ถาม-ตอบ ปัญหา โดยสำนักจุฬาราชมนตรี

การละหมาดคร่อมเวลา คือ ขณะตักบีร่อตุลเอียะฮ์รอมนั้นอยู่ในเวลาหนึ่ง ละหมาดไปได้ชั่วครู่ก็หมดเวลานั้น แต่ก็ได้ละหมาดไปจนให้สลามจนจบ การละหมาดใช้ได้ไหม?

คำตอบ

การละหมาดที่ดีที่สุดคือละหมาดเมื่อเริ่มเข้าเวลาแต่ศาสนาก็ยินยอมให้ไปทำท้ายเวลาได้ โดยไม่มีบาป ถ้าหากยังมีเวลาเหลืออยู่พอจะละหมาดได้ทันในเวลา แต่ถ้าไม่ได้ละหมาดเพราะลืมเวลา ในกรณีนี้ เมื่อนึกขึ้นได้ ให้รีบละหมาดทันที ถ้าหากละหมาดได้ทันหนึ่งรอกาอัตในเวลา กือว่าละหมาดนั้นเป็นละหมาดประจำเวลา (อะดาอฺ) ถ้าหากไม่ทันได้หนึ่งรอกาอัตในเวลา ละหมาดนั้น ก็ตกเป็นละหมาดชดใช้ (กอดออฺ) แต่ถ้าหากร่นละหมาดออกไปเพราะความขี้เกียจหรือเล่นหมากรุก หรือรออีกหน่อย จนเหลือเวลาไม่พอละหมาดก็จำเป็นต้องละหมาด แม้จะคร่อมเวลาก็ตาม แต่มีบาปในฐานะที่ปล่อยให้เวลาละหมาดพ้นไปโดยไม่ได้ละหมาด

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

อิหม่าม บางท่าน อ่านฟาติฮะห์ และซูเราะห์ ไม่ค่อยถูกต้อง ผู้ที่เป็นมะอฺมูมหลายท่าน อ่านถูกต้องดีกว่า ดังนั้น ความเสียหายจะเกิดกับอิหม่ามและมะอฺมูมหรือไม่ และการละหมาดจะสมบูรณ์หรือไม่

คำตอบ

การอ่าน ฟาติฮะห์ อ่านตะชะฮุด ถ้าอิหม่ามอ่านตัวไม่ถูก ถ้าหากมะอฺมูมละหมาดตามไปแล้ว โดยไม่รู้ว่าอิหม่ามอ่านไม่ถูกต้อง และมะอฺมูมรู้ในภายหลัง มะอฺมูมต้องละหมาดชดใช้ใหม่ แต่คำถามนี้ แสดงว่าอิหม่ามอ่านพอใช้ได้ แต่อะอฺมูมอ่านดีกว่า ถือว่าละหมาดตามกันได้ แต่ถ้าหากอิหม่ามอ่านไม่ถูก มะอฺมูมต้องชดใช้ละหมาดใหม่

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

ก่อบ่อใส่น้ำไว้เกิน 2 กุลละห์ ใช้อาบน้ำละหมาดจะมักโระห์ไหม?

คำตอบ

การอาบน้ำ ละหมาดต้องใช้น้ำสะอาด ที่เรียกว่า น้ำมุตลัก การก่อบ่อใส่น้ำไว้ 2 กุลละห์ หรือ ประมาณ 12 ปี๊บ ถ้าใช้อาบหมดเลยในครั้งเดียว ก็มักโระห์ ถ้าลงไปอาบน้ำใช้ได้ไม่มักโระห์ แต่ถ้าลงไปอาบบ่อยครั้งขึ้น ก็จะทำให้เกิดหมักหมมและเน่าเสียได้ จึงไม่ควรกระทำ เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี การอาบน้ำละหมาดในบ่อที่ใส่น้ำไว้ 2 กุลละห์ ก็เช่นกัน ถ้าหากบ้วนปาก และล้างจมูดลงไปด้วยก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ไม่ควรกระทำ ที่ดีนั้นควรทำก๊อกไว้ อาบน้ำละหมาดจะเป็นการดี

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

นาย ก. และนาย ข. ละหมาดญะมาอะห์ ร่วมกัน โดย นาย ก. เป็นอิหม่าม เมื่อนาย ก. เห็นนาย ค. และนาย ง. มาร่วมละหมาดด้วย จึงก้าวขึ้นไปข้างหน้า 2 ก้าว เพื่อให้นาย ค. นาย ง. ได้ร่วมละหมาดญะมาอะห์ด้วย การละหมาดจะใช้ได้หรือไม่?

คำตอบ

ตามหลักการในการละหมาดญะมาอะห์นั้น ให้ผู้ที่มาทีหลัง จัดแถวข้างหลังอิหม่าม แล้วให้มะอฺมูมถอยลงมาอย่าให้เกิน 3 ก้าว ไม่ใช่ให้อิหม่ามเดินขึ้นไปข้างหน้า ซึ่งผิดระเบียบแบบแผนที่ดี เพราะถ้าหากข้างหน้าอิหม่ามไม่มีที่ว่างพอ อิหม่ามก็จะทำเช่นนั้นไม่ได้ ในกรณีที่อิหม่ามเดินขึ้นไป 2 ก้าว ละหมาดของอิหม่ามใช้ได้ แต่ถ้าอิหม่ามเดินขึ้นไป 3 ก้าว หรือมากกว่านั้น จะทำให้เสียละหมาดของอิหม่าม เพราะถือว่าการเดินสามก้าวหรือมากกว่านั้น เป็นการกระทำที่มากไป

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

Custom Search

การละหมาดของคนมีอาชีพขับรถประจำทาง ที่ต้องเริ่มเข้าทำงานตั้งแต่เวลา 13.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. เขาจะละหมาดดุห์ริ กับอัสริด้วยวิธีใด เพราะอยู่ในช่วงเวลาการทำงาน อีกข้อหนึ่ง นาย ก. เป็นอิหม่าม นาย ข. เป็นมะอฺมูม ละหมาดตามกันอยากทราบว่านาย ก. และนาย ข. จะยืนในตำแหน่งใด?

คำตอบ

คนขับรถประจำทางอ้างว่า ไม่มีเวลาจะละหมาดดุห์ริและอัสริ จะทำอย่างไร ที่จริงแล้วคนที่ทำงานทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือลูกจ้าง ก็สามารถจะอ้างได้ว่าไม่มีเวลาละหมาดเหมือนกัน แต่เราต้องดูว่าข้ออ้างดังกล่าว ศาสนายอมรรับข้ออ้างนั้นหรือไม่ ในการอ้างว่าไม่มีเวลาละหมาด ไม่ถือเป็นข้ออุปสรรค (อุโซร) ตามหลักศาสนาที่จะยินยอมให้ทิ้งละหมาด หรือนำละหมาดทั้งสองมาทำรวมกัน ที่เรียกว่าละหมาดญะเมาะอฺ ที่จริงแล้วการทำละหมาดแต่ละครั้ง ใช้เวลาไม่เกินห้านาที ถ้าหากไปทำงานสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด อาบน้ำละหมาดไว้ หาผ้าสะญะดะห์เตรียมไว้ มีช่วงเวลาใดที่ว่าง ก็สามารถละหมาดประจำเวลาได้ทันที ไม่ใช่เป็นเรื่องลำบากแต่อย่างใด การละหมาดตามกันเป็นอิหม่าม เป็นมะอฺมูม ถ้าระยะทางไม่เกิน 300 ศอก ตามกันได้ และได้รับผลบุญ ถ้าหากมีมะอฺมูมเพียงคนเดียว ให้ผู้เป็นมะอฺมูมยืนทางด้านขวาของอิหม่าม โดยให้ส้นเท้าต่ำกว่าส้นเท้าของอิหม่ามเล็กน้อย ถ้าหากมีมะอฺมูมมาร่วมละหมาดอีกหนึ่งคน ให้ยืนละหมาดข้างหลังอิหม่าม และให้คนที่อยู่ทางด้านขวาของอิหม่ามถอยลงมา สองก้าว มาเข้าแถวรวมกับคนที่ละหมาดข้างหลังอิหม่าม

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

คนหนึ่งกำลังละหมาดอยู่ มีอีกคนหนึ่งมาตามทันในขณะกำลังรู่กัวะอฺ จะถือว่าได้ละหมาดร่อกาอัตนั้นหรือไม่ ในกรณีที่มะอฺมูมที่มาละหมาดตาม ทำช้าตามไม่ทันอิหม่าม หมายความว่าอิหม่ามนำทิ้งห่างไป 3 รุก่นยาวๆ มะอฺมูมตามไม่ทัน จะทำอย่างไร หรือจะเหนียตมุฟารอเกาะห์ดี

คำตอบ

มะอฺมูมไปตามทันอิหม่าม ขณะที่อิหม่ามรูกัวะ ถือว่ามะอฺมูมได้ร่อกาอัตนั้นแล้ว ถ้ามะอฺมูมตามอิหม่ามไม่ทัน 3 รุก่นยาวๆ ให้มะอฺมูมข้ามไปทำตามอิหม่ามในรุก่นที่อิหม่ามกำลังกระทำอยู่ และไม่นับร่อกาอัตน ี้เป็นร่อกาอัตของละหมาด และถ้าหากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ก็ให้มะอฺมูมข้ามไปตามอิหม่ามในรุก่นที่อิหม่ามกำลังกระทำอยู่อีก และไม่นับร่อกาอัตนั้น เป็นร่อกาอัตของละหมาด เมื่ออิหม่ามเสร็จละหมาด ให้มะอฺมูม ทำละหมาดต่อไป จนครบจำนวนร่อกาอัตที่ตนข้ามไปทำตามอิหม่าม หรือมะอฺมุมจะเหนียตแยกตัวออกจากการตามอิหม่าม (มุฟารอเกาะห์) ก็ได้ ถือว่าเป็นสิทธิของมะอฺมูมที่จะกระทำได้ แต่ไม่ควรเหนียตแยกตัวออกจากการตาม อิหม่าม (มุฟารอเกาะห์) เพราะจะได้รับผลบุญการทำละหมาดญะมาอะห์ด้วย

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

กำลังยืนละหมาดอยู่ มีเด็กผู้ชายยังไม่ได้เข้าสุหนัต (ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ) มาจับตัวคนละหมาดจะทำให้เสียละหมาดหรือไม

คำตอบ

ให้พิจารณาดังนี้ ถ้าหากเด็กที่ยังไม่ได้เข้าสุหนัตซึ่งถือว่าเด็กนั้นติดต่ออยู่กับนะยิสที่ อยู่ภายใต้หนังที่หุ้มปลายอวัยวะเพศอยู่ ขึ้นขี่หรือทับบนตัวคนละหมาด เมื่อคนที่ละหมาดเคลื่อนไหว เด็กนั้นก็เคลื่อนไหวไปด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้ ถือว่าทำให้เสียละหมาด แต่ถ้าหากเด็กมาจับหรือเกาะตัวคนละหมาด เขาก็รีบปัดออกไปถือว่าไม่ทำให้เสียละหมาด แต่ถ้าหากปล่อยไว้ไม่รีบปัดออกไปถือว่าทำให้เสียละหมาด

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

อิหม่ามละหมาดโดยติดไมค์ไว้ที่เสื้อ แล้วเอาสายไมค์ไปเสียบที่เครื่องขยายเสียง และที่เครื่องขยายเสียงมีนะยิสอยู่ จะถือว่าเป็นการแบกถือนะยิสไว้หรือไม่

คำตอบ

คนละหมาดที่จะเรียกว่าเป็น ผู้แบกถือนะยิสมี 2 รูปแบบ

รูปแบบที่หนึ่ง คนที่กำลังละหมาด แล้วมีนะยิสมาถูกตัวหรือเครื่องนุ่งห่ม ถือว่าเสียละหมาด ส่วนคนที่ละหมาดโดยติดไมค์ไว้ สายไมค์ไปเสียบที่เครื่องขยายเสียงที่สะอาด และเครื่องขยายเสียงไปติดอยู่กับนะยิส ในกรณีนี้ให้พิจารณาดังนี้ ถ้าหากคนละหมาดเคลื่อนไหว ตัวเครื่องขยายเสียงจะเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่? ถ้าหากตัวเครื่องไม่เคลื่อนไหว เพราะสายมันยาว อย่างนี้ไม่ทำให้เสียละหมาด แต่ถ้าหากตัวเครื่องเคลื่อนไหว ขณะที่คนละหมาดเคลื่อนไหว กรณีนี้ถือเป็นการแบกถือนะยิส ที่ทำให้เสียละหมาด

รูปแบบที่สอง ถ้าหากมีสิ่งหนึ่งติดอยู่กับตัวคนละหมาด เช่น เชือก และเชือกนั้นไปติดกับนะยิสโดยตรง ในกรณีนี้ ถือว่าทำให้เสียละหมาด โดยไม่พิจารณาว่านะยิสจะเคลื่อนไหว ด้วยการเคลื่อนไหวของคนละหมาดหรือไม่ แต่ถ้าเชือกชั้นไปติดกับสิ่งหนึ่งที่สะอาด เช่น รองเท้า และรองเท้ามีนะยิสติดอยู่ ให้พิจารณาดูว่ารองเท้าจะเคลื่อนไหว ด้วยการเคลื่อนไหวของคนที่ละหมาดหรือไม่ ถ้ามันไม่เคลื่อนไหว ก็ไม่ทำให้เสียละหมาด ถ้ามันเคลื่อนไหวก็ทำให้เสียละหมาด

สรุป คนที่กำลังละหมาด ถ้าหากเขาถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไว้ เช่น เชือก และเชือกนี้ไปติดอยู่กับนะยิสโดยตรง ในกรณีนี้ถือว่า ทำให้เสียละหมาด ถ้าหากเชือกไปติดกับสิ่งที่สะอาดและสิ่งที่สะอาดนี้ไปติดกับนะยิสอีกต่อ หนึ่ง ให้พิจารณาดังนี้ ถ้าหากคนที่ละหมาดเคลื่อนไหว นะยิสเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ ถ้าหากเคลื่อนไหวทำให้เสียละหมาด ถ้าหากไม่เคลื่อนไหวก็ไม่ทำให้เสียละหมาด

โดย อดีตจุฬาราชมนตรี (นายประเสริฐ มะหะหมัด) และ อาจารย์อาดัม มะหะหมัด

www.cicot.or.th

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม