Custom Search

อัลกุดส์ ดินแดนแห่งการอิสรออฺ มิอฺร็อจญ

โดย ชัยคฺ ยูสุฟ อัล เกาะเราะฏอวียฺ
อุมมุ สะลามะฮฺ แปลและเรียบเรียง

อัลกุดส์ เป็นสัญลักษณ์ที่อยู่ในสำนึกแห่งอิสลาม แท้จริงอัลลอฮ์ทรงทำให้อัลกุดส์เป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทางในค่ำคืนอิสรออฺ ทางภาคพื้นดิน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง สู่ฟากฟ้า (เมียะร็อจญฺ) แน่นอนว่าเป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์ ที่จะทรงให้การเดินทางภาคพื้นดิน (อิสรออฺ) ของท่านนบีมูฮัมหมัด(ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ... วะซัลลัม) ในยามค่ำคืนอันจำเริญ เริ่มต้นจากมักกะฮ์จากมัสยิด อัล ฮารอม ซึ่งเป็นที่พำนักของท่านนบี และทรงทำให้สิ้นสุด ณ มัสยิด อัล อักศอ

นี่ ไม่ใชเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไร้กฏเกณฑ์และไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นการควบคุมและเป็นฮิกมะฮ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า นั่นก็คือ ให้ท่านรอซูล และนบีคนสุดท้ายพบกับบรรดาศาสนาทูตผู้ทรงเกียติทั้งหลาย ณ สถานที่แห่งนั้น และเป็นอีหม่ามนำพวกเขาละหมาด และในเรื่องนี้ เป็นการประกาศถึงการเปลี่ยนแปลง การเป็นผู้นำทางศาสนาของโลกนี้ จากบนีอิสรออีลไปสู่ประชาชาติใหม่ และไปสู่ศาสนาทูตคนใหม่และไปสู่คัมภีร์เล่มใหม่ ประชาชาติที่เป็นสากล ศาสนาทูตซึ่งเป็นสากล คัมภีร์แห่งอันเป็นสากล เหมือนดั่งที่อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า:

وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلاَّ رَحْمَةً لِلْعَالَمِينَ

และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย” (อัน อัมบียะอฺ:107)

تَبَارَكَ الَّذِي نَزَّلَ الْفُرْقَانَ عَلَى عَبْدِهِ لِيَكُونَ لِلْعَالَمِينَ نَذِيرًا

ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ ผู้ทรงประทานอัลฟุรกอนแก่บ่าวของพระองค์ (มุฮัมหมัด) เพื่อเขาจะได้เป็นผู้ตักเตือนแก่ปวงบ่าวทั้งมวล (อัลฟุรกอน:1)

แน่นอนว่าอัลกุรอ่าน ได้บันทึกถึงจุดเริ่มแรก และจุดสิ้นสุดของการเดินทางนี้เอาไว้อย่างชัดเจน ในอายะฮ์แรกจากซูเราะฮ์ที่บอกถึงชื่อของการเดินทางในครั้งนี้ (ซูเราะฮ์ อิสรออฺ) อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า:

سُبْحَانَ الَّذِي أَسْرَى بِعَبْدِهِ لَيْلاً مِنَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ إِلَى الْمَسْجِدِ الأَقْصَى الَّذِي بَارَكْنَا حَوْلَهُ لِنُرِيَهُ مِنْ آَيَاتِنَا

มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์เดินทางในเวลากลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอม ไปยังมัสยิดอัลอักศอซึ่งเราได้ให้ความจำเริญบริเวณรอบมัน เพื่อเราจะให้เขาเห็น บางอย่างจากสัญญาณต่างๆ ของเรา แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยินผู้ทรงเห็น (อัลอิสรออฺ:1)

และ อายะฮ์นี้ไม่ได้บอกลักษณะพิเศษของมัสยิดอัลหะรอมใดๆ ทั้งๆที่มัสยิดแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความจำเริญ (บารอกัต) และความประเสริฐ แต่ว่าอายะฮ์นี้ กลับบอกถึงลักษณะพิเศษของมัสยิดอัลอักศอด้วยลักษณะนี้ (ซึ่งเราได้ให้ความจำเริญบริเวณรอบมัน) และถ้าหากว่าบริเวณรอบอักศอมีความจำเริญ (บารอกัต) ดังนั้น มัสยิดอัลอักศอ ก็สมควรเป็นสิ่งแรกที่จะได้รับความจำเริญ

และ เรื่องราวของการอิสรออฺเมียะร็อจญฺ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และเครื่องหมายต่างๆ ที่บ่งให้เห็นถึงความสำคัญของสถานที่อันจำเริญแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ญิลรีล (อะลัยฮิสลาม) ได้ผูกบูรอกเอาไว้ สัตว์ที่มีรูปร่างแปลกที่เป็นสื่อในการเคลื่อนย้ายจากมักกะฮ์ ไปยังอัลกุดส์ แน่นอนญิบรีลได้ผูกมันเอาไว้กับหิน จนกว่าเขาจะกลับมาจากเดินทางอีกครั้ง ซึ้งเริ่มจากอัลกุดส์หรือว่ามัสยิดดอัลอักศอไปยังชั้นฟ้าต่างๆอันสูงส่ง ไปจนถึงต้นผุดทราอันเป็นจุดสิ้นสุด และแน่นอนเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นมรดกที่คอยเตือนใจมุสลิมให้ระลึกการเดินทาง ครั้งนี้ เช่น หิน,กำแพงบุรอก

ถ้าหากว่าอัลกุดส์ ไม่ได้เป็นเป้าหมายในการเดินทางในครั้งนี้ แน่นอนว่า เป็นไปได้ที่จะเดินทางจากมักกะฮ์ไปสู่ฟากฟ้าโดยตรง แต่การเดินทางผ่านสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เป็นสิ่งที่มีเป้าหมาย ดังที่อัลกุรอ่านและฮาดิษต่างๆ ได้บ่งบอกถึงเรื่องนี้ และผลลัพธ์ต่างๆของการเดินทางอิสรออฺ ได้แก่การเชื่อมระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการอิสรออฺ กล่าวในอีกแง่หนึ่งคือเป็นการเชื่อมระหว่างมัสยิดอัลฮารอมกับมัสยิดอัลอักศอ และการเชื่อมนี้มีความลับ และมีผลสะท้อนของมันที่อยู่ในจิตสำนึก ความรู้สึก จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้เป็นมุสลิม โดยที่ไม่ได้แบ่งแยกความศักดิ์สิทธิ์ของมัสยิดหนึ่งมัสยิดใด จากมัสยิดทั้งสอง ออกจากความศักดิ์สิทธิ์ของอีกมัสยิด และผู้ใดทอดทิ้งมัสยิดหนึ่งมัสยิดได จากมัสยิดทั้งสอง หรือมีความสงสัยนั้น หมายถึงเขาได้ทอดทิ้งมัสยิดอีกหลังหนึ่งด้วย

Custom Search

อัล กุดส์
ดินแดนของบรรดานบีและความจำเริญ

โดย ชัยคฺ ยูสุฟ อัล เกาะเราะฏอวียฺ
อบู ฮุมัยรฺ แปลและเรียบเรียง

อัล กุดส์เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปาเ​ลสไตน์ เป็นที่ราบสูงที่มีความสำคัญ และเป็นจุดศูนย์กลางของดินแดนแห​่งนี้ อัลลอฮฺทรงกล่าวถึงลักษณะของดิน​แดนแห่งนี้ด้วยความจำเริญไว้ห้า​ที่ในคัมภีร์ของพระองค์

หนึ่ง : ในอายะฮฺแรกของซูเราะฮฺ อัล อิสเราะอฺที่พระองค์ทรงกล่าวถึง​ลักษณะมัสญิด อัล อักศอว่า

((...الذي باركنا حوله...))

“ซึ่งบริเวณรอบมันเราได้ให้ความจำเริญ” ซูเราะฮฺ อัล อิสเราะอฺ 1

สอง : ขณะที่พระองค์ทรงตรัสในเรื่องรา​วของท่านนบีอิบรอฮีม ที่พระองค์ทรงกล่าวว่า

((ونجيناه ولوطًا إلى الأرض التي باركنا فيها للعالمين))

และเราได้ให้เขา (อิบรอฮีม) และลูฏ (หลายชาย-ลูกของพี่ชาย) รอดพ้นไปสู่แผ่นดินซึ่งเราได้ให้มีความจำเริญอุดมสมบูรณ์ในแผ่นดินนั้นแก่บรรดาชาติต่าง ๆ ซูเราะฮฺ อัล อัมบิยาอฺ 71

สาม : ในเรื่องราวของนบีมูซา อะลัยฮิสลาม ตอนที่เขากล่าวกับบนี อิสรออีล หลังจากการจมน้ำของฟิรเ​อาวน์และพลพรรคของมันว่า

((وأورثنا القوم الذين كانوا يستضعفون مشارق الأرض ومغاربها
التي باركنا فيها،وتمت كلمة ربك الحسنى على بني إسرائيل بما صبروا))

และเราได้ให้เป็นมรดกแก่กลุ่มชนที่ถูกนับว่าอ่อนแอ ซึ่งบรรดาทิศตะวันออกของแผ่นดิน และบรรดาทิศตะวันตกของมัน อันเป็นแผ่นดินที่เราได้ให้มีความจำเริญในนั้น และถ้อยคำแห่งพระเจ้าของเจ้าอันสวยงามยิ่งนั้นครบถ้วนแล้ว แก่วงศ์วานอิสรออีล เนื่องจากการที่พวกเขามีความอดทน ซูเราะฮฺ อัล อะอฺรอฟ 137

สี่ : ในเรื่องราวของนบีสุลัยมาน ซึ่งอัลลอฮฺทรงแต่งตั้งเขา ให้เป​็นกษัตริย์ และไม่ได้แต่งตั้งคนใดหลังจากเขา และทำให้เขามีอำนาจ​ในการบังคับทิศทางของลม และเรื่อ​งนี้ปรากฏในพระดำรัสของพระองค์ท​ี่ว่า

((ولسليمان الريح عاصفة تجري بأمره إلى الأرض التي باركنا فيها))

และสำหรับสุลัยมาน เราได้ทำให้ลมกลายเป็นพายุ ตามคำบัญชาของเขา ไปยังดินแดนซึ่งเราได้ให้ความจำเริญ ณ ที่นั้น และเราเป็นผู้รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ซูเราะฮฺ อัล อัมบิยาอฺ 81

ห้า : ในเรื่องราวของชาวเมืองซะบะอฺ ซึ่งอัลลอฮฺได้ให้ความสงบความปล​อดภัยกับพวกเขาอย่างไร อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

((وجعلنا بينهم وبين القرى التي باركنا فيها قرى ظاهرة، وقدرنا فيها السير، سيروا فيها ليالي وأيامًا آمنين))

ระหว่างพวกเขาและระหว่างหัวเมืองต่าง ๆ ซึ่งเราได้ให้ความจำเริญในนั้น เราได้ให้มีขึ้นซึ่งหัวเมืองที่เด่นชัด และเราได้กำหนดการเดินทางไว้ในนั้น พวกเจ้าจงเดินทางไปตามนั้นเถิด ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างปลอดภัย ซูเราะฮฺ ซะบะอฺ 18

นักอรรถาธิบายอัลกุรอาน (มุฟัซซิรีน) จากบรรดาอุลา​มาอฺทั้งสะลัฟ และคอลัฟจำนวนมากไ​ด้อธิบายในพระดำรัสของอัลลอฮฺที​่ว่า والتين والزيتون. وطور سنين. وهذا البلد الأمين ขอสาบานด้วยต้นมะเดื่อและต้นมะก​อก,และด้วยภูเขาฎูรซีนาย,และด้ว​ยเมืองนี้ที่ปลอดภัย” ซูเราะฮฺ อัต ตีน 1-3 والتين والزيتون (ต้นมะเดื่อและต้อนมะกอก) นั้นหมายถึง ดินแดนหรือเมืองที่ปลูกต้นมะเดื​่อและต้นมะกอกนั่นคือ บัยตุ้ลมักดิส

           อิหม่ามอิบนุ กะษีรกล่าวถึงบรรดาอิหม่ามที่กล​่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สถานที่ทั้งสามนี้ เป็นที่ที่อัลลอฮฺได้ส่งนบีแต่ล​ะคนมาจาก “อุลุลอัซมิ” ที่พวกเขาได้รับบทบัญญัติอันยิ่​งใหญ่ สถานที่แรกคือ ที่ที่มีต้นมะเดื่อและต้นมะกอกน​ั่นคือ “บัยตุ้ลมักดิส” ซึ่ง อัลลอฮฺทรงส่งท่านนบีอีซา อะลัยฮิมัสลาม มายังพื้นที่แห่งนี้ สถานที่ที่สองคือ ภูเขาฏูรซีนาย ซึ่งอัลลอฮฺได้ตรัสกับท่านนบี มูซา บุตรของอิมรอน ณ ภูเขาแห่งนี้ สถานที่ที่สาม มักกะฮฺ คือเมืองที่มีความปลอดภัยที่ใคร​ก็ตามเข้าไปในเมืองแห่งนี้ ก็จะม​ีความปลอดภัย ด้วยกับการอธิบายหรือการตีความเ​ช่นนี้ บรรดานักอรรถาธิบายอัล กุรอานต่างมีความเห็นที่ส​อดคล้องตรงกัน และเมื่อเมืองที่ปลอดภัยชี้ให้เ​ห็นถึงแหล่งที่มาของอิสลาม อันเป​็นสาส์นของท่านนบีมุฮัมมัด และฏูรซีนาย ชิ้ให้เห็นถึงแหล่งท​ี่มาของพวกยิวอันเป็นสาส์นของท่​านนบีมูซา ดังนั้น ต้นมะเดื่อและต้นมะกอก ก็​ชี้ให้เห็นถึงแหล่งที่มาของสาส์​นท่านนบีอีซา อะลัยฮิสลาม ที่ปรากฏขึ้นใกล้ๆกับบัยตุ้ล มักดิสและการปาฐกถาอันเลื่องลือ​ของเขาบนภูเขาซัยตูนในอดีตที่ผ่​านมา

http://www.fityah.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม