Custom Search

กุนูตนะวาซิล (กุนูตป้องกันวิกฤติ)

อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกูนุตนะวาซิลอ่ะคะ รวมถึงวิธีการด้วยค่ะ

ยาซากิลลาฮุคอยรอน

ถามโดย - binti_islam

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد..؛

กุหนูตในทางภาษามีหลายความหมาย ส่วนหนึ่งหมายถึง การขอดุอาอฺ เหตุนี้จึงเรียกการขอดุอาอฺที่มีรายงานมาในบรรดาหะดีษต่าง ๆ ว่า กุหนูต (قنوت) และใช้เรียกทั้งการขอดุอาอฺให้ได้รับความดีและสิ่งไม่ดี (อัลมัจญมูอฺ เล่มที่ 3 หน้า 502) และกุหนูตยังมุ่งหมายถึง ทุก ๆ คำพูดที่รวมเอาการสรรเสริญและการขอดุอาอฺเอาไว้อีกด้วย (ฟิกฮุลมะซาฮิบ อัลอัรบะอะฮฺ หน้า 290, กระทรวงอัล-เอาก๊อฟ 1981) ท่านอิบนุ อัลก็อยยิมฺ มีทัศนะว่า : การกุหนูตถูกใช้เรียกถึงการยืนนานเพื่ออ่านอัลกุรอ่านในการละหมาด โดยอาศัยหะดีษที่ระบุว่า : “การละหมาดที่ดีที่สุด คือการกุหนูตนาน” ซึ่งหมายถึง การยืนนาน เพื่อขอดุอาอฺและการสรรเสริญเหมือนอย่างที่ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้เคยปฏิบัติเป็นเวลา 1 เดือนโดยขอดุอาอฺให้พระองค์อัลลอฮฺ ทรงลงทัณฑ์กลุ่มชนหนึ่ง และขอให้พระองค์ทรงประทานความดีแก่อีกกลุ่มชนหนึ่ง (ซาดุ้ลมะอ๊าด เล่มที่ 1 หน้า 72,73 สำนักพิมพ์อัลฮุซัยนียะฮฺ อิยิปต์ 1928)

ส่วนคำว่า นะวาซิลฺ (النَّوَازِل) เป็นพหูพจน์ของคำว่า นาซิละฮฺ (النَّازِلة) หมายถึง ภัยพิบัติที่รุนแรง (اَلْمُصِيْبَةُ الشَّدِيْدَةُ) ดังนั้นการกุหนูตนะวาซิลฺจึงหมายถึง การขอดุอาอฺในยามที่เกิดภัยพิบัติรุนแรงนั่นเอง สำหรับบรรดาหลักฐานที่ระบุถึงการกุหนูตนะวาซิลฺนั้นมีรายงานจากท่านอนัส (ร.ฎ.) ว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จะไม่ทำการกุหนูตนอกจากเมื่อท่านขอดุอาอฺให้กลุ่มชนหนึ่งได้รับความดีหรือขอ ดุอาอฺให้กลุ่มชนหนึ่งได้รับสิ่งที่ไม่ดี (อิบนุ คุซัยมะฮฺ ระบุว่าเป็นหะดีษซ่อฮีฮฺ) อัซซอนอานีย์อธิบายว่า : กรณีการขอดุอาอฺของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ให้กลุ่มหนึ่งได้รับสิ่งที่ไม่ดี (การลงทัณฑ์) นั้นก็ดังที่มียืนยันมาในหะดีษของอนัส (ร.ฎ.) จากการขอดุอาอฺให้พระองค์อัลลอฮฺทรงลงทัณฑ์กลุ่มชนหนึ่งจากชาวอาหรับ... หลังจากนั้นอัซซอนอานีย์ (ร.ฮ.) ก็กล่าวว่า : จากจุดนี้นักวิชาการบางส่วนจึงกล่าวว่า : ถือเป็นซุนนะฮฺให้กุหนูตในยามเกิดภัยวิบัติ (นะวาซิลฺ) โดยให้ขอดุอาอฺตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...” (ซุบุลุสสลาม ชัรฮุบูลูฆิ้ลมะรอม 1/300) อัชเชากานีย์ (ร.ฮ.) ก็ระบุว่า : บรรดาหะดีษเหล่านี้บ่งชี้ว่ามีบัญญัติให้ทำการกุหนูตในขณะเกิดภัยพิบัติ (นัยลุ้ลเอาฏ๊อร 2/399)

ส่วนกรณีการกุหนูตนะวาซิลจำกัดเฉพาะในเวลาละหมาดซุบฮิเพียงเวลาเดียวหรือรวม ถึงเวลาอื่น ๆ ด้วยนั้น นักวิชาการมีความเห็นต่างกัน เฉพาะในมัซฮับอัชชาฟิอีย์นั้นมี 3 ทัศนะคือ
ทัศนะที่ถูกต้องและเป็นที่รู้กันและเป็นสิ่งที่ปวงปราชญ์ในมัซฮับชี้ขาด คือ หากมีภัยพิบัติเกิดขึ้นกับชาวมุสลิม เช่น ความหวาดกลัว, ความแห้งแล้ง, โรคระบาด ฯลฯ ก็ให้มุสลิมกุหนุตในการละหมาดทั้งหมด (ทุกเวลา) ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องกุหนูตนะวาซิล (อัลมัจญ์มูอฺ 1/494,505)

ส่วนมัซฮับฮะนะฟีย์ระบุว่า ให้กุหนูตนะวาซิลฺในละหมาดที่อ่านดังเท่านั้น (ฮาชิยะฮฺ อิบนุ อาบิดีน 1/471, ฮาชียะฮฺ อัฏฏ่อฮาวีย์ 283)

ส่วนท่านอัลก่อมะฮฺและอัลอัสวัดทั้งสองระบุว่า ให้กุหนูตนะวาซิลฺเฉพาะในยามเกิดสงครามเท่านั้น ส่วนตำแหน่งของการกุหนูตนะวาซิลฺนั้นคือหลังการรุกัวอฺ ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์และฮัมบะลีย์ ส่วนมัซฮับฮะนะฟีย์และมาลิกีย์นั้นให้กุหนูตก่อนการรุ่กัวอฺ (บุฮูซฺ ว่า ฟะตาวา อิสลามี่ยะฮฺ ฟี ก่อฎอยา มุอาซิเราะฮฺ ; ชัยคฺ ญาดัลฮักก์ อะลี ญาดัลฮักกฺ เล่มที่ 3 หน้า 93-101) ส่วนถ้อยคำในการกุหนูตนั้นไม่จำกัดสำนวน จะเป็นอัลลอฮุมมะฮฺดีย์ก็ได้

والله أعلم بالصواب

 

คุตบะห์ (ถือไม้เท้าและการคลุมผ้า)

การขึ้นคุตบะห์การถือไม้ และการคลุมผ้ามีหลักฐานอย่างไรครับ และหากไม่ทำทั้ง 2 อย่าง ฮุก่มศาสนาว่าอย่างไรครับ

ถามโดย - haroon

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...

นักวิชาการในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ระบุว่า ส่งเสริมให้ค่อตีบยึดคันธนูหรือดาบหรือไม้เท้า เป็นต้น ในขณะอ่านคุตบะฮฺ อัลกอฎีย์ ฮุซัยน์ และอัลบัฆฺวีย์ กล่าวว่า : ส่งเสริมให้ค่อตีบจับมันไว้ในมือข้างซ้าย และอัศฮาบฺ อัชชาฟิอียะฮฺ กล่าวว่า : ให้มืออีกข้างหนึ่งวางเอาไว้ที่ขอบมิมบัร ถ้าไม่มีสิ่งที่ใช้จับก็ให้วางมือขวาบนมือซ้ายหรือปล่อยมือทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ต้องเคลื่อนไหวมือทั้ง 2 ข้างนั้น (อัลมัจญ์มูอฺ เล่มที่ 4 หน้า 399)

ในกรณีของการจับดาบขณะคุตบะฮฺนั้น ท่านอิบนุ ก็อยยิมได้ระบุว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ไม่เคยใช้ สิ่งที่ท่านใช้จับในเวลาคุตบะฮฺยามทำศึกคือ คันธนู และในการคุตบะฮฺวันศุกร์ คือไม้เท้าซึ่งเป็นช่วงก่อนการมีมิมบัร และหลังมีมิมบัรแล้วก็ไม่มีการจดจำจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ว่าท่านขึ้นสู่มิมบัรด้วยดาบ หรือ คันธนู และอื่น ๆ (ซาดุ้ลมาอาต ฟี ฮัดยิค็อยริลอิบาดฺ, อิบนุ ก็อยยิม เล่มที่ 1 หน้า 190)

จากข้อมูลเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า การถือไม้เท้าขึ้นสู่มิมบัร หรือ ในขณะคุตบะฮฺนั้นเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำตามแบบอย่างของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ที่เคยกระทำเอาไว้ ไม่เกี่ยวข้องกับการคุตบะฮฺว่าจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ถ้าหากค่อตีบไม่ถือไม้เท้าขณะคุตบะฮฺก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะไม่ใช่สิ่งที่เป็นวาญิบ ส่วนการคลุมผ้า หรือ การโยนผ้าให้แก่ค่อตีบก่อนการคุตบะฮฺนั้นเป็นประเพณีที่รู้กัน ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ในเรื่องนี้แต่อย่างใด หากแต่เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ได้กระทำกันโดยเป็นที่รู้กันว่า ผู้ใดจะทำหน้าที่คุตบะฮฺก็โยนผ้าให้แก่ผู้นั้น และเมื่อรับผ้าแล้ว ผู้ทำหน้าที่ก็มักจะคลุมศีรษะด้วยผ้านั้นเพื่อความเรียบร้อย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

والله أعلم بالصواب

 

มีคนกลุมหนึ่งกล่าวหาว่าการอ่านดุดาอฺอิฟติตะฮฺนั้นไม่มีแบบอย่างจากศาสดา

มีคนกลุมหนึ่งกล่าวหาว่าการอ่านดุดาอฺอิฟติตะฮฺนั้นไม่มีแบบอย่างจากศาสดา อาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยครับ

ถามโดย - Muslim Metal

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

การกล่าวหาว่าการอ่านดุอาอฺอิฟติตาฮฺนั้น ไม่มีแบบอย่างจากร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ถ้าหากมุ่งหมายถึงชื่อของดุอาอฺที่เรียกกันว่า ดุอาอฺอัลอิฟติตาฮฺ (دعاءالإفْتِتَاح) หรือดุอาอฺอัลอิสติฟตาฮฺ (دعاءالإسْتِفْتَاحِ) ก็คงไม่ผิด (แต่ไม่บังควร) เพราะท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ไม่ได้ตั้งชื่อเอาไว้ ก็คงเหมือนกับการละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสยิด (صَلاَةُتَحِيَّةالْمَسْجِد) หรือการละหมาดตะรอวีฮฺ (صَلاَةُالتَّرَاوِيْح) ซึ่งไม่มีการระบุถึงชื่อดังกล่าวในซุนนะฮฺ หากแต่เป็นการตั้งชื่อของบรรดานักวิชาการในเชิงศัพท์ทางวิชาการ (الإصطلاحي) แต่ถ้ามุ่งหมายถึงตัวบทดุอาอฺที่ถูกอ่าน หลังจากการตักบีร่อตุ้ลอิฮฺรอมที่มีชื่อว่า ดุอาอฺอิฟติตาฮฺ หรืออิสติฟตาฮฺ หรือการละหมาดซุนนะฮฺขณะเข้าสู่มัสยิดที่เรียกว่า ละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสยิด หรือการละหมาดในยามค่ำคืนของเดือนร่อมาฎอนที่เรียกกันว่า ละหมาดตะรอวีฮฺ กรณีนี้ก็เท่ากับปฏิเสธซุนนะฮฺของท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เพราะตัวบทของดุอาอฺดังกล่าวมีระบุเอาไว้ในซ่อฮีฮฺ มุสลิมด้วยสำนวนที่หลากหลาย

ทั้งที่มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺ, อิบนุ อุมัร, อะนัส และท่านอะลี (ร.ฎ.) ทั้งหมดเป็นหะดีษซ่อฮีฮฺ และในบางสำนวนอบูดาวูด, อัตติรมีซีย์, อิบนุมาญะฮฺ และอัลฮากิมได้บันทึกเอาไว้โดยรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ซึ่งรวมกันแล้วอยู่ในระดับดี (หะซัน) -ดูอัดดีนุนนะซีฮะฮฺ ฟี อัลอัซก๊ารฺ อัลมัชรูอะฮฺ อัซซ่อฮีฮะฮฺ ; อุซามะฮฺ อับดุลฟัตตาฮฺ อิบนุ ฮะซัน อัลบัฏเฏาะฮฺ : อัดดารุ้ซซะละฟียะฮฺ มักกะฮฺ หน้า 38-39)-

ดังนั้น การปฏิเสธตัวบทของดุอาอฺ ที่มีซุนนะฮฺให้ผู้ละหมาดอ่านภายหลังการตักบีร่อ ตุ้ลอิฮฺรอมในสภาวะปกติ (ในบางกรณีไม่มีซุนนะฮฺให้อ่านซึ่งมีรายละเอียดเฉพาะ) จึงเท่ากับเป็นการปฏิเสธซุนนะฮฺที่ถูกต้องและชัดเจน ถึงแม้ว่าผู้ปฏิเสธ จะมีจุดมุ่งหมายในการปฏิเสธชื่อเรียกก็ตาม เพราะชื่อเรียกดังกล่าวเป็นชื่อเรียกที่รู้กัน (مَشْهُوْر) โดยทั่วไปอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร? จึงขอเตือนผู้ที่กล่าวหาในเรื่องนี้ให้ตรวจสอบหลักฐานให้ดีเสียก่อน และไม่ควรเล่นคำหรือเลี่ยงบาลี เพราะอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้อื่นได้

والله أعلم بالصواب

ที่มา http://www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม