Custom Search

สงครามอุฮุด

สงครามอุฮุดเกิดขึ้น หลังจากที่พวกกุฟฟ๊ารชาวกุเรชได้ประสบกับความพ่ายแพ้และมีความหวาดกลัวอย่าง หนักในสงครามบะดัร พวกเขาจึงมีเป้าหมายที่จะล้างแค้น และเรียกความน่าเชื่อถือในหมู่ชาวอาหรับกลับคืนมา ดังนั้น พวกเขาจึงชักชวนกันให้ออกไปสู้รบกับบรรดามุสลิม และได้เอาสินค้าที่รอดพ้นมาตั้งเป็นกองทุนเพื่อทำสงคราม แล้วพวกเขาได้ออกไปยังเมืองมะดีนะฮ์ โดยมีเผ่าอื่นที่ร่วมออกไปด้วย มีจำนวนทั้งสิ้นสามพัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีฮิจญ์เราะฮ์ศักราชที่ 3

ท่านเราะซูล ขอคำปรึกษาจากเหล่าซอฮาบะฮ์

ได้มีหนังสือฉบับหนึ่งมาถึงท่านเราะซูลุลลอฮ์ จากอัลอับบาส ผู้เป็นอาของท่าน บอกถึงเรื่องราวของชาวกุเรช ท่านจึงได้ประชุมกับบรรดาศอฮาบะฮ์  ความเห็นของท่านนะบี กับมุสลิมกลุ่มหนึ่ง ให้ตั้งรับอยู่ในเมืองมะดีนะฮ์ ไม่ต้องออกไปเผชิญกับพวกมุชริกีน หากพวกนั้นเข้ามะดีนะฮ์ พวกผู้ชายก็จะดักฆ่าฟันพวกเขาตามถนนหนทาง ส่วนผู้หญิงให้ต่อสู้ทางด้านบนของบ้านเรือน แต่กลุ่มที่พลาดโอกาสเข้ารบในสงครามบะดัร ได้เสนอให้ออกไปสู้รบกันด้านนอกเมือง ท้ายที่สุดท่านก็เห็นด้วย จึงกลับเข้าบ้านแล้วสวมเสื้อเกราะพร้อมอาวุธ ครั้นเมื่อท่านกลับออกมา พวกเขาก็เสียใจในการบังคับจิตใจของท่านเราะซูลลุลลอฮ์

พวกเขาจึงพูดขึ้นว่า : หากท่านต้องการที่จะให้เราอยู่กันในมะดีนะฮ์ก็จงทำเถิด

ท่านนะบี จึงพูดว่า :

          (( مَا يَنْبَغِيْ لِنَبِيٍّ لاَبِسٍ لأمته أَنْ يَضَعَهَا حَتَّى يَحْكُمَ الله بَيْنَهُ وَبَيْنَ عَدُوِّه ))

ไม่สมควรอย่างยิ่งแก่นะบีคนใด ที่เมื่อเขาได้สวมชุดนักรบพร้อมอาวุธของเขา แล้วเขาจะถอดออก จนกว่าว่าอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะได้ทรงตัดสินระหว่างเขากับศัตรูของเขาเสียก่อน  (*1*)

ท่านนะบี จึงออกไปพร้อมกับบรรดาศอฮาบะฮ์ประมาณ 1000 คน และระหว่างทาง อับดุลลอฮ์ บิน อุบัย บิน สลูล ได้ถอนตัวกลับไปพร้อมกับพวกมุนาฟิกีน จำนวนหนึ่งในสามของกองทหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเห็นว่าควรอยู่กับบ้านที่มะดีนะฮ์

อับดุลลอฮฺ บิน อุบัย บิน สลูล ได้พูดว่า :  เขาเชื่อว่าพวกนั้นไม่เชื่อฉัน เรื่องอะไรเราจะฆ่าตัวเอง

อับดุลลอฮฺ บิน อุบัย บิน สลูล และพวกได้แสดงเหตุผลที่ไร้สาระและได้พูดว่า : หากเรารู้ว่าพวกท่านจะไปสู้รบจริง ๆ เราคงไม่กลับ  !

การวางแผนในการสู้รบ

พวกมุชริกีนตั้งกองกำลังอยู่บริเวณใกล้กับภูเขาอุฮุด เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ มาถึง ท่านได้ตั้งกองกำลังให้ภูเขาอุฮุดอยู่ทางด้านหลัง และคัดเลือกทหารแม่นธนู 50 นาย ขึ้นประจำการบนเนินเขาที่อยู่ตรงข้ามกับภูเขาอุฮุด โดยแต่งตั้งให้ อับดุลลอฮ์ บิน ญุบัยร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นหัวหน้า และสั่งกำชับให้เฝ้าระวังด้านหลังของบรรดามุสลิม ให้ดักยิงสกัดพวกมุชริกีน เพื่อเป็นการสกัดกั้นการรุกในระหว่างการสู้รบ และได้บอกย้ำว่า ให้รักษาที่มั่นบนเนินเขานั้น ให้ดี อย่าได้ละทิ้งที่มั่นเป็นอันขาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม แม้จะเห็นว่าฝูงนกโฉบไล่จิกบรรดามุสลิมีนก็ตาม (*2*)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงครามอุฮุด

ในขณะที่การสู้รบได้เริ่มขึ้น ด้วยพลังศรัทธาของบรรดามุสลิม พร้อมกับการวางแผนอย่างดีเยี่ยม จึงสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่กองกำลังของมุชริกีน ทั้งๆ ที่มีจำนวนมากกว่า ทหารมุสลิมได้ทำให้พวกเขาต้องหนีกระเจิดกระเจิงจากสมรภูมิ แต่แล้วก็เกิดเรื่องที่ท่านเราะซูล ได้เตือนเอาไว้แล้ว ขณะที่บรรดานักแม่นธนู เห็นชัยชนะของฝ่ายมุสลิม และกองกำลังของมุชริกีนกำลังเผ่นหนี พวกเขาใช้ความเห็นส่วนตัวลงจากที่มั่น เพื่อร่วมเก็บทรัพย์สงครามนั้น  ทั้งๆ ที่ผู้นำ คือ อับดุลลอฮ์ ได้ห้ามปรามและเตือนถึงอันตรายของการกระทำเช่นนั้น และย้ำเตือนคำสั่งของท่านเราะซูล ที่ให้ไว้ แต่พวกเขาได้ขัดคำสั่ง และลงจากที่มั่น โดยเหลือไม่ถึงสิบคนที่อยู่กับผู้นำ ผลจากการฝ่าฝืนของทหารแม่นธนูส่งผลให้ทิศทางของสงครามเปลี่ยนไป  ในขณะที่ คอลิด บิน วะลีด ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของกองกำลังฝ่ายกุเรช ได้เห็นบรรดานักแม่นธนูลงจากเนินเขา จึงรีบเคลื่อนกำลังอ้อมไปทางด้านหลังของภูเขาอุฮุดทันที และนำกองกำลัง เข้าสังหารนักแม่นธนูที่ยังเหลืออยู่ จนตายหมดสิ้น และจู่โจมกองทัพมุสลิมทางด้านหลัง เมื่อกลุ่มมุชริกีนที่ยังเหลืออยู่ได้เห็นสิ่งที่คอลิดกระทำ พวกเขาจึงกลับเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้งหนึ่ง ทำให้กองทัพมุสลิมตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวาย กองทัพมุชริกีนจึงบุกอย่างหนัก มุสลิมถูกสังหารตายซะฮีดไปถึง 70 คน ท่านเราะซูล ถูกบุกจนมีบาดแผล ฟันหน้าหัก  และมีเสียงดังออกมาว่าท่านนะบี ถูกสังหารเสียแล้ว ทำให้มุสลิมบางส่วนเสียขวัญหมดกำลังใจ แม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม บรรดามุสลิมที่อยู่ในเหตุการณ์ยังคงสู้รบต่อไป จนกระทั่งเป็นที่ปรากฏชัดเจน ว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ยังมีชีวิตอยู่ พวกมุชริกีนจึงยุติการรบเมื่อพวกเขาได้รับชัยชนะ  พร้อมกับคำพูดของผู้นำทัพ อบูซุฟยานได้พูดจาถากถางมุสลิม แลัวขู่อีกว่าจะมาอีกในปีหน้า

ท่านเราะซูล จึงใช้ให้ศอฮาบะฮ์ประกาศตอบไปว่า : “ใช่แล้ว นัดหมายของเราคือปีหน้า”

ท่านเราะซูล ยังคงอยู่ในบริเวณสมรภูมิ และได้สั่งให้ซอฮาบะฮ์ ตรวจสอบดูว่าพวกกุเรชกลับมักกะฮ์ หมดหรือยัง หรือว่าพวกเขาต้องการจะเข้าโจมตีมะดีนะฮ์  และท่านได้กล่าวว่า :

          (( والذِي نَفْسِييْ بِيَدِهِ لَئِنْ أَرَادُوهَا لأَسِيْرَنَّ إِلَيْهِمْ فِيْهَا ثُمَّ لأنَاجِزَنَّهُمْ ))

“ฉัน ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งที่ชีวิตของฉัน อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า แน่นอน หากพวกเขาต้องการเข้ามะดีนะฮ์ ฉันจะไปยังพวกเขาอย่างทันทีและจะทำการกวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซาก    

เมื่อท่านมั่นใจแล้วว่าพวกนั้น กลับไปมักกะฮ์แล้ว จึงเริ่มตรวจสอบผู้ที่ถูกสังหารในสมรภูมินี้ แล้วทำการละหมาด และฝังพวกเขาแล้วเดินทางกลับเข้านครมะดีนะฮ์  ก่อนที่พวกกุเรชจะกลับถึงมักกะฮ์ ดูเหมือนพวกเขาจะเสียดายที่กลับไป โดยมิได้จัดการกับบรรดามุสลิมให้สิ้นซาก พวกเขาจึงอยากจะกลับมาจัดการกับกองกำลังมุสลิมที่เหลือ  เมื่อท่านนะบี ทราบเรื่องจึงได้ออกคำสั่งให้บรรดาศอฮาบะฮ์ ที่ได้ออกไปร่วมรบกับท่านในสงครามอุฮุด ให้ออกไปเผชิญหน้ากับพวกมุชริกีน

อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จึงได้ประทานคำตรัสของพระองค์ที่ว่า :

คือบรรดาผู้ที่ตอบรับอัลลอฮ์ และผู้เป็นเราะซูล หลังจากที่บาดแผลได้ประสบแก่พวกเขา สำหรับผู้กระทำดีในหมู่พวกเขา และมีความยำเกรงนั้น คือรางวัลอันใหญ่หลวง   (อาละอิมรอน 3 : 172)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม