Custom Search

การเคลื่อนไหวขณะทำการละหมาด

คำถาม

มีบางคนที่เคลื่อนไหวอวัยวะร่างกาย ในขณะการทำละหมาด เช่นทำการจัดเสื้อผ้า ทำความสะอาดเล็บมือ หรือมองดูนาฬิกาข้อมือ โดยเฉพาะในเวลาที่อิหม่ามทำการนำละหมาดอยู่ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ นำไปสู่การรบกวนผู้อื่น จึงขอทราบเงื่อนไข ในการเคลื่อนไหวร่างกายขณะปฏิบัติละหมาด

บรรดาการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์แด่ อัลลอฮ

คำตอบ

ท่านเชค อิบนฺ อุตรัยมีน (ขออัลลอฮฺ ทรงประทานความเมตตาแด่ท่านด้วย) ได้กล่าวถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะทำการละหมาดว่า “เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ยกเว้นว่ามีเหตุผลในการเคลื่อนไหวร่างกาย” ซึ่งท่านได้แบ่งประเภทของการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะทำการละหมาดเป็น 5 ประเภทดังนี้

1.จำเป็นต้องทำการเคลื่อนไหว

2.ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนไหว

3.ไม่เหมาะสมที่จะมีการเคลื่อนไหว

4.สนับสนุนให้มีการเคลื่อนไหว

5.อนุญาตให้ทำการเคลื่อนไหวได้

สำหรับการเคลื่อนไหวประเภทที่ 1 คือจำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวนั้น จะขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นของแต่ละคน เช่น ถ้าผู้ละหมาดมีความรู้สึกว่า มีสิ่งสกปรกติดอยู่บนผ้าโพกศรีษะ และเขาจำเป็นจะต้องถอดผ้าโพศรีษะออก เพื่อทำการกำจัดสิ่งสกปรกนั้นเสีย นั่นคือ เขาต้องทำการเคลื่อนไหวในขณะละหมาด คือการถอดผ้าโพกศรีษะออก

ดังเช่นที่ท่านนบี ได้ทำการเคลื่อนไหวขณะทำการละหมาดขณะนำประชาชนอยู่ เนื่องจากญิบรีล ได้มายังท่านนบี และได้กล่าวแก่ท่านว่า มีสิ่งสกปรกติดอยู่บนรองเท้าของท่าน จากนั้น ท่านนบี จึงได้ถอดรองเท้าออกขณะที่ท่านยังละหมาดอยู่ และได้ทำการละหมาดต่อไป (รายงานโดย อะบูดาวูด 650 จัดเป็นซอเฮี้ยะ โดยอัล-อัลบานี ใน al-Irwa 284)

หรือ ในกรณีที่ท่านกำลังทำการละหมาดอยู่ แล้วมีคนมาบอกว่าท่านไม่ได้หันหน้าไปยังกิบลัต ในกรณีนี้ท่านจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งไปยังทางกิบลัต

สำหรับการเคลื่อนไหวประเภทที่ 2 คือ ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ในกรณีนี้คือ มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีความจำเป็นต่อผู้ละหมาด และ เมื่อเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีเหตุจำเป็นแล้ว การเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงไม่เป็นที่อนุมัติต่อผู้ละหมาด เพราะเป็นการแสดงถึงการไม่ให้เกียรติต่อคำสั่งใช้ของพระเจ้า

ส่วนการเคลื่อนไหวที่สนับสนุนให้ทำในขณะละหมาด ตัวอย่างเช่น การจัดแถวให้ตรง หรือการเดินขึ้นไปปิดช่องว่างระหว่างผู้ทำละหมาด ในแถวหน้า หรือการขยับเดินปิดช่องว่าง ในแถวละหมาดของตน ซึ่งการเคลื่อนที่ ที่สนับสนุนให้ทำในระหว่างการละหมาดนั้น เป็นการเคลื่อนที่ เพื่อทำให้การละหมาดสมบูรณ์และเรียบร้อยขึ้น

ซึ่งในสมัยของท่านนบี นั้น เมื่อท่านอิบนฺ อับบาส (ขออัลลอฮฺ ทรงประทานความเมตตาแด่ท่านด้วย) ได้ทำการละหมาดร่วมกับท่านนบี และได้ยืนอยู่ทางซ้ายมือของท่าน ท่านนบีจึงได้จับศรีษะของอิบนฺ อับบาส จากทางด้านหลังของท่านนบี ให้ย้ายมายืนละหมาดทางด้านขวาของท่านนบี

ส่วนการละหมาด ที่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายได้นั้น จะหมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย เพียงเล็กน้อย เมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสม และหมายถึงการเคลื่อนที่มากเมื่อมีความจำเป็น ซึ่งตัวอย่างของการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหวของท่านนบี ในขณะที่ท่านยืนละหมาดอยู่ ท่านได้ทำการอุ้มท่านหญิงอุมามะฮฺ หลานสาวของท่าน ซึ่งเป็นลูกของท่านหญิงซัยหนับ ซึ่งเป็นบุตรสาวของท่าน และได้วางท่านหญิงลงเมื่อท่านจะทำการสุญูด  (อัล-บุคอรี 5996 มุสลิม 543)

 และการเคลื่อนไหวที่มากในขณะละหมาดนั้น จะเป็นไปตามอายะฮฺของอัลกุรอ่าน ในซูเราะฮฺ อัล-บากอเราะฮฺ ดังนี้

พวกเจ้าจงรักษาบรรดาละหมาดไว้ และละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง และจงยืนละหมาดเพื่ออัลลอฮฺ โดยนอบน้อม(ซูเราะฮฺ อัล-บากอเราะฮฺ 2:238)

ถ้าพวกเจ้ากลัว ก็จงละหมาดพลางเดินหรือขี่ ครั้นเมื่อพวกเจ้าปลอดภัยแล้ว ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ  ดังที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกเจ้า ซึ่งสิ่งที่พวกเจ้ามิเคยรู้มาก่อน(ซูเราะฮฺ อัล-บากอเราะฮฺ 2:239)

สำหรับผู้ที่ทำการละหมาดพลางเดินไปด้วยนั้น ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่มากเช่นเดียวกัน แต่ถ้ามีความจำเป็นก็เป็นการอนุญาตให้กระทำได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการทำให้ละหมาดเสีย

รูปแบบการเคลื่อนไหวในขณะละหมาด ที่ไม่สมควรกระทำนั้น จะหมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกกล่าวเอาไว้ในเนื้อหาข้างต้น ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดนี้ ถือเป็นหลักพื้นฐานของการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะทำการละหมาด

ดังนั้น จากคำถามที่ท่านได้ถามเอาไว้ จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ไม่สมควรกระทำขณะทำการละหมาด และจะส่งทำให้ผลบุญของการละหมาดลดลง

นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวร่างกายแบบต่างๆ ที่ไม่ถูกกล่าวเอาไว้ ตัวอย่างเช่น การขยับนาฬิกาข้อมือ การจับปากการหรือผ้าโผกศรีษะ การลูบจมูกหรือเครา เป็นต้น

ในการพิจารณาลักษณะการเคลื่อนไหวร่างกายดังกล่าว ก็ให้ใช้พื้นฐานจากเนื้อหาในข้างต้น เมื่อไม่จัดอยู่ในรูปแบบที่ได้กล่าวเอาไว้ ดังนั้น การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ จึงเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ไม่สมควรกระทำ นอกจากนี้หากมีการทำที่ต่อเนื่องกัน และบ่อยครั้ง จะถือเป็นการเคลื่อนไหว ที่ไม่อนุญาตให้กระทำ และจะส่งผลทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้

ซึ่งจำนวนครั้งของการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่จะส่งผลทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้นั้น ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขที่แน่นอน แต่จะบอกได้ด้วยจากการที่มีผู้พบเห็นผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกาย ในขณะละหมาด จนผู้นั้นมีความรู้สึกว่าเขาผู้นั้น ไม่ได้ทำการละหมาด ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวเช่นนี้ จะถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้

บรรดานักวิชาการ (ขออัลลอฮฺ ทรงประทานความเมตตา แด่พวกท่านด้วยเทอญ) ได้ระบุว่าการเคลื่อนไหว ที่ทำให้ละหมาดใช้ไม่ได้ คือการเคลื่อนไหวร่างกายที่บ่อยครั้ง และต่อเนื่อง แต่ มีนักวิชาการบางกลุ่ม ก็ได้ระบุจำนวนครั้งของการเคลื่อนไหว ที่จะส่งผลทำให้ละหมาด ใช้ไม่ได้ คือ การเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกันเป็นจำนวน 3 ครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม จำนวนตัวเลขนี้ ยังไม่มีการนำหลักฐานที่ชัดเจน มาทำการอ้างอิง ดังนั้น การระบุถึงตัวเลข และพฤติกรรมที่ชัดเจนในการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะทำการละหมาด ที่จะส่งผลทำให้ละหมาดใช้ไม่ได้ จึงยังคงต้องการหลักฐานมารองรับอยู่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสนอแนวความคิดใหม่เข้ามา

 (Majmoo Fattawa al-Shaykh, 13/309-311)

ท่านเชค Abd al-Azeez ibn Baaz (ขออัลลอฮฺ ทรงโปรดประทานความเมตตาแด่ท่านด้วยเทอญ) ได้ถูกถามเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่ทำการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมาก ขณะทำการละหมาด ว่าการละหมาดของจะใช้ได้หรือไม่ และเขาจะเลิกพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งเขาทำจนเป็นนิสัยได้อย่างไร

ท่านเชค (ขออัลลอฮฺ ทรงโปรดประทานความเมตตาแด่ท่านด้วยเทอญ) ได้ตอบว่า

ตามรูปแบบของซุนนะฮฺนั้น เราจะพิจารณาการละหมาดของคนคนหนึ่ง ได้จากความสมบูรณ์ของความนอบน้อมของเขา ท่าทางและจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการละหมาด ที่เป็นวายิบ หรือละหมาดซุนนะฮฺ

เพราะอัลลอฮฺ  ทรงตรัสเอาไว้ความว่า

แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว” “บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อนตน ในเวลาละหมาดของพวกเขา(ซูเราะฮฺ อัล-มุมินูน 23:1-2)

ดังนั้น ในการทำละหมาดของคนคนหนึ่ง เขาจะต้องละหมาดด้วยท่าทางที่สงบนิ่งและเคร่งครัด ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่สำคัญของหลักการและข้อบังคับในการทำละหมาด

ดังที่ท่านนบี ได้กล่าวกับผู้ที่ทำการละหมาดคนหนึ่ง ที่ละหมาดของเขาขาดความสงบนิ่ง และไม่เคร่งครัดความว่า ท่านจงกลับไปทำการละหมาดใหม่เสีย ท่านยังมิได้ทำการละหมาด

โดยท่านนบี ได้บอกชายดังกล่าว ให้กลับไปทำการละหมาดใหม่ถึงสามครั้ง จนเขาได้พูดกับท่านนบี ว่า “โอ้ ศาสนฑูตของอัลลอฮฺ ผู้ที่อัลลอฮฺทรงส่งท่านมาพร้อมกับสัจธรรม ฉันไม่สามารถทำการละหมาด ให้ดีกว่านี้ได้แล้ว ขอให้ท่านได้โปรดสอนฉันด้วย”

ท่านนบี ได้กล่าวความว่า

เมื่อท่านจะทำการละหมาด ให้ท่านทำน้ำละหมาดอย่างดี จากนั้นให้ท่านหันหน้าไปทางกิบลัต และกล่าวตักบีร และท่องซูเราะฮฺที่ท่านจดจำได้จากอัลกุรอ่าน เมื่อท่านทำการก้มรุกัวะ ก็ให้ท่านก้มลงด้วยความนอบน้อม จากนั้นเมื่อท่านยกศรีษะขึ้น ก็ให้ท่านยืนจนตัวตรงเสียก่อน ค่อยทำการก้มลงสุญูดด้วยการก้มกราบที่นอบน้อม เมื่อท่านจะลุกขึ้นนั่ง ก็ให้นั่งจนตัวตรงและมีความนอบน้อม ก่อนที่ท่านจะทำการก้มสุญูดอย่างนอบน้อมอีกครั้ง จากนั้นจึงลุกขึ้นจนตัวตรง  และจงกระทำเช่นนี้ ตลอดจนกว่าจะเสร็จสิ้นจากการละหมาด(หลักฐานดังกล่าว ไม่มีความเห็นขัดแย้งจากบรรดานักวิชาการ)

อ้างอิงจากรายงานของอบูดาวูด ซึ่งเขาได้รายงานดังนี้

เมื่อท่องซูเราะฮฺที่จำเป็น จากอัลกุรอ่านแล้ว (ซูเราะฮฺอัล-ฟาติฮะฮฺ) ก็ให้ท่านทำการท่องซูเราะฮฺอื่น จากที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานไว้ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน

จากฮะดีษข้างต้น เป็นฮะดีษที่ซอเฮี้ยะ ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่า ท่าทางของการละหมาดที่นอบน้อมถ้อมตนนั้น ถือเป็นเสาหลัก หรือเป็นสิ่งที่จำเป็น ในส่วนหนึ่งของการละหมาด ซึ่งหากขาดสิ่งสำคัญตรงนี้แล้ว จะส่งผลทำให้การละหมาดนั้น ใช้ไม่ได้ ดังนั้น สำหรับผู้ใดก็ตามที่เขาทำการละหมาดอย่างเร่งรีบ เปรียบเสมือนกับไก่จิก จึงกล่าวได้ว่า เขาไม่ได้ทำการละหมาด

คุชัวะ (การมีสมาธิและมีความนอบน้อมอย่างสมบูรณ์) ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการละหมาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกแนะนำให้กับบรรดาผู้ศรัทธาว่า ให้เขาพยายามทำการละหมาดอย่างมีคุชัวะ

สำหรับหลักฐานของจำนวนการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นจำนวน 3 ครั้ง ที่จะส่งผลทำให้ละหมาดใช้ไม่ได้นั้น ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ เนื่องจากไม่มีรายงานฮะดีษของท่านนบี ที่มาสนับสนุนคำกล่าวข้างต้น นอกจากจะเป็นการเสนอความคิดเห็น จากนักวิชาการบางคน ซึ่งยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวร่างกาย ขณะทำการละหมาดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการจับจมูก เคราหรือเสื้อผ้า เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการละหมาด นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวที่บ่อยครั้ง จะส่งผลทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ซึ่งทำเป็นปกตินิสัย หรือเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง แต่ไม่ต่อเนื่องกัน จะไม่ส่งผลทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้

แต่คำแนะนำในการทำละหมาดของผู้ศรัทธานั้น ให้เขาละหมาดอย่างมุ่งมั่น และนอบน้อม และหลีกเลี่ยงจากการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือบ่อยครั้ง โดยให้เขาพยายามทำให้การละหมาดของเขา มีความสมบูรณ์

สำหรับหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกาย เพียงเล็กน้อย หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ต่อเนื่องกัน ในขณะทำการละหมาดนั้น จะไม่ส่งผลทำให้การละหมาดใช้ไม่ได้ มีหลักฐานรายงานจากการกระทำของท่านนบี ขณะที่ท่านได้ทำการละหมาดดังนี้

วันหนึ่งท่านนบี   ได้ทำการเปิดประตูให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ ขณะที่ท่านกำลังทำการละหมาด(รายงานโดยอะบูดาวูด 922 อัล-นะซาอี 601 ถูกจัดเป็นฮะดีษซอเฮี้ยะโดย เชค อัล-อัลบานี ใน ซอเฮี้ยะอัล-ติรมีซี 601)

และจากรายงานฮะดีษของท่านอะบู ฆอตาดะฮฺ (ขออัลลอฮฺ ทรงประทานความเมตตาแด่ท่านด้วยเทอญ) ที่ระบุว่า

วันหนึ่งท่านนบี ได้ทำการนำละหมาดอยู่ โดยที่ท่านอุ้มท่านหญิงอุมมามะฮฺ ซึ่งเป็นบุตรของท่านหญิงซัยหนับ บุตรสาวของท่านนบี ซึ่งเมื่อท่านนบี จะทำการสุญูด ท่านจะวางท่านหญิงลง และเมื่อท่านทำการยืนละหมาด ท่านก็ได้ทำการอุ้มท่านหญิงขึ้นอีกครั้ง"

(Fattawa 'Ulama' al-Balad al-Haraam, 162-164

www.islamqa.com

แปลและเรียบเรียงโดย นูรุ้ลนิซาอฺ

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม