Custom Search

ละหมาดสุนัตวันศุกร์ (มีกี่ร็อกอะฮฺ)


อยากทราบว่า จำนวน ละหมาดสุนัต หลังละหมาดยุมมัตมีจำนวนเท่าไร

ถามโดย - ya

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

มีซุนนะฮฺให้ละหมาดสุนัต 4 ร็อกอะฮฺหรือ 2 ร็อกอะฮฺหลังการละหมาดวันศุกร์ ดังมีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ (ร.ฎ.) ว่า แท้จริงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กล่าวว่า : “ผู้ใดจากพวกท่านที่ทำการละหมาดหลังการละหมาดวันศุกร์ เขาผู้นั้นจงละหมาด 4 ร็อกอะฮฺ” รายงานโดยมุสลิม อบูดาวูดและอัตติรมิซีย์ และมีรายงานจากอิบนุอุมัร (ร.ฎ.) ว่า : ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จะละหมาด (สุนัต) ในวันศุกร์ 2 ร็อกอะฮฺ ในบ้านของท่าน” รายงานโดยอัลญะมาอะฮฺ ท่านอิบนุ อัลก็อยยิม (ร.ฮ.) กล่าวว่า : ปรากฏว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เมื่อท่านละหมาดวันศุกร์แล้ว ท่านก็เข้าภายในบ้านของท่านแล้วทำการละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ และท่านได้ใช้ให้ผู้ที่ละหมาดวันศุกร์แล้วให้ทำการละหมาดหลังละหมาดวันศุกร์ 4 ร็อกอะฮฺ

ท่านอิบนุตัยมียะฮฺ (ร.ฮ.) กล่าวว่า : หากผู้ละหมาดได้ละหมาดสุนัตในมัสญิดให้เขาละหมาด 4 ร็อกอะฮฺ และถ้าหากเขาละหมาดสุนัตในบ้านของเขา ให้เขาละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ... และท่านอบูดาวูดได้ระบุจากท่านอิบนุอุมัร (ร.ฎ.) ว่า : เมื่อเขาละหมาดในมัสญิด เขาละหมาด 4 ร็อกอะฮฺ และเมื่อเขาละหมาดในบ้านของเขา เขาก็ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ... (ฟิกฮุซซุนนะฮฺ ; อัซซัยยิด ซาบิก เล่มที่ 1 หน้า 342 ดารุ้ลฟัตฮฺลิล อิอฺลาม อัลอะร่อบีย์, 1996)

ดังนั้นการละหมาดสุนัตหลังละหมาดวันศุกร์จึงมีทั้ง 4 ร็อกอะฮฺ หากทำที่มัสญิดและมี 2 ร็อกอะฮฺ หากทำที่บ้าน และถ้าประสงค์ละหมาดสุนัตหลังวันศุกร์ 4 ร็อกอะฮฺ ก็สามารถทำได้ทั้ง 2 แบบ คือละหมาด 4 ร็อกอะฮฺรวดเดียว 1 สล่าม (เหมือนซุฮฺริ) หรือจะละหมาด 2 ร็อกอะฮฺแล้วให้สล่าม หลังจากนั้นก็ขึ้นทำอีก 2 ร็อกอะฮฺอย่างนี้ก็ได้ และที่ดีที่สุดให้ละหมาดสุนัตนี้ภายในบ้านหลังจากกลับมาถึงบ้าน แต่ถ้าประสงค์ละหมาดสุนัตหลังละหมาดวันศุกร์ที่มัสญิดก็ควรย้ายที่ที่เขาได้ ละหมาดฟัรฎูนั้นเสีย (อ้างแล้ว 1/343)


والله أعلم بالصواب

ละหมาดแล้วหลับตาแทนการมองที่สุหยูด

สลาม..ครับอาจารย์

ส่วนมากผมจะละหมาดแล้วหลับตาซะ มากกว่าการมองที่ซูหยูด มันจะมีสมาธิมากกว่า มีหลักฐานอะไรมารับรองหรือป่าวครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

วัสสลาม

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

นักวิชาการเห็นพ้องกันว่าส่งเสริมให้มีคุชัวอฺ (สมาธิ) และความนอบน้อม (คุฎูอฺ) ในการละหมาด และลดสายตาจากสิ่งที่ทำให้เพลิดเพลิน และการหันในการละหมาดเป็นสิ่งที่ไม่บังควร (มักรูฮฺ) และให้ผู้ละหมาดมองในระยะใกล้และจำกัดสายตาอยู่เบื้องหน้า ซึ่งกรณีนี้มี 2 ประเด็นในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ที่ถูกต้องที่สุด (الأَصَحُّ) ซึ่งอิหม่ามอัชชีรอซีย์ และนักวิชาการชาวอิรักทั่วไปและกลุ่มอื่น ชี้ขาดว่าให้ผู้ละหมาดกำหนดการมองของตน ไปยังที่สุหญูดทั้งในการยืนและการนั่งของเขา

ประเด็นที่สอง ซึ่งอัลบัฆวีย์ อัลมุตะวัลลีย์ชี้ขาดเอาไว้ คือ ในขณะยืนให้มองยังที่สุหญูด ในการรุ่กัวอฺให้มองหลังเท้าทั้งสอง และในขณะสุหญูดให้มองจมูก และในการนั่งให้มองที่ตักของเขา (กิตาบ อัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ เล่มที่ 3 หน้า 270) ยกเว้นขณะที่ทำการตะชะฮฺฮุด ให้มองไปยังนิ้วชี้ขณะทำการอิชาเราะฮฺ (ชี้) - อัลฟิกฮุ้ลมันฮะญี่ย์ 1/148)

ส่วนการหลับตาในขณะทำการละหมาดนั้น อัลอับดะรีย์จากนักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ กล่าวว่า : เป็นที่มักรูฮฺในการที่ผู้ละหมาด จะหลับตาทั้ง 2 ข้างของเขาในการละหมาดอัฏฏ่อฮาวีย์ (ร.ฮ.) กล่าวว่า : เป็นที่มักรูฮฺเช่นกันในทัศนะของนักวิชาการสังกัดมัซฮับฮะนะฟีย์ และเป็นคำพูดของอิหม่ามอัซเซารี่ย์ (ร.ฮ.) เช่นกัน ส่วนอิหม่ามมาลิก (ร.ฮ.) กล่าวว่า : การหลับตานั้นไม่เป็นอะไรทั้งในการละหมาดฟัรฎูและสุนัต

แต่อิหม่ามอันนะวาวีย์ (ร.ฮ.) ระบุว่า “ทัศนะที่ถูกคัดเลือก (อัลมุคฺต๊าร) ในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ก็คือ ไม่เป็นการมักรูฮฺแต่อย่างใด หากว่าไม่เกรงจะเกิดอันตรายอันใด เพราะการหลับตานั้น นับเป็นการรวมให้เกิดสมาธิและมีสติระลึกรู้และเป็นการห้าม ไม่ให้มองเรื่อยเปื่อยและคิดฟุ้งซ่าน (อ้างแล้ว 3/270-271)

สรุปก็คือ ให้พิจารณาดูว่า สภาพขณะละหมาดนั้น ถ้าหลับตาแล้วเกิดสมาธิก็หลับตาได้ ไม่ถือว่ามักรูฮฺแต่อย่างใดตามทัศนะที่ถูกคัดเลือก แต่ถ้ามองยังที่สุหญูดได้ตลอดเวลาโดยไม่หลับตา ก็จะเป็นการดี เพราะไม่มีข้อขัดแย้งของนักวิชาการและหลักฐานในเรื่องนี้ (การมองยังที่สุหญูดขณะทำการละหมาด) ก็คือการปฏิบัติตามการกระทำของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) นั่นเอง (อัลฟิกฮุ้ลมันฮะญี่ย์ 1/148)


والله أعلم بالصواب

ละหมาด (มารู้กิบลัตหลังจากละหมาดเสร็จแล้ว)

อาจารย์ครับ คือว่าถ้าหากว่าเราละหมาดไปแล้ว แล้วมารู้ว่าไม่ได้หันหน้าไปทางกิบลัต เพิ่งมารู้หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว เช่นนี้ละหมาดใช้ได้หรือไม่ครับ แล้วต้องกลับไปละหมาดใหม่หรือไม่ครับ แล้วอีกกรณีหนึ่ง คือถ้าหากเราออกจากบ้าน แล้วไปแวะละหมาดตามสถานที่ต่างๆ แต่ว่าไม่รู้กิบลัตอยู่ทางใหน จะมีวิธีการอย่างไรครับเพื่อให้รู้ว่าต้องหันหน้าไปทางใหน บางทีลืมพกเข็มทิศไป อาจารย์ช่วยแนะนำผมหน่อยนะครับ

ถามโดย - วัยรุ่น

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

หากละหมาดไปแล้ว และมารู้ทีหลังว่ามิได้หันหน้าไปทางทิศกิบละฮฺโดยมั่นใจว่าหันไปผิดทิศแน่ ในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ มี 2 คำกล่าว (เกาวลานี่) ที่ถูกต้องที่สุด ในทัศนะของอัศฮาบุชชาฟิอียะฮฺ ถือว่าจำเป็น (วาญิบ) ต้องกลับมาละหมาดใหม่ (อิอาดะฮฺ) ส่วนกรณีที่ไม่มั่นใจในการหันผิดทิศกิบละฮฺหรือไม่ แต่เพียงคาดการณ์ (ซ็อนฺ) ก็ไม่วาญิบต้องกลับมาละหมาดใหม่ตามมัซฮับ (กิตาบ อัลมัจญมูอฺ ซัรฮุ้ลมุฮัซซับ เล่มที่ 3/207)

ส่วนกรณีออกนอกบ้านไปแวะละหมาดตามสถานที่ต่างๆ แต่ไม่รู้ว่ากิบละฮฺอยู่ทางไหนก็ให้ใช้วิจารณญาณ (อิจติฮาด) ด้วยการพิจารณาตำแหน่งของดวงอาทิตย์ อาทิเช่น เวลาซุฮฺริ – อัศริ ดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศใด ทิศนั้นคือทิศตะวันตกอันเป็นทิศกิบละฮฺของบ้านเรา หรือให้ใช้ไม้หรือปากกาวัดดูเงาของแสงแดดว่าตกกระทบกับพื้นทางทิศใด ทิศตรงข้ามกับเงาแดด ที่ตกกระทบพื้น (คือจุดที่วางไม้หรือปากกา) คือทิศกิบละฮฺเป็นต้น หรือให้สังเกตตำแหน่งของดวงจันทร์หรือตำแหน่งของดาวฤกษฺเช่น ดาวประจำเมือง เป็นต้น หรือให้พิจารณาเส้นทางหลักของถนนสายหลักว่ามุ่งหน้าขึ้นสู่ทิศใด เป็นต้น เมื่อพิจารณาถี่ถ้วนแล้วก็ให้ละหมาดหันหน้าไปทางทิศนั้น


والله أعلم بالصواب

การละหมาดวันศุกร์ช่วงฝึกงาน

คะ

อาจารย์คะ พอดีลูกศิษย์(มุสลีมีน) ขึ้นมาฝึกงานที่สนามบินสุวรรณภูมิคะ เป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้วการละหมาดวันศุกร์ของเด็ก จะต้องทำอย่างไร หรือว่าให้ละหมาดปกติ (ซุฮรี)ได้คะ

ญาซากัลลอฮุค็อยรอน วัสสลาม

ถามโดย - ถุงชา

عليكم السلام ورحمة الله وبركاته ...

หากพิจารณาว่า เด็ก ๆ ที่มาฝึกงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเดินทางมาจากที่ใดเพราะมิได้ให้รายละเอียดมา) เป็นผู้เดินทาง (มุซาฟิร) การละหมาดวันศุกร์ ก็ไม่วาญิบสำหรับพวกเขาเพราะการละหมาดวันศุกร์จำเป็น สำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในท้องถิ่นของตน (มุสเตาฏิน) ไม่จำเป็นสำหรับผู้เดินทาง แต่ถ้าพวกเขามิใช่ผู้เดินทางแต่มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้ ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จำเป็นต้องละหมาดวันศุกร์ ซึ่งที่ห้องละหมาดของสนามบินสุวรรณภูมิมีการจัดละหมาดวันศุกร์สำหรับบรรดา พนักงานมุสลิมที่ทำงานประจำอยู่ที่สนามบิน

หากเด็ก ๆ ที่มาฝึกงานจะละหมาดวันศุกร์ที่นั่นก็สามารถกระทำได้ตามทัศนะของนักวิชาการ ที่มีความเห็นว่าสามารถจัดการละหมาดวันศุกร์ในสถานที่เช่นนั้นได้ แม้ในกรณีที่เด็ก ๆ เป็นมุซาฟิร พวกเขาก็สามารถละหมาดวันศุกร์ที่สนามบินได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่วาญิบก็ตาม และถ้าถือตามทัศนะของนักวิชาการกลุ่มดังกล่าว ก็มิต้องละหมาดซุฮฺริอีก หากพวกเขาได้ละหมาดวันศุกร์แล้ว ส่วนในกรณีที่เป็นมุซาฟิร แล้วพวกเขาไม่ละหมาดวันศุกร์ที่สนามบิน ก็จำเป็นต้องละหมาดซุฮฺริตามปกติ และสามารถละหมาดย่อหรือรวมก็ได้


والله أعلم بالصواب

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม