Custom Search

คนที่ทิ้งละหมาด1ฟัรดูจนเลยเวลาหลังจากนั้น กอดอใช้ เขาจะถูกลงโทษในนรก 80 ปี จริงรึ

อาจารย์ครับ ก็ถ้าเราเป็นผู้ที่อยากจะแสวงหาความรู้ แต่เราแยกผิดแยกถูกไม่ได้ อันไหนถูกต้องอันไหนไม่ถูกต้องละครับ ในหนังสือคุณค่าอาม้าลหน้า 46 บอกว่า มีรายงานจากท่านร่อซู้ล อย่างที่ผมเขียนไปในหัวข้อแหละครับเราจะเชื่อตามนั้น แล้วนำไปสอนคนอื่นต่อได้ป่าว อีกอย่างผมอยากถามว่า เป็นคำพูดของท่านนบีจริงรึป่าวครับ

ถ้าไม่ใช่เป็นคำพูดนบีหรือถ้าเป็นแต่ ดออีฟ จะนำไปสอนคนอื่นต่อได้ป่าวครับ และถ้าไม่ใช่คำพุดนบี จะออกไปกับกลุ่มนี้ได้มั้ยในเมื่อสอนคลาดเคลื่อน
ถัดจากฮะดีษนี้ บรรทัดล่าง อาบูลัยซี ยังเคยเน้นถึงว่ายังฮะดิษที่บอกว่า ผู้ทิ้งละหมาดฟัรดูแต่เพียงเวลาเดียวโดยเจตนา ชื่อของเขาจะถูกบันทึกใวหน้าประตูขุมนรก ซึ่งที่เขาจะถูกนำเข้าไป เป็นเรื่องที่ศาสนาสอนรึป่าวครับ ผมอยากจะรู้ของจริงอ่ะครับ
ผมอยากได้ความชัดเจนหน่อยอ่ะครับ รบกวนอาจารย์อีกนิดน่ะครับ ที่ซาอุดี้เค้ามองกลุ่มนี้ยังไงครับ แล้วอุลามาส่วนใหญ่ในซาอุดี้ สนับสนุนให้ร่วมกับกลุ่มนี้หรือไม่ให้ร่วมครับ คือผมอยากตามแนวทางที่ถูกต้องอ่ะครับ
คือความคิดผมน่ะ ถ้าคนในกลุ่มของตัวเองผิดเนีย ก็คนนั้นมันผิดเอง แต่แนวทางกลุ่มอ่ะสอนถูกอย่างนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าคำสอนของกลุ่มนั้น ไม่คลาดเคลื่อน เราก็ศึกษาเรียนไปมีทั้งถูกมีทั้งผิด จะนำเราไปพบกับความสำเร็จไปพบกับแนวทาง อะฮลิซซุนนะฮวัลญะมาอะฮรึป่าวครับรบกวนอาจารย์หน่อยน่ะครับ อย่ารำคาญน่ะครับ ญาซากัลลอฮุคอยรอน ขออัลเลาะห์ตอบแทนความดีครับ

ถามโดย - ฮัซซาน

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...

เอาอย่างนี้คุณฮัซซาน ผมให้ดุอาอฺบทหนึ่งเป็นของขวัญแก่คุณแล้วกัน ขอต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) บ่อย ๆ ด้วยความมุ่งมั่น และบริสุทธิใจ อินชาอัลลอฮฺ พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จะทรงเปิดความกระจ่างในหัวใจของคุณ


أَللهُمَّ أَرِنَاالحَقَّ حَقَّاوارْزُقْنَااتِّبَاعَه
وَأَرِنَاالبَاطِلَ بَاطِلاً وَارْزُقْنَااجْتِنَابَه
أللهُمَّ أَلهِمْنِىْ رُشْدَه وَأَعِذْنِىْ مِنْ شَرِّنَفْسِىْ
رَبِّ زِدْنِىْ عِلْمًانَافِعًاوَارزُقْنِىْ فَهْمًاوأَلْحِقْنِىْ بالصَّالِحِيْنَ

"โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดให้เราได้เห็นสัจธรรมเป็นสัจธรรม
และขอพระองค์ทรงโปรดประทานให้เราปฏิบัติตามสัจธรรมนั้น
และขอพระองค์โปรดให้เราได้เห็นความเท็จเป็นความเท็จ
และขอพระองค์ทรงโปรดประทานให้เราหลีกห่างความเท็จนั้น
โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงดลใจแก่ข้าพระองค์ซึ่งความถูกต้อง
และขอพระองค์ทรงคุ้มครองข้าพระองค์จากความชั่วร้ายของตัวข้าพระองค์
โอ้ พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงเพิ่มพูนความรู้อันยังประโยชน์ แก่ข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงโปรดประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์
และขอพระองค์ทรงผนวกข้าพระองค์กับเหล่าผู้ประพฤติชอบด้วยเทอญ"


สำหรับข้อความที่ว่า "คนที่ทิ้งละหมาด 1 ฟัรฎู หลังจากนั้นกอฎอใช้ เขาจะถูกลงโทษในนรก 80 ปี" นั้นยังค้นไม่พบ เข้าใจว่า อิหม่ามอบุลลัยซ์ ระบุเอาไว้ในตำราของท่าน ซึ่งน่าจะเป็นตัมบีฮุลฆอฟิลีน บิอะฮาดีซ ซัยยิดิล อัมบิยาอฺ วัลมุรซะลีน ซึ่งเต็มไปด้วยบรรดาหะดีษและเรื่องราวที่ถูกอุปโลกน์ อิหม่ามอัซซะฮฺบี่ย์ (ร.ฮ.) ก็ระบุไว้เช่นกัน (ซิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอฺ 16/323) และในตารีค อัลอิสลาม หน้า 583 ระบุว่า ในหนังสือตัมบีฮุลฆอฟิลีน มีหะดีษอุปโลกน์เป็นจำนวนมาก , ท่านอบุลฟัฎล์ อัลฆุมารี่ย์ กล่าวไว้ใน อัลฮาวีย์ (3/4) ว่า : และหนังสือตัมบีฮุลฆอฟิลีน นั้นรวมเอาบรรดาหะดีษที่อ่อนแอและอุปโลกน์เอาไว้ จึงไม่สมควรอ่านหนังสือเล่มนี้สำหรับคนทั่วไป ซึ่งไม่ทราบถึงหะดีษที่ถูกต้องจากหะดีษอุปโลกน์" (คือไม่อาจแยกแยะได้-ผู้ตอบ)

ผู้ตอบพยายามค้นดูในฉบับคัดย่อภาษามลายูของฮัจยีอับดุลลอฮฺ อับดุลมุอฺมินก็พบหะดีษที่ระบุว่า

(إذاترك العبد فرضاواحداكتب اسمه علىباب النار)
(افبيل منڠگلكندى (لعل الصواب منڠگلكن) ﺴﺌﻭﺮڠ اكن سوات فرض
مك ﻤﭘوره اوله الله تعالى ملاﺌكته ﻤﭘﻭرة نام اﻭرڠ ايت فد فنت نركا)


"เมื่อบ่าวได้ละทิ้งฟัรฎูหนึ่ง อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จักทรงบัญชาให้ม่าลาอิกะฮฺ บันทึกชื่อของผู้นั้น ณ ประตูนรก" (ตัมบีฮุลฆอฟิลีน (มลายู) หน้า 4 มักตะบะฮฺ มุฮำมัด อันนะฮฺดีย์)

เมื่อยังไม่พบที่มาของหะดีษ ซึ่งไม่มีสายรายงานและผู้รายงาน ก็คงชี้ขาดไม่ได้ว่าเป็นคำพูด (หะดีษ) ของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) หรือไม่? แต่ให้ข้อสังเกตเอาไว้เท่านั้น ดังที่กล่าวมาข้างต้น และเมื่อไม่แน่ใจว่าเป็นคำพูด (หะดีษ) ของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) หรือไม่ ก็ควรใช้สำนวนว่า ดังมีผู้กล่าวว่า อย่างนี้ อย่างนี้ เป็นต้น ส่วนตัวบทและนัยของคำพูดเช่นนี้ จะค้านกับหะดีษที่ซ่อฮีฮฺในเรื่องการกอฎอละหมาด ก็ต้องว่ากันไป

อนึ่งหะดีษประเภทนี้ มักจะนำมาอ้างใน เรื่อง ชักชวนและป้องปราม (อัตตัรฆีบ วัตตัรฮีบ) ซึ่งบางทีก็เป็นหะดีษที่อ่อนแอและอุปโลกน์ก็มี การอ้างหะดีษเป็นหลักฐาน จำต้องพิจารณาสถานภาพของผู้รายงาน และคำวิจารณ์ของนักวิชาการผู้ชำนาญการ เพราะการอ้างสายรายงาน เป็นเรื่องของศาสนา (الإسْنَادُمِنَ الدِّيْنِ) จึงต้องพึงระวัง! ส่วนมุมมองของอุละมาอฺซาอุดีย์นั้น ก็มีทั้งที่มองอย่างเป็นกลาง และมองในแง่ของการปราม (اَلتَّحْذِيْرُ) หรือเตือนในเชิง (سَدًّاللذَّرَا ِﺋﻊِ) คือ ตัดไฟแต่ต้นลม สำหรับผู้ตอบมองว่า กลุ่มดะอฺวะฮฺ-ตับลีฆ ก็เหมือนกับกลุ่มต่าง ๆ อีกหลายกลุ่มในปัจจุบัน ซึ่งถูกทั้งหมดก็ไม่ใช่ ผิดทั้งหมดก็มิใช่

เอาเป็นว่า ถ้าคุณฮัซซานไม่มั่นใจว่าจะออกดะอฺวะฮฺกับคนกลุ่มนี้หรือไม่ก็ให้ถือหลักจากหะดีษที่ว่า

(دَعْ مَايَرِيْبُكَ إلَى مَالاَيَرِيْبُكَ)

"จงละทิ้งสิ่งที่ท่านสงสัยคลางแคลงไปยังสิ่งที่ท่านไม่สงสัย คลางแคลง" รายงานจากท่านอัลหะซัน อิบนุ อะลี (ร.ฎ.) บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ (2520) , อันนะซาอีย์ (5711) อัตติรมิซีย์กล่าวว่า : เป็นหะดีษฮะซันซ่อฮีฮฺ

อย่าลืมขอดุอาอฺที่ให้ไว้ล่ะ คุณแสนดี!

والله أعلم

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม