Custom Search

จะเอายังไงดี (กุนุตในละหมาดซุบฮฺ)

อาจารย์ครับผมอยากทราบรายละเอียด เกี่ยวกับกุนุตซุบฮิหน่อยอ่ะครับ ว่าทัศนะใหนมีน้ำหนัก และถ้าทำผิดหรือไม่และถ้าไม่ทำผิดหรือไม่ครับ อาจเป็นคำถามน่าเบื่อ แต่รบกวนอาจารย์หน่อยนะครับ จะได้เข้าใจหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ขอบคุณครับ

ถามโดย - นักศึกษา

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

ตามมัซฮับอัชชาฟีอีย์ ถือว่า ส่งเสริมให้กุหนูตในละหมาดซุบฮิไม่ว่าจะมีภัยพิบัติลงมาหรือไม่ก็ตาม และตามนี้ชาวสะลัฟส่วนใหญ่และชนรุ่นถัดมาหรือส่วนใหญ่จากชนรุ่นหลังสะลัฟกล่าวเอาไว้ ส่วนหนึ่งคือ อบูบักร, อุมัร, อุสมาน, อะลี อิบนุ อับบาส, อัลบะรออฺ, อิบนุ อาซิบ (ร.ฎ.) โดยอัลบัยหะกีย์ได้รายงานเอาไว้ด้วยสายรายงานที่ถูกต้องและชนรุ่นตาบิอีนและผู้คนรุ่นหลังพวกเขาเป็นอันมากได้กล่าวเอาไว้ และเป็นมัซฮับของอิบนุ อบีลัยลา, อัลหะซัน อิบนุ ซอลิฮฺ, มาลิกและดาวูด, อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอู๊ดและสานุศิษย์ของท่านตลอดจนอบูฮะนีฟะฮฺและสานุศิษย์ของท่าน

-----------------------------------------------------------

และซุฟยานอัซเซารีย์ และอะฮฺหมัดกล่าวว่า : ไม่มีกุหนูตในการละหมาดซุบฮิ อะฮฺหมัดกล่าวว่า : ยกเว้นผู้เป็นอิหม่าม ให้ทำการกุหนูตเมื่อมีการส่งกองทัพออกไปทำศึก อิสหากกล่าวว่า : ให้กุหนูตเฉพาะมีภัยพิบัติลงมาเท่านั้น โดยฝ่ายที่ระบุว่า ไม่มีการกุหนูตในละหมาดซุบฮิ อ้างหลักฐานจากฮะดีษของอะนัส (ร.ฎ.) ที่ว่า แท้จริงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้ทำการกุหนูตเป็นเวลา 1 เดือนหลังการรุ่กัวอฺโดยขอดุอาอฺสาปแช่งกลุ่มชนหนึ่งจากชาวอาหรับ ต่อมาท่านก็ละทิ้ง (การกุหนูต) รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

และในซ่อฮีฮฺของทั้งสองมีรายงานจากอบีฮุรอยเราะฮฺ (ร.ฎ.) ว่า : แท้จริงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กุหนูตหลังการรุ่กัวอฺในการละหมาดของท่านเป็นเวลา 1 เดือนโดยขอดุอาอฺแก่นาย ก. นาย ข. ต่อมาท่านได้ละทิ้งการขอดุอาอฺแก่พวกเขา” และรายงานจากสะอฺด์ อิบนุ ฏอริก กล่าวว่า : ฉันได้กล่าวกับบิดาของฉันว่า พ่อจ๋า! พ่อเคยละหมาดข้างหลังท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) อบูบักร, อุมัร, อุสมาน และอะลี พวกเขาเคยกุหนูตในละหมาดฟัจร์หรือไม่? พ่อของฉันกล่าวว่า : โอ้ลูกเอ๋ย นั่นนะเป็นอุตริกรรม! อันนะซาอีย์และอัตติรมิซีย์รายงานเอาไว้ และอัตติรมิซีย์กล่าวว่าเป็นหะดีษหะซันซ่อฮีฮฺ

และมีรายงานจากอิบนุมัสอู๊ด (ร.ฎ.) ว่า : ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) มิได้กุหนูตในสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากการละหมาดของท่านเลย และมีรายงานจากอบีมุค็อลลัดฺ กล่าวว่า : ฉันเคยละหมาดพร้อมกับอิบนุอุมัร (ร.ฎ.) ในการละหมาดซุบฮิ อิบนุ อุมัรมิได้กุหนูต ฉันจึงกล่าวกับเขาว่า : ฉันไม่เห็นท่านทำการกุหนูต? อิบนุ อุมัรกล่าวว่า : “ฉันมิได้จดจำมันจากคนหนึ่งคนใดจากสหายของเรา” และอิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) กล่าวว่า : “การกุหนูตในซุบฮิเป็นอุตริกรรม (บิดอะฮฺ)” และมีรายงานจากอุมมุสล่ามะฮฺจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ว่าท่านนบีห้ามจากการกุหนูตในซุบฮิ รายงานโดยอัลบัยหะกีย์

-----------------------------------------------------------

แต่ฝ่ายอัชชาฟิอีย์อ้างหลักฐานจากหะดีษของท่านอะนัส (ร.ฎ.) แท้จริงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กุหนูตเป็นเวลา 1 เดือน โดยขอดุอาอฺสาปแช่งพวกเขา ต่อมาท่านก็ละทิ้ง ส่วนในการละหมาดซุบฮินั้น ท่านยังคงทำการกุหนูตอยู่จวบจนกระทั่งท่านจากโลกนี้ไป” เป็นหะดีษซ่อฮีฮฺ ที่รายงานโดยนักท่องจำหะดีษกลุ่มหนึ่ง และพวกเขาถือว่าเป็นหะดีษซ่อฮีฮฺ ส่วนหนึ่งจากผู้ที่ระบุว่าเป็นหะดีษซ่อฮีฮฺ คือ อัลฮาฟิซฺ อบูอับดิลลาฮฺ มุฮำหมัด อิบนุ อะลี อัลบะละคีย์และอัลฮากิม อบู อับดิลลาฮฺในหลาย ๆ ที่จากตำรับตำราของเขา และอัลบัยหะกีย์ ตลอดจนอัดดาร่อกุฏนีย์ ได้รายงานหะดีษบทนี้เอาไว้จากสายรายงานต่าง ๆ ที่ถูกต้อง

และรายงานจากอัลเอาวามฺ อิบนุ ฮัมซะฮฺ กล่าวว่า : ฉันได้ถามอบูอุสมานถึงการกุหนูตในซุบฮิ เขากล่าวว่า : หลังการรุ่กัวอฺ ฉันถามว่า : จากผู้ใดเล่า? เขากล่าวว่า : จากอบูบักร อุมัร และอุสมาน (ร.ฎ.) รายงานโดยอัลบัยหะกีย์และเขากล่าวว่า : นี่เป็นสายรายงานที่ดีและอัลบัยหะกีย์ได้รายงานจากอุมัรอีกหลายกระแสรายงาน ...

ส่วนคำตอบจากหะดีษของอะนัสและอบูฮุรอยเราะฮฺในคำกล่าวที่ว่า “ต่อมาท่านนบีก็ละทิ้งมัน” นั้นหมายถึง การละทิ้งการขอดุอาอฺสาปแช่งพวกกุฟฟ๊ารเหล่านั้นเท่านั้น มิได้หมายถึงละทิ้งการกุหนูตทั้งหมด หรือละทิ้งการกุหนูตในเวลาอื่นนอกจากการละหมาดซุบฮิ การตีความนี้เป็นสิ่งที่จำต้องเจาะจงเช่นนั้น เพราะหะดีษของท่านอะนัสในคำกล่าวที่ว่า : “ท่านนบียังคงกุหนูตในซุบฮิจวบจนกระทั่งท่านจากโลกนี้ไป” เป็นสิ่งที่ถูกต้องชัดเจน จึงจำเป็นต้องรวมนัยทั้งสองเอาไว้ ซึ่งอัลบัยหะกีย์ได้รายงานจากอับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ มะฮฺดีย์ว่า : อันที่จริงท่านนบีละทิ้งเพียงการสาปแช่งเท่านั้น ซึ่งสายรายงานของอบูฮุรอยเราะฮฺที่กล่าวมาก่อน (ต่อมาท่านก็ละทิ้งการขอดุอาอฺแก่พวกเขา) มาสร้างความชัดเจนให้กับการตีความนี้

ส่วนหะดีษของสะอฺด์ อิบนุ ตอริก นั้นตอบได้ว่า การรายงานของบรรดาผู้ที่ยืนยันการกุหนูตเอาไว้นั้น พวกเขาได้ให้ความรู้เพิ่มเติมและพวกเขามีจำนวนมากกว่า จึงจำเป็นต้องพิจารณาการรายงานของพวกเขาก่อน และหะดีษของอิบนุมัสอู๊ดนั้นตอบได้ว่า เป็นหะดีษอ่อนมาก ๆ เพราะมาจากรายงานของมุฮำหมัด อิบนุ ญาบิร อัสสะฮฺมีย์ (อัสสุฮัยมี่ย์) ซึ่งอ่อนมากและเป็นมัตรู๊ก อีกทั้งรายงานนั้นเป็นการปฏิเสธ แต่รายงานของอะนัสเป็นการยืนยัน จึงต้องพิจารณารายงานของอะนัสก่อนเพราะเป็นการเพิ่มเติมความรู้

และหะดีษของอิบนอุมัรนั้นตอบได้ว่า อิบนุอุมัรมิได้จดจำหรือเขาหลงลืมไป แต่อะนัสจดจำตลอดจนอัลบะรออฺ อิบนุ อาซิบก็จดจำเอาไว้ (ว่านบีกุหนูต) คนที่จดจำจึงต้องถูกพิจารณาก่อน ส่วนหะดีษของอิบนุอับบาสนั้นตอบได้ว่า เป็นหะดีษอ่อนมาก ๆ อัลบัยหะกีย์ได้รายงานเอาไว้จากการรายงานของอบีลัยลา อัลกูฟีย์และอัลบัยหะกีย์ กล่าวว่า : หะดีษนี้ไม่ซ่อฮีฮฺ และอบูลัยลานั้นมัตรู๊ก และเราได้รายงานจากอิบนุอับบาสว่า อิบนุอับบาสได้กุหนูตในละหมาดซุบฮิ

และหะดีษของอุมมุสล่ามะฮฺนั้นตอบได้ว่าเป็นหะดีษอ่อนเพราะเป็นรายงานจากมุฮำหมัด อิบนุ ยะอฺลา จากอัมบะซะฮฺ อิบนุ อับดิรเราะฮฺมานจากอับดิลลาฮฺ อิบนุ นาฟิอฺ จากบิดาของเขาจากอุมมุสล่ามะฮฺ อัดดาร่อกุฏนีย์กล่าวว่า : ทั้ง 3 คนนั้นอ่อนหลักฐาน และการรับฟังของนาฟิอฺจากอุมมุสล่ามะฮฺนั้นไม่ถูกต้อง วัลลอฮุอะอฺลัม (กิตาบอัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ ; อันนะวาวีย์ เล่มที่ 3 หน้า 483-485)

-----------------------------------------------------------

อ่านรายละเอียดดูแล้ว ก็ลองชั่งใจดูว่าฝ่ายใด มีน้ำหนักมากกว่ากัน ส่วนที่ถามว่า ถ้าทำ ผิดหรือไม่ และไม่ทำ ผิดหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่มีผิดทั้งสองกรณี เพราะการกุหนูตในละหมาดซุบฮิ เป็นเพียงซุนนะฮฺ (อับอ๊าฎ) มิใช่สิ่งที่เป็นวาญิบ หรือรุ่ก่น ของการละหมาด!

والله أعلم بالصواب

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม