เรื่องราวของนบีชุอัยบฺ

อัลลอฮฺได้ทรงเปิดเผยให้เราได้รู้ถึงเรื่องราวของนบีชุอัยบฺไว้ดังนี้ และชาวมัดยัน เราได้ส่งพี่น้องคนหนึ่งของพวกเขามา นั่นคือชุอัยบฺเขาได้กล่าวว่า “หมู่ชนของฉันเอ๋ย จงเคารพภักดีอัลลอฮฺ พวกท่านไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ได้มีหลักฐานอันชัดแจ้งจากพระผู้อภิบาลของท่านมายังพวกท่านแล้ว ดังนั้น จงตวงชั่งให้เต็มและจงอย่าโกงสิ่งของของผู้คน และจงอย่าแพร่ความเสียหายขึ้นบนแผ่นดินหลังจากที่มันได้ถูกฟื้นฟูแล้ว นั่นเป็นการดีกว่าสำหรับพวกท่าน ถ้าหากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา และจงอย่านั่งคอยซุ่มบนทุกเส้นทางเหมือนดังโจร เพื่อทำให้ผู้คนตกใจ และขัดขวางผู้คนที่ศรัทธา ในอัลลอฮฺจากทางของพระองค์ และหาทางบิดเบือนมัน จงนึกถึงผลตอบแทนที่ พวกท่านเป็นชนหมู่น้อย แล้วพระองค์ได้ทรงทวีจำนวนพวกท่านและจงดูว่าผลสุดท้ายของผู้ก่อความเสียหาย เป็นเช่นใด ? และถ้าหากในหมู่ชนท่าน มีบางคนที่ศรัทธาในคำสอนที่ฉันได้ถูกส่งมาพร้อมกับมัน และมีบางคนที่ไม่ศรัทธา ดังนั้น จงอดทนคอยดูจนกระทั่งอัลลอฮฺได้ตัดสินระหว่างเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งบรรดาผู้ตัดสินทั้งปวง”

บรรดาหัวหน้าผู้โอหังแห่งหมู่ชนของเขากล่าวว่า “ชุอัยบฺ เราจะขับไล่ท่านและบรรดาผู้ศรัทธาร่วมกับท่านออกไปจากเมืองของเรา หรือ มิฉะนั้น พวกท่านก็ต้องกลับมายังศาสนาของเรา”

ชุอัยบฺกล่าวตอบว่า “พวกท่านจะให้เรากลับไปหามัน ทั้งๆ ที่เราเกลียดมันกระนั้นหรือ เราจะมีความผิดที่โกหกต่ออัลลอฮฺ ถ้าหากเราหันไปยังศาสนาของพวกท่าน หลังจากที่อัลลอฮฺได้ให้เราพ้นจากมันมาแล้ว และเราจะไม่กลับไปยังศาสนาของพวกท่านอีก เว้นเสียแต่ว่าอัลลอฮฺพระผู้อภิบาลของเราทรงประสงค์ ความรู้ของพระผู้อภิบาลของเรานั้นครอบคลุมทุกสิ่ง พวกเราวางใจในอัลลอฮฺ โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดตัดสินด้วยความจริง ระหว่างเราและหมู่ชนของเราด้วยเถิด เพราะพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้ตัดสินทั้งปวง”

บรรดาหัวหน้าหมู่ชนของเขาที่ปฏิเสธได้กล่าวต่อกันและกันว่า “ถ้าหากพวกท่านปฏิบัติตามชุอัยบฺ พวกท่านก็จะได้รับความหายนะแน่”

อย่างไรก็ตาม แผ่นดินไหวร้ายแรงก็ได้คร่าชีวิตพวกเขาจนพวกเขานอน คว่ำหน้าตายอยู่ภายในที่พักอาศัยของพวกเขา บรรดาผู้ที่ถือว่าชุอัยบฺเป็นผู้โกหกนั้นได้ถูกทำลายล้างเสียจนเหมือนกับว่า พวกเขาไม่เคยอาศัยอยู่ในที่อาศัยของพวกเขาเลย ท้ายที่สุด ผู้ที่ถือว่าชุอัยบฺเป็นผู้โกหกต่างหากที่เป็นผู้ได้รับความหายนะ

แล้วชุอัยบฺก็ได้จากสถานที่ของเขาไปและกล่าวว่า “หมู่ชนของฉันเอ๋ยฉันได้นำสาส์นของพระผู้อภิบาลของฉันมายังพวกท่านแล้ว และฉันได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วในฐานะผู้ที่ปรารถนาดีต่อพวกท่าน แล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะมาสลดใจต่อคนที่ปฏิเสธสัจธรรม” (กุรอาน 7:85-93)

ชาวมัดยันคือชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในดินแดนมะอานซึ่งส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ ปัจจุบันคือซีเรีย ชาวมัดยันเป็นคนโลภที่ไม่เชื่อว่าอัลลอฮฺทรงมีอยู่ จึงใช้ชีวิตอยู่อย่างชั่วช้าเลวทราม คนพวกนี้โกงตาชั่ง โฆษณาสินค้าของตัวเองเกินความจริงและปกปิดข้อบกพร่องในสินค้าของตัวเอง นอกจากนี้ยังโกหกลูกค้าของตนด้วย

อัลลอฮฺได้ส่งนบีชุอัยบฺมาพร้อมกับปาฏิหาริย์หลายอย่าง นบีชุอัยได้สอนพวกเขาและขอให้พวกเขานึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺและเตือน พวกเขาให้นึกถึงผลที่จะติดตามมาจากหนทางที่เลวทรามของพวกเขา แต่พวกเขากับหัวเราะเยาะชุอัยบฺยังคงนิ่งสงบและในขณะที่เขาเตือนคนเหล่านั้น ว่าเขาเป็นญาติพี่น้องของพวกเขาและสิ่งที่เขาทำไปนั้นมิใช่เพื่อผลประโยชน์ ส่วนบุคคล

แต่พวกเขาได้ยึดทรัพย์สินของชุอัยบฺและผู้ปฏิบัติตามท่าน หลังจากนั้นก็ขับไล่พวกเขาออกจากเมือง ชุอัยบฺจึงวิงวอนขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ และคำวิงวอนของเขาก็ได้รับการตอบสนอง กล่าวคือ อัลลอฮฺได้ทรงทำให้อากาศร้อนระอุซึ่งทำให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อน และเมื่อเมฆรวมตัวกันบนท้องฟ้า พวกเขาก็คิดว่าเมฆนั้นจะนำความเย็นและฝนที่ชุ่มฉ่ำมา ดังนั้น พวกเขาจึงวิ่งออกไปข้างนอกด้วยความหวังว่าจะได้สนุกสนานกับน้ำฝน แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เมฆได้ระเบิดออกซึ่งทำให้แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนและพวกคนชั่ว ได้ถูกคร่าชีวิตในสภาพที่กำลังหวาดกลัว

อัลลอฮฺได้ทรงกล่าว่า:     ชาวอัยก๊ะฮฺได้ปฏิเสธบรรดารอซูล จงนึกถึงเมื่อตอนที่ชุอัยบฺได้กล่าวแก่ พวกเขาว่า “พวกท่านไม่กลัวหรือ? ฉันเป็นรอซูลที่ซื่อสัตว์เชื่อถือได้ยังพวกท่าน ดังนั้น จงเกรงกลัวอัลลอฮฺและเชื่อฟังฉัน ฉันมิได้เรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆจากพวกท่านสำหรับการทำหน้าที่นี้ เพราะรางวัลของฉันอยู่ที่พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก จงชั่งตวงให้เต็มจำนวนและจงอย่าให้คนอื่นน้อยกว่าสิ่งที่เขาจะต้องได้รับ จงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง และจงอย่าโกงสิ่งต่างๆของพวกเขาและจงอย่าแพร่ความเสียหายในแผ่นดินและจงเกรง กลัวผู้ทรงสร้างพวกท่านและหมู่ชนก่อนหน้าพวกท่าน”

พวกเขากล่าวว่า “ท่านเป็นแค่เพียงผู้ถูกคาถาอาคมเท่านั้น และท่านก็มิใช่อะไรนอกไปจากมนุษย์เหมือนกับพวกเราและเราถือว่าท่านเป็นผู้ โกหกคนหนึ่ง ดังนั้น ถ้าหากท่านพูดจริง ท่านก็จงทำให้ชิ้นส่วนต่างๆของท้องฟ้าตกลงมาใส่เราซิ”

ชุอัยบฺได้กล่าวว่า “พระผู้อภิบาลของฉันทรงรู้ดีถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่”

พวกเขาถือว่าเขาโกหก ในที่สุด การลงโทษแห่งวันแห่งเงาเมฆก็ได้ทำลายพวกเขา และมันเป็นการลงโทษแห่งวันอันมหันต์ แท้จริง ในนั้นมีสัญญาณหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ศรัทธา แท้จริง พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ (กุรอาน 26:176-191)

www.thaimuslim.com/overview.php?c=12&id=12792

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม