Custom Search

ละหมาดวันศุกไม่ถึง 40 คนละหมาดใช่ได้หรือป่าว



อยากทราบว่าเงือนไขของการละหมาดวันศุก และละหมาดวันศุกไม่ถึง 40คนละหมาดใช่ได้หรือป่าวหรือต้องไปละหมาดดุฮริแทน และอาจานจะมีขอแนะนำอารายได้บ้าง

ถามโดย - บีบี

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد..؛

ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์นั้น ถือว่าการละหมาดวันศุกร์ จะใช้ได้ด้วยจำนวนของผู้มาร่วมละหมาดวันศุกร์ 40 คน (รวมอิหม่ามด้วย) ซึ่งตามนี้ท่านอุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ อิบนิ อุตบะฮฺ, อิหม่ามอะฮฺมัดและท่านอิสหากได้กล่าวเอาไว้ และเป็นการรายงานหนึ่งจากท่านอุมัร อิบนุ อับดิลอะซีซ ส่วนอีกรายงานหนึ่งนั้น ระบุว่าต้องมีจำนวน 50 คน ท่านร่อบีอะฮฺกล่าวว่ามี 12 คนก็ใช้ได้ ส่วนท่านอิหม่ามอบูฮะนีฟะฮฺ, อัซเซารีย์, อัลลัยซ์ และท่านมุฮำหมัดกล่าวว่า 4 คน (รวมอิหม่ามด้วย) ถือว่าใช้ได้ ท่านอิบนุ อัลมุนซิร ได้เล่าเอาไว้จากท่านอัลเอาซาอีย์และอบูเซาริน และอัลมุนซิร ก็เลือกทัศนะนี้ (4 คน), ท่านอัลหะซัน อิบนุ ซอลิฮฺและดาวูดกล่าวว่ามี 2 คน (รวมอิหม่ามด้วย) ก็ถือว่าใช้ได้ ส่วนท่านอิหม่ามมาลิก (ร.ฮ.) กล่าวว่า : จำนวนที่แน่นอนนั้น ไม่เป็นเงื่อนไข แต่การมีกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในตำบลนั้น ซึ่งมีการซื้อขายเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา ถือเป็นเงื่อนไข (อัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุล มุฮัซซับ เล่มที่ 4 หน้า 370-371)

ทั้งนี้ การละหมาดแบบญะมาอะฮฺ เป็นเงื่อนไขในการที่ละหมาดวันศุกร์จะใช้ได้ ข้อนี้ไม่มีการขัดแย้ง แต่นักวิชาการมีความเห็นต่างกันในเรื่องของจำนวน ซึ่งการละหมาดวันศุกร์จะใช้ได้ ซึ่งมีถึง 15 ทัศนะด้วยกัน (บินญัยริมีย์ อะลัล ค่อฏีบ เล่มที่ 2 หน้า 170) หากถือตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ เมื่อมีคนมาร่วมละหมาดวันศุกร์ไม่ครบตามจำนวน 40 คน การละหมาดวันศุกร์ในกรณีดังกล่าว ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ให้ละหมาดซุฮฺริตามปกติ ส่วนถ้าจะถือตามทัศนะของฝ่ายฮะนะฟีย์ ก็ถือว่าการมีจำนวนผู้มาร่วมละหมาดวันศุกร์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ก็ถือว่าใช้ได้

และในคำกล่าวหนึ่งของนักวิชาการฝ่ายมา ลิกีย์ระบุว่า การมีคนมาร่วมละหมาด 13 คนก็ถือว่าใช้ได้ ซึ่งทัศนะเหล่านี้ ท่านชัยคฺอะลี ญุมอะฮฺ มุฟตีย์ของอิยิปต์ระบุว่าเป็นทัศนะที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่ (ฟะตาวา อัสริยะฮฺ ; ชัยค์ อะลี ญุมอะฮฺ หน้า 34) ทั้งหมดเป็นทัศนะทั้งสิ้น ก็สามารถเลือกมาปฏิบัติได้ ตามความเหมาะสม โดยให้พิจารณาว่า ถ้าเป็นชุมชนขนาดเล็กหรือเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่ ก็สามารถนำทัศนะที่ระบุ จำนวนไม่ถึง 40 คน มาปฏิบัติได้ แต่ถ้าเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีผู้คนที่ครบคุณสมบัติเป็นจำนวนมาก ก็ให้ถือเอาตาม จำนวน 40 คน เป็นเกณฑ์


والله أعلم بالصواب

การขอดุอาว์ในสุหยูด



รบกวนถามอาจารย์ อธิบายเรื่องการขอดุอาว์ ในระหว่างสุหยูด หน่อยครับ ว่าควรจะทำ อย่างไร

- ขอในทุกสุหยูด หรือเปล่า
- ขอด้วยภาษาไทยได้ไหมครับ

ถามโดย - อุสมาน

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وعلى آله وصحبه اجمعين وبعد

ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้ใช้ให้เพียรทุ่มเทในการขอดุอาอฺในขณะสุหยูด โดยท่านกล่าวว่า : "แท้จริงการสุหยูดนั้นสมควรยิ่งในการที่จะถูกตอบรับสำหรับพวกท่าน" นัยของหะดีษนี้หมายความว่า ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ใช้ให้ขอดุอาอฺมาก ๆ ในการสุหยูด หรือสั่งใช้ว่าผู้ขอนั้นเมื่อทำการขอดุอาอฺในสถานที่หรือตำแหน่งหนึ่ง ตำแหน่งใด ก็จงขอในการสุหยูด? มีข้อจำแนกระหว่างคำสั่งทั้งสองนี้ การบ่งชี้ที่หะดีษนี้นำพาก็คือ การดุอาอฺนั้นมี 2 ชนิด คือ

การดุอาอฺในเชิงสรรเสริญ (دُعَاءُ ثَنَاءٍ) และการขอดุอาอฺในเชิงวิงวอนขอ (دُعَاءُمَسْأَلَةٍ) และท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จะขอดุอาอฺอย่างมากในการสุหยูดของท่านจากทั้งสองชนิดนั้น และดุอาอฺซึ่งท่านได้ใช้ให้ขอในการสุหยูดก็รวมทั้ง 2 ชนิดเอาไว้ (ซาดุลมาอ๊าดฯ อิบนุอัลก็อยยิม, เล่มที่ 1 หน้า 98) และมีรายงานในซอฮีฮฺมุสลิม จากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ (ร.ฎ.) ว่า : ท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กล่าวว่า : ที่บ่าวจะใกล้ชิดกับพระผู้อภิบาลของเขามากที่สุด คือ ในขณะที่เขาก้มสุหยูด ดังนั้นพวกท่านจงขอดุอาอฺมากๆ" ส่วนหนึ่งจากบทขอพรและการรำลึกของท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ในการสุหยูดนั้นได้แก่

1. سُبحَانَكَ اللّهُمَّ رَبَّنَاوبِحَمْدِكَ اللّهُمَّ اغْفِرْلِيْ
2. أَللّهُمَّ أَعُوْذُبِرضَاكَ مِنْ سَخَطِكَ ، وَبِمُعَافَاتِكَ مِنْ عُقُوْبَتِكَ ، وَأَعُوْذُبِكَ مِنْكَ ، لاَأُحْصِى ْثَنَاءًعليك أنتَ كماأَثْنَيْتَ عَلى نَفْسِكَ


บทขอพรข้อที่ 1 นั้นท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จะอ่านทั้งในขณะรุ่กัวอฺและสุหยูด หากขอได้ในทุกการรุ่กัวอฺและการสุหยูด ก็ถือว่าเป็นการดี แต่ในกรณีที่เราเป็นอิหม่าม ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมและสภาพของมะอฺมูมด้วย ส่วนการขอดุอาอฺด้วยภาษาอื่น นอกจากภาษาอาหรับนั้น นักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ มีความเห็นเป็น 3 ประเด็น คือ (1) ถูกต้องที่สุด (أَصَحُّ الأَوْجُهِْ) อนุญาตให้ใช้คำแปลเป็นภาษาอื่นได้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ภาษาอาหรับ ส่วนผู้ที่ใช้ภาษาอาหรับได้นั้นไม่อนุญาต ถ้าหากแปลเป็นภาษาอื่นถือว่าละหมาดของเขาเป็นโมฆะ

(2) อนุญาตให้ใช้คำแปลได้ทั้งผู้ที่ใช้ภาษาอาหรับได้เป็นอย่างดีหรือไม่ก็ตาม

(3) ไม่อนุญาตสำหรับผู้หนึ่งผู้ใดจากทั้งสองนั้น เนื่องจากไม่มีความจำเป็นสำหรับสิ่งนั้น และไม่อนุญาตให้แต่งสำนวนของพรอื่นจากที่มีรายงานมาจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และใช้สำนวนนั้นเป็นภาษาอื่นโดยไม่มีข้อขัดแย้ง และการละหมาดนั้น จะใช้ไม่ได้ด้วยการใช้สำนวนขอพรที่แต่งขึ้นด้วยภาษาอื่น ซึ่งแตกต่างจากกรณี ถ้าหากแต่งเป็นภาษาอาหรับ กรณีนี้อนุญาตสำหรับนักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ โดยไม่มีข้อขัดแย้ง (อัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ ; อิหม่ามอันนะวาวีย์ เล่มที่ 3 หน้า 259)

สรุปก็คือ ให้คุณท่องจำบทขอพรของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ซึ่งเป็นภาษาอาหรับดังตัวอย่างที่ยกมาถือเป็นการดีที่สุด เพราะไม่มีข้อขัดแย้งของนักวิชาการ แต่ถ้าคุณจะขอเป็นกรณีพิเศษในขณะสุหยูดซึ่งเป็นเรื่องอื่น ๆ ก็ให้ขอในใจ โดยไม่ต้องเปล่งวาจาออกมาก็ได้ (ขอเป็นภาษาไทยแต่ขอในใจ) อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงรับรู้ถึงสิ่งที่คุณขอในใจนั้นอย่างแน่นอน


والله أعلم بالصواب

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ธันวาคม 15, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม