การนั่ง และการอ่าน ตะซะฮฮุด ที่ถูกต้องในละหมาดสุนัต ครับ ?

อัสลามุอลัยกุม ครับ
1. อยากเรียนถามอาจารย์ครับ ว่า ในกรณีที่เราละหมาดสุนัต 2 ร่อกะอัต ในขณะที่เรานั่งอัตตะฮียาในร่อกะอัตสุดท้าย เราต้องอ่าน " ก่ามาซอลลัย วาอาลาอาลิอิบรอฮีม ... ไปจนจบหรือเปล่าครับ" เนื่องจากว่าเวลาละหมาด ตะรอเวียฮ์ ผมพยายามสังเกตุระยะเวลาในการอ่านของท่านอิม่าม กับตัวเรา รู้สึกว่าจะไม่ได้อ่านนะครับ เพราะเวลาจะสั้นกว่า นั่งอัตะฮียา ในร่อกาอัตสุดท้ายในละหมาดฟัรดู ครับ รบกวนถามอาจารย์ สำหรับข้อปฏิบัตที่ถูกต้องด้วยครับ

2. เหมือนกันครับ การนั่งในร่อกะอัตสุดท้าย(ที่2) ควรนั่งก้นราบกับพื้น หรือนั่งบนเท้าของเราครับ (ละหมาดสุนัต ครับ) ขอบคุณครับ อิมรอน

الحمدلله وصلاة وسلاماالداﺋﻤﻴﻦ على المبعوث رحمة للعالمين أمابعد ؛

การอ่าน "ซอละหวาต อิบรอฮีมียะฮฺ" ถือเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาซุนนะฮฺ ฮัยอะฮฺ ซึ่งหากผู้ละหมาดละทิ้ง ก็ไม่มีซุนนะฮฺ ให้ทำการสุหญูดซะฮฺวีย์ ทั้งนี้ ถือตามทัศนะของฝ่ายอัชชาฟิอียะฮฺ ดังนั้น การอ่าน "ซอละหวาต อิบรอฮีมียะฮฺ" จึงเป็นซุนนะฮฺ (อัลฟิกฮุ้ลมันฮะญี่ย์ เล่มที่ 1 หน้า 155) หากผู้ละหมาด (ไม่ว่าจะเป็นอิหม่าม หรือมะอฺมูม หรือละหมาดคนเดียว ละทิ้งการอ่านซอละหวาต อิบรอฮีมียะฮฺ หลังการอ่านซอละหวาตแก่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ก็ถือว่าการละหมาดใช้ได้ แต่ที่ดีแล้ว ควรอ่านซอละหวาต อิบรอฮีมียะฮฺ ด้วย เพื่อความสมบูรณ์ของการละหมาด

เป็นที่ทราบกันดีว่า มีอิหม่ามนำละหมาดตะรอวีฮฺ บางท่าน เร่งรีบในการละหมาด จนกระทั่งละเลยซุนนะฮฺต่าง ๆ ในการละหมาด ก็ขอนะซีฮะฮฺ ณ ตรงนี้ว่า คุณภาพของการละหมาด เป็นสิ่งสำคัญ การรีบละหมาดตะรอวีฮฺ เพื่อให้ได้ตามจำนวน เพียงอย่างเดียว โดยขาดความคุชัวอฺ และฏ่อมะอฺนีนะอฺ จนดูเหมือนไก่จิกข้าว หรืออีกาจิกเลือด เป็นสิ่งที่จำต้องหลีกห่าง เพราะมีหะดีษ ระบุห้ามการทำเช่นนั้นเอาไว้

ส่วนการอ้างว่า ก็การละหมาดอย่างที่ว่ามา ใช้ได้ตามฮุก่มของศาสนา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร? ก็ต้องขอย้ำว่า การละหมาดเพียงแค่เอาว่าใช้ได้ แต่ขาดความสมบูรณ์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาอ้าง เพราะเมื่อเราทำละหมาดทั้งที ก็ต้องพยายามรักษากฎระเบียบ และกติกามารยาทให้ครบถ้วนสมบูรณ์ อย่าสักแต่เอาเฉพาะปริมาณ แต่ขาดคุณภาพ!

กรณีการนั่งตะชะฮฺฮุดครั้งสุดท้ายนั้น ควรนั่งอย่างไร?

ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ถือว่าเป็นซุนนะฮฺ ให้นั่งในการตะชะฮฺฮุดครั้งแรก แบบอิฟติรอชฺ (นั่งทับส้นเท้าข้างซ้าย และยืดขาข้างขวาบนนิ้วเท้า) และในการนั่งตะชะฮฺฮุด ครั้งที่สอง (รอกอะฮฺสุดท้าย) ให้นั่งแบบตะวัรรุก (นั่งทับตะโพกข้างซ้าย เท้าขวาตั้ง และให้เท้าซ้ายสอดเบื้องใต้) ถ้าหากการละหมาดมี 2 รอกอะฮฺ ก็ให้นั่งแบบตะวัรรุกเช่นกัน (กิตาบอัลมัจญมูอฺ เล่มที่ 3/430)

นักวิชาการฝ่ายอัชชาฟิอียะฮฺ ระบุว่า : ฮิกมะฮฺในการนั่งอิฟติรอชฺ ในการอ่านตะชะฮฺฮุดแรก และนั่งตะวัรรุกในตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2 ก็เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียง ต่อรำลึกถึงการละหมาด และไม่เกิดความสับสน ในจำนวนของรอกอะฮฺ และเป็นเพราะว่า ซุนนะฮฺให้นั่งตะชะฮฺฮุดครั้งแรก แบบเบา ๆ (คือไม่นานเกินไป) จึงให้นั่งแบบอิฟติรอชฺ เพื่อจะได้ง่าย และสะดวกในการลุกขึ้นยืน และซุนนะฮฺให้นั่งตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2 ยาว (คือนาน) และไม่มีการลุกขึ้นยืนหลังจากนั้นอีก จึงให้นั่งตะวัรรุก เพื่อจะได้เป็นการหนุนเนื่อง สำหรับการอ่านตะชะฮฺฮุด และขอดุอาอฺได้เต็มที่ และเป็นเพราะว่า ผู้ที่มาละหมาดทีหลัง (มัซบู๊ก) เมื่อเห็นเขานั่งตะวัรรุก ก็รู้ว่าผู้ละหมาดอยู่นั้น อยู่ในการตะชะฮฺฮุดครั้งใด (อ้างแล้ว 3/431)

ดังนั้น ถ้าหากผู้ละหมาดกระทำ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวมา (เช่น นั่งตะวัรรุก ในตะชะฮฺฮุดครั้งแรก และนั่งอิฟติรอชฺ ในตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2) ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ที่ประเสริฐและดีที่สุด (อัฟฎ้อล) ก็คือสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น (อ้างแล้ว หน้าเดียวกัน) ส่วนอิหม่ามมาลิก (ร.ฮ.) นั้น ท่านให้นั่งแบบตะวัรรุก ในการตะชะฮฺฮุดทั้งสอง ส่วนอิหม่ามอบูฮะนีฟะฮฺ (ร.ฮ.) และอิหม่ามอัซเซารีย์ (ร.ฮ.) นั้น ให้นั่งในตะชะฮฺฮุดทั้ง 2 แบบอิฟติรอชฺ ส่วนอิหม่ามอะฮฺหมัด (ร.ฮ.) ท่านกล่าวว่า : ถ้าหากการละหมาดมี 2 รอกอะฮ ฺก็ให้นั่งแบบอิฟติรอชฺ และถ้าหากการละหมาดมี 4 รอกอะฮฺ ก็ให้นั่งอิฟติรอชฺ ในการตะชะฮฺฮุดครั้งแรก และให้นั่งตะวัรรุก ในตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2 (อ้างแล้ว 3/430)

ทุกทัศนะที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่มีหลักฐานสนับสนุนทั้งสิ้น ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เปิดกว้าง สามารถเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่ง อย่างใดก็ได้ ตามสภาพการณ์ และความเหมาะสม อย่างที่บุคคลที่มีร่างใหญ่ อ้วนลงพุง ก็สามารถเลือกนั่งแบบอิฟติรอชฺได้ เพราะหากนั่งแบบตะวัรรุก ก็จะติดพุง เข่าก็คอยจะกระดก บางทีไปเบียดคนข้าง ๆ ด้วยซ้ำไป ฉะนั้น ก็เป็นสิทธิที่เขาจะเลือกนั่งตะชะฮฺฮุด แบบอิฟติรอชฺ โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

(والله أعلم بالصواب)

Custom Search

การละหมาดญะมาอะห์ (สงสัยในการอ่านของอีหม่าม)

อัสลามุอลัยกุม อ. อาลี เสือสมิง

เรียนสอบถามอาจารย์ในประเด็นการละหมาด ญะมาอะห์หน่อยครับ กรณีที่เราสงสัย ในการอ่านของอีหม่ามว่าอ่านไม่ฟาเซี๊ยะ (ไม่ชัดถ้อยชัดคำ ในความหมายของผม) อนุญาติให้เราตามอีหม่ามคนนั้น ได้ไหมครับ ทั้งที่มีผู้ที่อ่านกรุอานได้ชัดและถูกต้องกว่าละหมาดอยู่ด้วย และกรณีลักษณะแบบนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง รวมถึงการอ่านของอีหม่ามที่ผิดขนาดไหน ถึงไม่อนุญาตให้ละหมาดตาม รบกวน อ.อาลี ให้ความกระจ่างด้วยครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีงามให้กับอาจารย์ครับ

ถามโดย - อับดุลลาตีฟ

الحمدلله اللهم صل وسلم وبارك على سيدنامحمد وعلى آله وصحبه أجمعين وبعد ؛

โดยหลักการแล้ว ผู้เป็นอิหม่ามนำละหมาด จะต้องเป็นผู้ที่อ่านอัลกุรอาน โดยเฉพาะซูเราะฮฺ "อัลฟาติฮะฮฺ" เป็นอย่างดี ถูกต้องตามหลักการวิชาการอ่าน (ตัจญ์วีด) ดังนั้น จึงถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องรักษาบรรดาอักษร และบรรดาชิดดะฮฺ (การอ่านกล้ำ) ของอัลฟาติฮะฮฺ

ฉะนั้น หากผู้ละหมาดทำให้หนึ่งอักษร ตกไปจากอัลฟาติฮะฮฺ เช่น เขาอ่านว่า "อี่ยากะนะอฺบุดุ้ อี่ยากะนัสตะอีน" (วาวตกไป) หรือชิดดะฮฺหนึ่งตัว ตกไป เช่น อ่านว่า (อียากะ) โดยอ่านไม่มีชิดดะฮฺ (ตัคฟีฟ) ที่ตัวอักษร ยาอฺ หรือเปลี่ยนหนึ่งอักษร เป็นตัวอื่น เช่น "ซิร่อฏอดดีน" หรือ "ซิรอต้อล" (อ่านออกเสียง ซ๊อดฺ เป็น ซัยน์) หรืออ่านผิด (ละฮฺน์) หมายถึงเปลี่ยนสระ ซึ่งทำให้ความหมายเปลี่ยน เช่น "อันอัมตุ้" หรือ "อันอัมตี้" การละหมาดของเขา ถือว่าใช้ไม่ได้ และการอ่านของเขานั้น ก็ใช้ไม่ได้ หากเขาเจตนา และรู้ และทำให้ความหมายเปลี่ยน

ฉะนั้น ถ้าหากเขามิได้เจตนา และไม่รู้ หรือไม่ได้เปลี่ยนความหมาย เช่น อ่านว่า รอบบุ้ลอาละมูน การละหมาดของเขาไม่เสีย แต่วาญิบที่เขาผู้นั้น ต้องย้อนกลับไปอ่านคำๆ นั้นใหม่ และสิ่งที่อยู่หลังจากนั้นเท่านั้น (มัฏละอุ้ลบัดรอยน์ ว่า มัจญ์ม่าอุ้ลบะฮฺรอยน์ ; เชคมูฮัมหมัด อิบนุ อิสมาอีล ดาวูด อัลฟะฏอนีย์ หน้า 31)

บุคคลที่เป็น "อุมมีย์" คือผู้ที่อ่านอัลฟาติฮะฮฺได้ไม่ดี ขาดความสมบูรณ์ ไม่ว่าเขาผู้นั้น ไม่ได้ท่องจำอัลฟาติฮะฮฺ หรือท่องจำทั้งหมด นอกจากอักษรเดียว หรืออ่านตัวที่มีชิดดะฮฺ (ّ ) โดยไม่ใส่ชิดดะฮฺ เนื่องจากลิ้นอ่อน หรืออื่นจากนั้น และไม่ว่าการอ่านเช่นนั้น เนื่องจากการเป็นใบ้ หรืออื่นๆ ผู้ที่เป็น "อุมมีย์" นี้ และ "อัลอัรต์" คือบุคคลที่อ่านควบกล้ำอักษรหนึ่ง ในอักษรอีกตัวหนึ่ง ในที่ที่ไม่มีการ "อิดฆอม" (ควบกล้ำ) และ "อัลอัลซัฆฺ" คือผู้ที่เปลี่ยนอักษรหนึ่ง เป็นอีกอักษรหนึ่ง เช่น เปลี่ยน รออฺ เป็น ซัยน์ ซีน เป็น ซาอฺ ถ้าหากบุคคลทั้ง 3 นี้ สามารถเรียนรู้ได้ การละหมาดของเขาสำหรับตัวเขา ใช้ไม่ได้ และไม่อนุญาตให้ละหมาด ตามบุคคลเช่นนี้ โดยไม่มีข้อขัดแย้ง

แต่ถ้าหากเขาไม่สามารถเรียนได้ เช่น ลิ้นไม่ไป หรือเวลามีน้อย ก่อนหน้านั้นก็ไม่สามารถ การละหมาดสำหรับตัวเขา ถือว่าใช้ได้ ถ้าหากคนที่มีลักษณะเช่นเดียวกับเขา มาละหมาดตาม ก็ถือว่าการตามนั้นใช้ได้ โดยมติเห็นพ้อง แต่ถ้าหากกอรี (ผู้ที่อ่านได้ดี) ซึ่งไม่ได้ท่องจำอัลฟาติฮะฮฺหมดต้น หรือท่องจำบางส่วน ในสิ่งที่อุมมีย์ไม่ได้ท่องจำ ทัศนะที่ถูกต้อง และเป็นเกาลุนญะดีด ถือว่าการตามในกรณีนี้ ใช้ไม่ได้ และเมื่อกอรีละหมาดตามหลังอุมมีย์ การละหมาดของกอรี ซึ่งเป็นมะอฺมูม ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่การละหมาดของอิหม่าม คืออุมมีย์นั้น ใช้ได้

กรณีที่บอกว่า การตามใช้ไม่ได้นั้น เท่ากัน ไม่ว่ามะอฺมูมนั้น จะรู้หรือไม่ว่าอิหม่ามนั้น เป็นอุมมีย์ หรือไม่รู้ถึงสิ่งดังกล่าว ตามนี้ ชัยค์ อบูฮามิด และนักวิชาการท่านอื่น ได้พูดเอาไว้ชัดเจน (กิตาบอัลมัจญ์มูอฺ เล่มที่ 4 หน้า 164-165)

ดังนั้น ถ้าเกิดกรณีของคำถาม ก็สมควรที่จะบอกกล่าวผู้นั้น ซึ่งอ่านอัลฟาติฮะฮฺไม่ถูกต้อง ในทำนองของการนะซีฮะฮฺ เพราะมีผู้ที่อ่านดีกว่า อยู่ร่วมด้วย เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย แต่ถ้าหากการละหมาดเริ่มไปแล้ว และอิหม่ามอ่านอัลฟาติฮะฮฺ ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถเตือนให้แก้ไขได้ หรือเตือนแล้วก็อ่านผิดอีก ก็ให้มะอฺมูมเนียตมุฟารอเกาะฮฺ ออกจากการตามอิหม่ามผู้นั้น

والله أعلم

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

กุมภาพันธ์ 4, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม