บทสนทนาระหว่างท่านอบูบักรฺ อัซซิดดี๊ก กับท่านอุมัรฺ อัลฟารู๊ก

เมื่อครั้งที่ท่านอบูบักรฺป่วยหนัก ท่านได้เรียกท่านอุมัรมาพบเพื่อพูดคุยธุระสำคัญดังต่อไปนี้

อุมัรฺ      :     อัสลามมุอะลัยกะ โอ้ท่านคอลีฟะห์

อบูบักรฺ :     วะอะลัยกัสลาม วะเราะห์มะตุ้ลลอฮฺ เธอหายไปไหนมาตั้งแต่เมื่อวาน

อุมัรฺ      :     มีพ่อค้ามาจากยะมัน เลยต้องยุ่งอยู่กับเขาจนเสร็จธุระ

อบูบักรฺ :     งั้นวันนี้เธอคงว่างใช่ไหม?

อุมัรฺ      :     ครับ วันนี้อาการของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?

อบูบักรฺ :     อัลฮัมดุลิลลาห์ ดีขึ้นมากแล้ว

อุมัรฺ      :     อัลฮัมดุลิลลาห์ รู้สึกว่าอาการดีขึ้นมาก คงจะหายในเร็วๆนี้

อบูบักรฺ :     โอ้อะบูฮัฟซฺ อย่าหายหน้าไปบ่อยนักสิ

อุมัรฺ      :     ถ้าท่านมีธุระก็ให้บอกได้เลย

อบูบักรฺ :     ฉันมีธุระกับเธอเสมอ เมื่อเช้าฉันนึกถึงเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะถูกผิดอย่างไร พอจะช่วยคิดบ้างได้ไหม?

อุมัรฺ      :     ด้วยความยินดีครับ โอ้ท่านอบูบักรฺ

อบูบักรฺ :     ก็เรื่อง “อัลฟัยอฺ” ทรัพย์เชลยที่ยึดมาได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ คือฉันจะแบ่งให้เท่าๆกันระหว่างพี่น้องมุสลิม ไม่มีใครได้เป็นพิเศษ ไม่ทราบว่าเธอมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?

อุมัรฺ      :     ความเห็นของฉันวันนี้ก็เหมือนกับวันก่อนนี้ คือ ผู้ที่เข้ารับอิสลามก่อน กับผู้ที่เข้ารับอิสลามทีหลังย่อมมีส่วนได้ไม่เท่ากัน ขอสาบานว่า ฉันจะไม่ยอมให้ผู้ที่เคยสู้รบกับท่านรอซูล ทัดเทียมกับผู้ที่ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านรอซูลเป็นอันขาด

อบูบักรฺ :     โอ้ อิบนิล ค๊อฏฏอบ คนที่เข้ารับอิสลามตั้งแต่แรก เขาก็รับอิสลามเพื่ออัลเลาะห์ เขาก็จะได้รับผลตอบแทนในวันกิยามะห์

อุมัรฺ      :     โอ้ท่านอบูบักรฺ ท่านถามความเห็นของฉัน ดังนั้นที่ฉันพูดออกไปก็คือความเห็นของฉัน

อบูบักรฺ :     ถูกแล้วเธอพูดถูก ... แล้วเรื่อง คอลิด อิบนิลวะลี๊ดเล่า เธอมีความเห็นเป็นอย่างไร?

อุมัรฺ      :     ท่านยังมีอะไรอยู่ในใจอีกหรือ? ท่านก็ทราบความเห็นของฉันเกี่ยวกับคอลิดดีอยู่แล้ว

อบูบักรฺ :     โอ้ อบูฮัฟซฺ ฉันกับเธอก็เหมือนกับคนคนเดียวกัน เมื่อเธอย้อนถามฉัน ก็เหมือนกับฉันย้อนถามตัวเอง หน้าที่ของผู้ปกครองนั้นต้องย้อนกลับมาทบทวนตัวเองเสมอๆ แล้วก็ใคร่ครวญ

อุมัรฺ      :     ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านจะเรียกฉันมาถามเรื่องนี้ ฉันยังยืนยันอยู่ว่า ดาบของคอลิดยังคงหลั่งเลือดแห่งญาฮิลียะห์อยู่ และนิสัยใจคอของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากตระกูล บะนูอัลมุฆีเราะห์ คือหยาบกระด้างและหยิ่งยะโส

อบูบักรฺ :     ถ้าเธออยู่ในฐานะอย่างฉัน เธอจะถอดเขาออกจากตำแหน่งแม่ทัพหรือไม่?

อุมัรฺ      :     แน่นอน แล้วฉันจะมอบตำแหน่งแม่ทัพให้กับอะบูอุบัยดะห์

อบูบักรฺ :     ไม่น่าเลย โอ้ อิบนิลค็อฏฏอบ เธอจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร? จริงอยู่ อบูอุบัยดะห์เป็นผู้ซื่อสัตย์แห่งประชาชาตินี้ แต่คอลิดรอบรู้ในเรื่องการสงครามดียิ่งกว่า ท่านไม่เห็นดอกหรือว่า อัลเลาะห์ทรงให้การแทรกแซงของชัยฏอนจากโรม สิ้นไปจากเมืองชามได้อย่างไร ขณะนั้นอบูอุบัยดะห์อยู่ที่เมืองอัจญ์ด๊าด และกำลังเพลี่ยงพล้ำแก่ฝ่ายโรมัน จนกระทั่งคอลิดมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน แถมยังพิชิตเมืองบุศรอ และติดตามพวกโรมไปจนถึงอัจญ์ด๊าด ทั้งๆที่ขณะนั้นโรมันมีกำลังอยู่ถึงหนึ่งแสนคน คอลิดก็ยังสามารถเอาชนะได้ และขณะนี้เขากำลังอยู่ที่ประตูเมืองดามัสคัสแล้ว

อุมัรฺ      :     โอ้ท่านคอลีฟะห์ ท่านรอซูล เคยเปรียบคอลิดเอาไว้ว่า “เสมือนดาบของอัลเลาะห์” แต่เขาก็ยังไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำของมุสลิม ตราบใดทิ่อบูอุบัยดะห์ยังอยู่

อบูบักรฺ :     ทำไม อบูอุบัยดะห์จะให้คอลิดเป็นหัวหน้าของเขามิได้หรือ?

อุมัรฺ      :     แล้วคอลิดจะรบภายใต้การบัญชาการของอบูอุบัยดะห์มิได้หรือ?

อบูบักรฺ :     ถ้าเช่นนั้นสองคนนี้ก็ขัดแย้งกันนะซิ

อุมัรฺ      :     ไม่ดอก ไม่มีทางที่คนทั้งสองจะขัดแย้งกันในเรื่องการรบเป็นอันขาด เพราะอบูอุบัยดะห์เป็นคนสุภาพ อ่อนโยน นอบน้อมต่ออัลเลาะห์เกินกว่าที่จะขัดแย้งกับคอลิด

อบูบักรฺ :     เธอยังคงยืนหยัดตามความคิดเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนะ โอ้ อิบนิลค๊อฏฏอบ

อุมัรฺ      :     คอลิดยังไม่เปลี่ยนเลย แล้วฉันจะเปลี่ยนความคิดของฉันได้อย่างไร และฉันก็ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนด้วย

อบูบักรฺ :     เพราะเหตุใดเล่า โอ้อิบนิลค็อฏฏอบ?

อุมัรฺ      :     ก็เพราะว่า บนี มัคซูม ไม่สามารถลืมว่า พวกเขาเคยเป็นกลิ่นหอมของกุรอยชฺในสมัยญาฮิลียะห์มาก่อน แต่พออิสลามมา คนอื่นกลับแย่งเอาความประเสริฐนั้นไปเสีย

อบูบักรฺ :     นี่เธอกำลังพูดถึงคุณป้าของเธอรุนแรงนะ

อุมัรฺ      :     ฉันขอสาบานว่าฉันรักคอลิดมาก แต่ฉันกลัวอัลเลาะห์มากกว่าที่จะให้ฉันรับสภาพของเขาเสียอีก

อบูบักรฺ :     เอาล่ะ อะบูฮัฟซฺ ที่ได้ฟังเธอเท่านี้ก็พอแล้ว

อุมัรฺ      :     ท่านหมายความว่าอย่างไร โอ้ท่านอบูบักรฺ?

อบูบักรฺ :     ฉันต้องการจะทดสอบเธอเท่านั้น ในที่สุดฉันก็พบว่าเธอต้องเป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด คือไม่ปิดบัง ไม่ใจอ่อน ไม่กลับกลอก

อุมัรฺ      :     ท่านต้องการอะไรหรือ ท่านอบูบักร?

อบูบักรฺ :     ฉันต้องการให้เธอเป็นคอลีฟะห์สืบแทนฉัน

อุมัรฺ      :     อย่าเลยท่านอบูบักรฺ เรื่องนี้ฉันไม่ต้องการดอก

อบูบักรฺ :     แต่หน้าที่อย่างนี้กำลังต้องการคนอย่างเธอ ฉันเกรงว่าฉันจะตายไปโดยละทิ้งประชาชนไว้โดยไม่มีผู้ปกครอง แล้วก็จะเกิดเหตุเหมือนกับวันที่ชุมนุมกันที่ “ซะกีฟะห์” อีก

อุมัรฺ      :     ท่านแต่งตั้งใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน

อบูบักรฺ :     แล้วฉันจะแต่งตั้งใครเป็นคอลีฟะห์เล่า

อุมัรฺ      :     แต่งตั้งอบูอุบัยดะห์ก็ได้ เพราะเขาเป็นผู้ซื่อสัตย์แห่งประชาชาตินี้

อบูบักรฺ :     ฉันก็คิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เข้มแข็งเท่ากับเธอ จริงอยู่เขาเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ฉันต้องการคนที่เข้มแข็งและซื่อสัตย์ มุสลิมกำลังเผชิญอยู่กับสิงห์ร้ายสองตัว คือโรมและเปอร์เซีย พวกเขามีทางเลือกอยู่สองทางเท่านั้น ไม่มีทางที่สาม จะให้โลกเจิดจ้าด้วยรัศมีแห่งอิสลาม หรือจะให้ดับมอดลงเพราะอิสลามไร้รัศมี

อุมัรฺ      :     อัลเลาะห์ จะทรงให้รัศมีของพระองค์แผ่กระจายไปทั่ว แม้ว่าบรรดาผู้ปฏิเสธจะไม่ชอบก็ตาม

อบูบักรฺ :     รัศมีของอัลเลาะห์ จะสมบูรณ์ได้ก็เพราะบ่าวที่ซอและห์ที่ต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

1  2

www.islammore.com

Custom Search

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม