله لِمَا أَرَدْتَ ، فَوَالَّذيْ بَعَثَكَ بِالحَقِّ لَوْ اسْتَعْرَضْتَ بِنَا هذا البَحْرَ فَخُضْتَهُ لَخُضْنَاهُ مَعَكَ مَا تَخَلَّفَ مِنَّا رَجُلٌ وَاحِدٌ ، وَمَا نَكْرَهُ أَنْ تَلْقىَ بِنَا عَدُوُّنَا غَدًا ، إِنَّا لَصُبُرٌ فِي الحَرْبِ ، صُدُقٌ عِنْد َ اللِّقَاءِ ، وَلَعَلَّ اللهَ يُرِيْكَ مَا تَقِرُّ بِهِ عينُكَ ، فَسِرْ بشنَا علىَ بَرَكَةِ اللهِ
 فَسُرَّ بِذلِكَ رَسُوْلُ الله صلى الله عليه وسلم فَقَالَ :  سِيْرُوْا وَأَبْشِرُوْا 

ขอสาบาน ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ครับ  ดูเหมือนว่า ท่านหมายถึงพวกเรา ท่านเราะซูลุลลอฮ์ จึงตอบว่า : ใช่แล้ว ดังนั้น สะอด์จึงพูดต่อไปว่า : แน่นอน พวกเราได้มีศรัธาต่อท่าน เชื่อตามท่าน และเราได้ยืนยันแล้วว่า สิ่งที่ท่านนำมานั้น เป็นเรื่องจริง แล้วเราได้ให้คำมั่นสัญญา ในการเชื่อฟังท่าน ดังนั้น ขอท่านจงออกไปสู้เถิด ท่านเราะซูล ของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตามความประสงค์ของท่าน ฉันขอสาบาน ด้วยผู้ซึ่งที่ได้ส่งท่านมา พร้อมกับความจริง หากท่านนำพาพวกเรา ไปสู่ท้องทะเล แล้วท่านข้ามไป แน่นอนพวกเรา ก็จะข้ามไปพร้อมกับท่าน จะไม่มีใครจากพวกเรา ขาดหายไปแม้เพียงสักคนเดียว แล้วเราไม่รังเกียจ ต่อการที่พวกเรา จะไปเผชิญหน้ากับศัตรูของพวกเรา ในวันพรุ่งนี้ พวกเราอดทน อย่างแน่นอน ในสภาวะสงคราม ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ในขณะประจัญบาน และหวังว่า อัลลอฮ์ซุบฮานะฮู วะตะอาลา จะให้ท่านได้เห็น สิ่งที่ตาทั้งสองของท่าน จะมีความสุข ดังนั้น ท่านจงพาเราไป ด้วยกับความจำเริญของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา เถิด

ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ มีความปิติยินดี เป็นอย่างยิ่ง กับคำพูดนั้น แล้วท่านได้พูดว่า : พวกท่าน จงออกไป พร้อมกับข่าวดีได้เลย

การสู้รบในสงครามบะดัร
 
บรรดามุสลิม ได้ออกไปประจัญหน้า กับพวกมุชริกีน ที แหล่งน้ำบะดัร และเพื่อว่าอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา จะทรงให้มีการสู้รบเกิดขึ้น พระองค์ทรงทำให้บรรดามุสลิม มองเห็นจำนวนของมุชริกีน มีจำนวนเพียงเล็กน้อย และทำให้ในสายตาพวกมุชริกีน มองเห็นบรรดามุสลิมีน มีจำนวนมาก

พระองค์ ทรงตรัสไว้ว่า :

และจงรำลึก ขณะที่พระองค์ให้พวกเจ้า เห็นพวกเขามีจำนวนน้อย ในสายตาของพวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเผชิญหน้ากัน และทรงให้พวกเจ้า มีจำนวนมาก ในสายตาของพวกเขา เพื่อที่อัลลอฮ์ จะทรงให้งานหนึ่ง เสร็จสิ้นไป ซึ่งงานนั้นได้ถูกกระทำไว้แล้ว และยังอัลลอฮ์นั้น กิจการทั้งหลาย จะถูกนำกลับไป  (อัลอันฟาล 8:44)

การสู้รบได้เริ่มขึ้น โดยการดวลดาบกัน ของแต่ละฝ่าย แล้วได้จบสิ้นลง ด้วยชัยชนะของฝ่ายมุสลิม ต่อมาการสู้รบอันรุนแรง ได้ปะทุขึ้น อย่างหนักหน่วง ส่งผลให้พวกมุชริกีน ได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก พวกเขา ถูกสังหารไปถึง 70 ศพ ในจำนวนนั้น มีระดับหัวหน้ารวมอยู่ด้วย ได้แก่ อบูญะฮัล และถูกจับเป็นเชลยอีก 70 คน ส่วนบรรดามุสลิมีน ได้เสียชีวิตในสงคราม (ชะฮีด) จำนวน 14 ท่าน เท่านั้น

ถัดไป

หน้าหลัก

กุมภาพันธ์ 6, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม