Custom Search

ดุอาอฺในคุตบะห์วันศุกร์


อยากถามอาจารย์ว่า ตอนที่คอเตบอ่านคุตบะห์วันศุกร์ ถึงช่วงที่ว่า "อัลลอฮุมมัฆฟิรลิ้ลมุอฺมินีน่า วั้ลมฺุมินาต..." ผมก็ยกมือ และกล่าวอามีนตามไป ตามที่ผมเห็นผู้ใหญ่เขาทำกันมา ตั้งแต่เด็ก แต่เพื่อนผมบางคนบอกก็ว่า ไม่ต้องยกมือ หรือบางคนบอกถึงขนาดว่า ห้ามยกมือ เพราะเป็นบิดอะห์ อยากให้อาจารย์ช่วยอธิบายหน่อยครับ
ญาซากัลลอฮุค็อยร็อน

ถามโดย - muhammedsaleh

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

เมื่อคอเตบอ่านดุอาอฺในคุตบะฮฺที่ 2 ของวันศุกร์ ผู้ที่ร่วมละหมาด ก็สมควรร่วมในการขอดุอาอฺนั้น ด้วยการยกมือ และกล่าวอามีน เพราะการยกมือในขณะนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากมารยาท ที่ควรปฏิบัติ ส่วนถ้าผู้ร่วมละหมาด ที่ได้ยินดุอาอฺของคอเตบ จะไม่ยกมือ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เรื่องนี้เปิดกว้าง มิใช่เป็นเรื่องที่เข้าข่ายบิดอะฮ ฺแต่อย่างใด ใครใคร่ยกมือก็ยก ใครไม่ประสงค์จะยกก็ไม่ต้องยก สำคัญอยู่ตรงที่ว่า อย่ากล่าวหากัน เพราะจะทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

والله أعلم بالصواب

อยากรู้ (ละหมาดอีด เราจำเป็นต้องกล่าวดุอา อิฟติตะฮ หรือไม่)


อาจารย์ ค่ะ ในละหมาดอีด เราจำเป็นต้องกล่าวดุอา อิฟติตะฮ ไม่คะ ถ้าหากอ่าน ต้องอ่านช่วงไหน และข้อสงสัยอีกข้อหนึ่ง ในละหมาดวิตริ จำเป็นต้องอ่านกุนูตไหม หรือว่าจำเป็นต้องอ่าน เฉพาะในเดือนรอมาฎอน เท่านั้น

ถามโดย - na

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

1. การอ่านดุอาอฺอิฟติตาฮฺ เป็นเพียงสุนัตที่มีซุนนะฮฺให้อ่าน ในละหมาด หลังการตักบีร่อตุ้ลอิฮฺรอม ก่อนการอ่านซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นวาญิบ (จำเป็น) แต่อย่างใด ในกรณีของการละหมาดอีด ทั้ง 2 นั้น ถ้าจะอ่านดุอาอฺอิฟติตาฮฺ ก็ให้อ่านหลังจากตักบีร่อตุ้ลอิฮฺรอม ก่อนการตักบีรซะวาอิด ในการละหมาดอีด นี่ถือตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ส่วนอิหม่ามอัลเอาซาอีย์ (ร.ฮ.) กล่าวว่า ให้อ่านดุอาอฺอิฟติตาฮฺ หลังการตักบีรซะวาอิดครบแล้ว

ส่วนการอ่านอะอูซุบิลลาฮฺ (ข้อนี้เพิ่มเติมให้เป็นวิทยาทาน) นั้น ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ให้กล่าวหลังจากการตักบีรซะวาอิด ก่อนการอ่านซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ ซึ่งอิหม่ามอะฮฺหมัด (ร.ฮ.) และท่านมุฮำหมัด อิบนุ อัลหะซัน (ร.ฮ.) ก็ว่าอย่างนี้ ในขณะที่ท่านอบูยูซุฟ (ร.ฮ.) ระบุว่า ให้อ่านอะอูซุบิลลาฮฺ หลังจากการอ่านดุอาอฺอิฟติตาฮฺ ก่อนการตักบีรซะ วาอิด (กิตาบ อัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ ; อันนะวาวีย์ เล่มที่ 5 หน้า 22,26

2. มีบัญญัติให้ทำการกุหนูต ในการละหมาดวิตฺร์ได้ ตลอดทั้งปี เนื่องจากมีหลักฐานที่รายงาน โดยอิหม่ามอะฮฺหมัด (ร.ฮ.) และบรรดาเจ้าของตำราอัสสุนัน และท่านอื่น ๆ จากหะดีษของท่านอัลหะซัน อิบนุ อะลี (ร.ฎ.) แต่ท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ (ร.ฮ.) และนักวิชาการท่านอื่น มีความเห็นว่า จะไม่มีการกุหนูต ในการละหมาดวิตฺร์ นอกเสียจากในช่วงครึ่งหลัง จากเดือนร่อมาฎอน (ฟิกฮุซซุนนะฮฺ ; อัซซัยยิด ซาบิก เล่มที่ 1 หน้า 213-214 ดารุ้ลฟัตฮฺ ลิลอิอฺลามอัลอะร่อบีย์)

ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ (ร.ฮ.) ระบุว่า : และส่งเสริมให้อ่านกุหนูต ในทัศนะของเรา (อัศฮาบุชชาฟิอียะฮฺ) ในช่วงครึ่งหลังจากเดือนร่อมาฎอน ในรอกอะฮฺสุดท้ายจากการละหมาดวิตฺร์ และสำหรับเรามีอยู่ประเด็นหนึ่ง คือให้กุหนูตในละหมาดวิตฺร์ ตลอดทั้งเดือนร่อมาฎอน และอีกประเด็นหนึ่ง คือตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทัศนะ ในมัซฮับของอบีฮะนีฟะฮฺ (ร.ฮ.) และที่เป็นที่รู้กัน (มะอฺรู๊ฟ) จากมัซฮับของเราคือ ประเด็นแรก (คือเฉพาะช่วงหลัง ของเดือนร่อมาฎอน ในรอกอะฮฺสุดท้าย จากการละหมาดวิตฺร์) –(อัลอัซก๊าร อัลมุนตะค่อบะฮฺ มิน กะลาม ซัยยิดิลอับร๊อร ; อันนะวาวีย์ ; สำนักพิมพ์มุฮำหมัด อันนะฮฺดีย์ หน้า 57)


والله أعلم بالصواب

อยากรู้ช่วยตอบด้วย (การละหมาดเคารพมัสยิดก่อนละหมาดอีด)

สลามครับ การละหมาดอีดทั้ง 2 มี สุนัตให้ตักบึร ตั้งแต่ตะวันตก จนถึงก่อนละหมาดอีด อยากทราบว่า เวลาที่เราเข้าสู่มัสยิด ช่วงก่อนละหมาดอีด มีสุนัตให้มีการละหมาด เคารพมัสยิด หรือไม่อย่างไร เพราะมีฮะดิษ มาสนับสนุนว่า ให้ดุอาหรือทำอื่นจากดุอาเบาๆ ในที่ๆ มีคนละหมาด อย่างนี้เราละหมาดได้ไหม อย่างไร ช่วยชี้แจงหน่อยครับ มีหลักฐานหรือไม่อย่างไรครับ

ถามโดย - ซาดีย

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

สำหรับคำถามที่ถามมาสามารถแยกประเด็นได้ดังนี้

1. การตักบีรในวันอีด

มีซุนนะฮฺในกล่าวตักบีร (สำหรับผู้ที่มิได้ทำฮัจญ์) นับตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ในค่ำคืนของวันอีดทั้ง 2 ไม่ว่าจะเป็นบ้าน , ตามถนนหนทาง , บรรดามัสญิด และตลาด ด้วยเสียงดัง เรื่อยไปจนกระทั่งอิหม่ามตักบีรร่อตุ้ลอิฮฺรอม เพื่อละหมาดอีด โดยอาศัยพระดำรัส ในซูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 185 ซึ่งนักวิชาการกล่าวว่า พระดำรัสนี้ เป็นการระบุถึงการกล่าวตักบีร ในวันอีด อัลฟิฏร์ และนำเอาวันอีดอัลอัฎฮา มาเทียบ (กิย๊าส)

ต่อมาก็มีซุนนะฮฺในวันอีดอัลอัฎฮา ทั้งผู้ที่ทำฮัจญ์ และผู้อื่น ให้ทำการกล่าวตักบีร ภายหลังการละหมาดชนิดต่างๆ โดยเริ่มนับจากซุบฮิ ของวันอะรอฟะฮฺ เรื่อยไปจนถึงหลังอัศริของวันสุดท้าย จากวันตัซรีก คือ 3 วัน ถัดจากวันอีด อัลอัฎฮา ส่วนในวันอีด อัลฟิฎรินั้น ไม่มีซุนนะฮฺให้กล่าวตักบีร หลังการละหมาดต่างๆ แต่การส่งเสริมให้กล่าวตักบีร จะขาดลง ขณะที่อิหม่ามตักบีร่อตุ้ลอิฮฺรอม เพื่อละหมาดอีด (อัลฟิกฮุ้ลมันฮะญีย์ 1 /226)

2. สถานที่ละหมาดอีด

นักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟีอีย์ กล่าวว่า : อนุญาตให้ละหมาดอีด ได้ในที่ทุ่งโล่ง (มุซ็อลลา) และอนุญาตในมัสญิด และหากเป็นที่นครมักกะฮฺ ก็ถือว่ามัสญิดฮะรอม ประเสริฐที่สุด โดยไม่มีข้อขัดแย้ง และถ้าหากมีอุปสรรค ในการละทิ้งการออกไปยังทุ่งโล่ง และมุซ็อลลา สำหรับละหมาดอีด ก็ไม่มีข้อขัดแย้งว่า พวกเขาถูกใช้ให้ละหมาดในมัสญิด และส่วนหนึ่งจากอุปสรรคนั้นคือ ฝน , โคลนตม , ความกลัว และอากาศหนาวจัด เป็นต้น และถ้าหากไม่มีอุปสรรค และมัสญิดก็คับแคบ ก็ไม่มีข้อขัดแย้งว่า การออกไปยังทุ่งโล่ง หรือมุซ็อลลา เป็นสิ่งที่ดีกว่า และถ้าหากมัสญิดกว้างขวาง และไม่มีอุปสรรคอันใด มี 2 ประเด็น ในมัซฮับอัชชาฟีอีย์

กล่าวคือ ที่ถูกต้องที่สุด และมีตัวบทระบุไว้ ในตำราอัลอุมม์ , อิหม่ามอัชชีรอซีย์ และปวงปราชญ์ชาวอีรัก , อิหม่ามอัลบัฆวีย์ และท่านอื่นๆ ระบุว่า การละหมาดที่มัสญิดย่อมดีกว่า ประเด็นที่ 2 เป็นทัศนะที่ถูกต้องที่สุด สำหรับนักวิชาการชาวคุรอซานกลุ่มหนึ่ง ระบุว่าการ ละหมาดอีดในทุ่งโล่ง หรือมุซ็อลลา ย่อมดีกว่า ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ (ร.ฮ.) ระบุว่า ที่ถูกต้องที่สุด คือการให้น้ำหนัก ในการละหมาดที่มัสญิด ซึ่งถ้าถือตามนี้ หากผู้ละหมาดละทิ้งการละหมาดอีด ที่มัสญิด ซึ่งกว้างขวาง และไปละหมาดในทุ่งโล่ง ก็ถือว่า คิลาฟุลเอาลา ( خِلاَفُ اْلأَوْلى ) “ค้านกับสิ่งที่ดีกว่า” แต่ไม่มักรุฮฺแต่อย่างใด และถ้าหากละหมาด ในมัสญิดที่คับแคบ ทั้งๆ ที่ไม่มีอุปสรรคในการออกไปละหมาด ในทุ่งโล่ง หรือมุซ็อลลา ก็ถือว่ามักรูฮฺ (กิตาบอัลมัจญ์มูอฺ ฮัรฮุ้ลมุฮัซซับ ; อันนะวาวีย์ เล่มที่ 5 หน้า 8-9)

3. การละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิด

ในกรณีที่ละหมาดอีดที่มุซอลลา หรือทุ่งโล่ง ก็ไม่มีซุนนะฮฺให้ละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิด แต่อย่างใด ส่วนในกรณีละหมาดอีด ที่มัสญิด ก็มีซุนนะฮฺให้ผู้เข้ามายังภายในมัสญิด ทำการละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิด 2 รอกอะฮฺ โดยทำอย่างเร็ว และมักรูฮฺในการละทิ้ง 2 รอกอะฮฺดังกล่าว (กิตาบอัลมัจญ์มูอฺ เล่มที่ 4 หน้า 428)

ทั้งนี้ ถ้าหากเป็นการละหมาดวันศุกร์ ผู้ที่เข้ามาในมัสญิด ขณะอิหม่ามกำลังคุตบะหฮฺ ก็ยังมีซุนนะฮฺ ให้ทำการละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิด เช่นกัน ทั้งๆ ที่อิหม่ามที่อ่านคุตบะฮฺ ได้ใช้เสียงดังในขณะอ่านคุตบะฮฺ ซึ่งย่อมต้องรบกวน ผู้ที่ละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิดนั้น กระนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นที่ต้องห้าม แต่อย่างใด ไม่ว่าในการกรณีของอิหม่าม ที่อ่านคุตบะฮฺดัง หรือผู้ละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสญิด ก็ตาม และไม่ถือว่าผู้ละหมาด เป็นเหตุให้เกิดการต้องห้าม ในกรณีรบกวนผู้ละหมาด จากเสียงของผู้ที่อ่านคุตบะฮฺ การตักบีรในวันอีด กรณีที่ละหมาดในมัสญิด ก็เทียบได้เช่นกันในเรื่องนี้


والله أعلم بالصواب

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

มีนาคม 5, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม