Custom Search


ข้อชี้ขาดต่างๆ
ที่เกี่ยวกับเฮด อิสติฮาเฏาะฮฺ และนิฟาส

1. เฮด   คำนิยามของเฮด เฮดในเชิงภาษานั้น คือการไหล และเฮดในเชิงบัญญัตินั้น คือเลือดที่ออก มาจากส่วนลึกของมดลูกสตรี ในกำหนดเวลานั้น โดยที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นโรค หรือ ประสบอุบัติเหตุ แต่มันเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนด ให้แก่บรรดาลูกสาวของอาดัม อัลลอฮ์ทรงให้มีขึ้นมา ในมดลูก เพื่อเป็นการให้อาหาร แก่ทารกที่อยู่ในครรภ์ หลังจากที่ทารกได้คลอดออกมา อาหารจะเปลี่ยนไปเป็นนม เมื่อสตรีไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือ ให้นม เลือดนี้จะคงอยู่ โดยที่ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลง ซึ่งรู้จักกันในนามว่า ประจำเดือน รอบเดือน หรือ ระดู

2. อายุ สตรีที่จะมีประจำเดือน โดยทั่วไป อายุที่ต่ำที่สุดนั้น คือ เก้าขวบ จนถึงห้าสิบปี อัลลอฮ์ได้ตรัสไว้ว่า “และพวกที่หมดรอบเดือน จากพวกสตรีของพวกเจ้า หากพวกเจ้าสงสัย เวลาแห่งการรอคอย ของพวกนางนั้น สามเดือน และพวกที่ยังไม่มีรอบเดือน”. ( ซูเราะฮฺ อัต-ตอล๊าก 4)

พวกที่ใกล้จะหมดรอบเดือนนั้น คือหญิงที่อายุห้าสิบปีแล้ว และพวกที่ยังไม่มีรอบเดือนนั้น คือหญิงที่ยังเป็นเด็กอยู่ โดยที่อายุยังไม่ถึงเก้าขวบ

3. ข้อตัดสินต่างๆ

ก. ห้ามไม่ให้ร่วมประเวณีกับนาง ทางอวัยวะเพศของนาง ในขณะที่มีรอบเดือน เนื่องจากอัลลอฮ์ได้ทรงตรัสไว้ว่า “และพวกเขาถามเจ้า เกี่ยวกับการมีรอบเดือน จงกล่าวเถิดว่า มันเป็นอันตราย ดังนั้น พวกเจ้าจงออกห่าง จากพวกนาง ในขณะที่มีรอบเดือน และอย่าได้เข้าใกล้พวกนาง จนกว่าพวกนางจะสะอาดเสียก่อน แล้วเมื่อพวกนางสะอาดแล้ว พวกเจ้าก็จงเข้าหาพวกนาง ตามที่อัลลอฮฺได้ทรงใช้พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ทรงรักผู้กลับเนื้อกลับตัว และทรงรักบรรดาผู้ที่ทำความสะอาด” (ซูเราะฮฺ อัลบากอเราะฮฺ  222)

และข้อห้ามนี้ จะดำเนินต่อไป จนกระทั่งเลือดประจำเดือนหยุดไหล และนางชำระล้างร่างกายเสียก่อน เนื่องจากพระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า “และพวกเจ้าอย่าได้เข้าใกล้พวกนาง จนกว่าพวกนางจะสะอาดเสียก่อน แล้วเมื่อได้ทำความสะอาดแล้ว พวกเจ้าก็จงเข้าหาพวกนาง ตามที่อัลลอฮฺได้ทรงใช้พวกเจ้า” ( ซูเราะฮฺ อัลบากอเราะฮฺ  222)

และเป็นที่อนุญาต ให้สามีของหญิง ผู้มีประจำเดือน หาความสุขจากนาง ด้วยสิ่งที่ไม่ใช่การร่วมประเวณี ทางอวัยวะเพศ เนื่องจากท่าน นบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า ... “ท่านทั้งหลายจงทำทุกสิ่ง นอกจากการร่วมประเวณี เท่านั้น” (มุสลิม รายงาน)

ข.   หญิงผู้มีรอบเดือน จะหยุดการถือศีลอด และละหมาด ระหว่างที่มีรอบเดือน และเป็นที่ห้ามไม่ให้ นางกระทำการดังกล่าว และถือว่าใช้ไม่ได้  เนื่องจากนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “สตรีนั้น เมื่อนางมีประจำเดือน นางจะไม่ละหมาด และนางจะไม่ถือศีลอด ไม่ใช่หรือ?” (บุคอรี และ มุสลิม)

แล้วเมื่อสตรีผู้มีรอบเดือนนั้น สะอาดแล้ว นางก็ต้องถือศีลอดชดเชยอย่างเดียว โดยไม่ต้องละหมาดชดเชย เนื่องจาก ท่านหญิง อาอีซะฮ์ รอดิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวไว้ว่า “เรามีประจำเดือน ในสมัยของท่านรอซูลุลลอฮู ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วเราถูกสั่งให้ถือศีลอดชดเชย และไม่ถูกสั่งให้ละหมาดชดเชย” (บุคอรี และ มุสลิม)

และความแตกต่างนั้น อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้รู้ดีที่สุด คือการละหมาดนั้น มีอยู่ประจำ จึงไม่จำเป็นต้องละหมาดชดเชย เนื่องจากมีความลำบาก ในการกระทำการดังกล่าว ซึ่งตรงกันข้ามกับการถือศีลอด

ค.  ห้ามสตรีไม่ให้สัมผัสอัลกุรอาน โดยที่ไม่มีสิ่งขวางกั้น เนื่องจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า “และจะไม่มีใคร มาสัมผัสอัลกุรอานได้ นอกจากพวกที่มีความสะอาด เท่านั้น” (อัลวากิอะฮิ 79)

และสารที่ท่าน รอซูล ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เขียนไปหา อัมรฺ อิบนุ หัซมฺ ว่า... “จงอย่าสัมผัสอัลกุรอาน นอกจากผู้ที่สะอาดเท่านั้น” (อันนะซาอี และท่านอื่นๆรายงาน)

ซึ่งคล้ายกับฮาดิษมุตะวาติร เนื่องจากผู้คนทั้งหลาย ได้ยอมรับ ไชคุลอิสลาม อิบนุ ไตยมียะฮฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ว่า... “แนวความคิดของท่านอิหม่ามทั้งสี่นั้น คือว่าไม่มีใครมาสัมผัสได้ นอกจากผู้ที่สะอาดเท่านั้น”

ส่วนการอ่านของสตรี ที่มีประจำเดือนโดยที่ไม่สัมผัสอัลกุรอานนั้น เป็นเรื่องที่มีความคิดเห็น แตกต่างกันไป ในหมู่นักวิชาการ และที่รัดกุมที่สุด นั้นคือ นางจะอ่านอัลกุรอานไม่ได้ นอกจากในกรณี ที่มีความจำเป็นเท่านั้น เช่น การที่นางกลัวว่า จะลืมอัลกุรอาน และอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้รู้ดีที่สุด

ฆ. ห้ามสตรีที่มีรอบเดือน เวียนรอบบัยตุลลอฮฺ (ตอวาฟ) เนื่องจากท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวแก่อาอีซะฮฺ รอดิยัลลอฮุอันฮา ขณะที่นางมีประจำเดือนว่า... “เธอจงทำ เหมือนผู้ที่ประกอบพิธีหัจญ์ทำ เว้นแต่ห้ามเธอเวียน รอบบัยตุลลอฮฺ จนกว่าเธอจะสะอาด

ง. ห้ามสตรีที่มีประจำเดือนพำนักอยู่ในมัสยิด เนื่องจากท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “แท้จริงฉันไม่อนุญาิให้มัสยิด เป็นที่พำนักของผู้มีรอบเดือน และชายผู้มีญุนุบ” (อบูดาวุดเป็นผู้รายงาน)

และคำกล่าวของท่านที่ว่า “แท้จริงมัสยิดนั้น ไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับสตรีที่มีประจำเดือน และชายผู้มีญูนุบ” (อิบนุมาญะฮฺ รายงาน)

และอนุญาตให้นางเดินผ่านมัสยิดได้ โดยไม่มีการหยุดพัก เนื่องจากฮาดิษของท่านหญิงอาอีซะฮฺ รอดิยัลลอฮุอันฮา ที่ว่า  ท่านรอซูล ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “เธอจงหยิบเอาเสื่อจากมัสยิด มาให้ฉันซิ” ฉันก็กล่าวว่า...ฉันมีรอบเดือน...ท่านก็กล่าวว่า... “แท้จริงประจำเดือนของเธอนั้น ไม่ได้อยู่ที่มือของเธอ” (ได้กล่าวไว้ใน อัล-มุนตะกอ นักรายงานทั้งห้า ได้รายงานไว้ ยกเว้น บุคอรี เล่มที่ 1 หน้าที่ 140)

ไม่เป็นปัญหาแต่ประการใด ในการที่สตรี ผู้มีประจำเดือน จะนำเอาถ้อยคำซิเกรต่างๆ มากล่าว อันได้แก่การกล่าวว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ อัลลอฮุอักบัร ซุบฮานัลลอฮฺ ตลอดจนคำวิงวอนต่างๆ และคำวิริด ยามเช้าและยามเย็น และเข้านอน และตื่นนอน และไม่เป็นปัญหาใดๆ ในการที่นางจะอ่านตำราวิชาการต่างๆ เช่น ตัฟซีร ฮาดิษ และ ฟิกฮฺ

เคล็ดความรู้ในเรื่องข้อตัดสิน ของศุฟเราะหฮฺ และกุดเราะฮฺ

ศุฟเราะฮฺ คือ สิ่งที่เหมือนกับน้ำหนอง ที่มีสีค่อนข้างเหลว

กุดเราะฮฺ คือ สิ่งที่เหมือนกับสีของน้ำ ที่ค่อนข้างสกปรก ขุ่น เมื่อมีศุฟเราะฮฺ หรือ กุดเราะฮฺ ออกมาจากสตรี ในเวลาประจำเดือนของนาง ก็จงถือว่า มันทั้งสองเป็นประจำเดือน โดยที่มันทั้งสอง จะใช้ข้อชี้ขาด ของรอบเดือนที่ผ่านมา และหากมันทั้งสอง ออกมาในเวลาที่ไม่ใช่รอบเดือน นางก็อย่าสนใจมันทั้งสอง และจงถือว่า ตัวของนางนั้นสะอาด เนื่องจากอุมมุอาฏียะฮฺ รอดิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวไว้ว่า “เราไม่นับเอากุดเราะฮฺ และ ศุฟเราะฮฺ หลังสะอาดแล้ว” (หลังจากการหยุดมา ของประจำเดือน) (มันไม่ใช่ประจำเดือน) , อบูดาวูด รายงาน และ บุคอรี รายงาน โดยไม่มีคำว่า (หลังสะอาดแล้ว) และอันนี้ จัดอยู่ในทัศนะของนักวิชาการหะดีษ เพราะว่ามันเป็นการยอมรับ ของท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และสิ่งที่เข้าใจจากฮาดิษนี้ ก็คือ กุดเราะฮฺ และ ศุฟเราะฮฺ ก่อนสะอาดนั้น เป็นรอบเดือน โดยจะดำเนินไปตามข้อชี้ขาดของมัน

เกล็ดความรู้อีกอันหนึ่ง

ถาม        ด้วยสิ่งใด ที่สตรีสามารถรู้การสิ้นสุด ของประจำเดือนของนาง?

ตอบ  นางสามารถรู้เรื่องดังกล่าวได้ ด้วยการหยุดของเลือด และอันนั้น ด้วยการอาศัย หนึ่งในสองเครื่องหมาย ด้วยกัน

เครื่องหมายที่หนึ่ง   การมีก็อดเศาะฮฺ สีขาวออกมา ซึ่งก็คือน้ำสีขาว ที่ออกมาหลังประจำเดือน คล้ายน้ำปูน และบางทีก็อาจจะเป็นสีอื่น ซึ่งสีของมันแตกต่างกันออกไป ตามความแตกต่างของสภาพของสตรี

เครื่องหมายที่สอง   การแห้ง กล่าวคือ เมื่อเอาเศษผ้า หรือฝ้าย สอดเข้าไปในอวัยวะเพศของนาง แล้วดึงออกมา แล้วพบว่ามันอยู่ในสภาพที่แห้ง ไม่มีสิ่งใดติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเลือด กุดเราะฮฺ หรือ ศุฟเราะฮฺ

4.  สิ่งที่จำเป็นต่อสตรีผู้มีประจำเดือน ขณะที่หมดประจำเดือน

จำเป็นต่อสตรีที่มีประจำเดือน จนหมดประจำเดือน จะต้องชำระล้างร่างกาย และอันนั้นก็ด้วยการใช้น้ำ พร้อมด้วยเจตนา (เนียต) การทำความสะอาด ในทุกส่วนของร่างกายนาง เนื่องจากนบี ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า... “แล้วเมื่อรอบเดือนของเธอมา เธอจงพักการละหมาด และเมื่อมันจากไป เธอก็จงชำระล้างร่างกาย และจงละหมาด” (บุคอรี รายงาน)

ลักษณะของการชำระล้างร่างกาย คือให้นางตั้งเจตนายกหะดัษ หรือการทำความสะอาด เพื่อละหมาด และอื่นๆ หลังจากนั้นก็กล่าวว่า บิสมิลลาฮฺ หลังจากนั้นเอาน้ำราด ลงบนร่างกายทั้งหมด และเอาน้ำรดลงบนศีรษะ ให้ไปถึงโคนผมให้เปียก และไม่จำเป็นที่นางจะต้องแก้ไขมันออก หากว่ามีการถัก แต่ให้นางราดน้ำลงไปให้เปียก หากนางใช้น้ำพุทรา หรือน้ำยาทำความสะอาดผสมกับน้ำ อันนั้นก็จะเป็นการดี และสุนัตให้นำเอาฝ้ายที่มีน้ำหอม หรืออื่นจากเครื่องหอม มาสอดใส่ไว้ในอวัยวะเพศของนาง หลังจากที่มีการชำระล้างร่างกาย เนื่องจากท่านรอซูล ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้สั่งอัสมาอฺกระทำดังกล่าว (มุสลิม รายงาน)

ข้อเตือนสำคัญ

เมื่อสตรีผู้มีเฮด หรือนิฟาส ได้สะอาดก่อนดวงอาทิตย์ตก ก็จำเป็นต่อนาง ที่จะต้องละหมาดซุฮฺริ และอัศริ ของวันนั้น และผู้ใดที่สะอาดจากเฮดและนิฟาส ก่อนแสงอรุณขึ้น ก็จำเป็นต่อนาง ที่จะต้องละหมาดมัฆริบ และอีชา ของคืนนั้น เพราะว่าเวลาละหมาดที่สองนั้น มันเป็นเวลาของละหมาดที่หนึ่ง ในขณะที่มีอุปสรรค (เช่น ขณะเดินทาง) ไชคุลอิสลาม อิบนุ ไตยมียะฮฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ใน อัลฟะตาวา เล่มที่ 22 หน้าที่ 434 ว่า...

และด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้รู้ส่วนใหญ่ เช่น มาลิก และ ชาฟีอี และอะฮฺมัด มีความเห็นว่า เมื่อผู้หญิงผู้มีรอบเดือน ได้สะอาดในช่วงเย็น นางก็จะต้องละหมาด ทั้งซุฮฺริและอัศริ และเมื่อนางได้สะอาด ในช่วงท้ายของกลางคืน นางก็จะต้องละหมาดมัฆริบ และอิชาอฺ เหมือนกับที่ได้มีการรายงาน สิ่งดังกล่าว จาก อับดุรเราะฮฺมาน บิน เอาฟฺ อบูฮุรอยเราะฮฺ และอิบนุอับบาส เพราะว่าเวลานั้น มันเป็นเวลาร่วมกัน ระหว่างสองละหมาด ในขณะที่มีอุปสรรค เมื่อนางได้สะอาด ในช่วงของกลางวัน เวลาของละหมาดซุฮฺริก็ยังคงอยู่ นางก็ละหมาดซุฮฺริ ก่อนละหมาดอัศริ เมื่อนางได้สะอาด ในช่วงท้ายของกลางคืน เวลาของละหมาดมัฆริบนั้น ก็ยังคงอยู่ในขณะที่มีอุปสรรค นางก็ละหมาดมัฆริบ ก่อนอิชาอฺ

ส่วนเมื่อเวลาละหมาดได้มาถึง หลังจากที่นางได้มารอบเดือน หรือนิฟาส ก่อนที่นางจะละหมาด คำที่มีน้ำหนักนั้นคือ ไม่จำเป็นแก่นาง ที่จะละหมาดชดเชย ที่นางทันเวลาเริ่มแรกของมัน หลังจากนั้นนางได้มารอบเดือน หรือนิฟาส ก่อนที่จะละหมาด ไชคุลอิสลาม อิบนุ ไตยฺมียะฮฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ใน มัจมั๊วฟะตาวา เล่มที่ 23 หน้าที่ 335 ในปัญหานี้ว่า “และสิ่งที่ชัดเจนที่สุด ในหลักฐาน นั้นคือ แนวความคิดของอบูหะนีฟะฮฺ และมาลิก นั้นก็คือ ไม่จำเป็นแก่นาง ที่จะต้องชดเชย เพราะว่าการชดเชยนั้น แท้ที่จริงแล้ว มันจำเป็นด้วยการมีการสั่งใช้ใหม่ และตรงนี้ไม่มีการสั่งใช้ ให้นางละหมาดชดเชย และอีกประการหนึ่ง นางได้เลื่อนการละหมาด ไปจนถึงเวลาอนุญาตในการเลื่อนได้ ได้ทำให้เกิดการล่าช้า ที่เป็นไป โดยที่นางไม่ได้บกพร่อง ส่วนผู้นอนหลับ หรือผู้หลงลืมนั้น (ถึงแม้ว่าเขา จะไม่ได้บกพร่อง เช่นเดียวกัน) สิ่งที่เขาทำนั้น ไม่ได้เป็นการละหมาดชดเชย หากแต่อันนั้น มันเป็นเวลาละหมาด สำหรับเขา ในขณะที่เขาตื่นขึ้นมา และนึกขึ้นได้     

จากหนังสือ"คำเตือนในเรื่องกฎต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบรรดาหญิงผู้ศรัทธา"

ย้อนกลับ  ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 19, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม