การกล่าวคำว่า "ซัยยิดินา" ขณะศ่อลาวาตตอนตะฮียาตนั้น เป็นบิดอะฮฺ จริงหรือ?

สลาม อ.อาลีครับ ผมได้ไปอ่านเจอในเว็บหนึ่งครับว่า การกล่าวคำว่า "ซัยยิดินา" ขณะศ่อลาวาตตอนตะฮียาตนั้นเป็นบิดอะฮฺ ผมเลยอยากถามอาจารย์นะครับ ว่า ตกลงเป็นบิดอะฮฺจริงหรือครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับอาจารย์

ถามโดย - Irfan

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

สำหรับคำถาม นี้ เป็นคำถามคาใจ ที่มีมานานแล้ว มิใช่คำถามใหม่ และเป็นผลมาจากมุมมองที่ต่างกัน ของนักวิชาการ นับแต่ยุคอดีต การชี้ขาดว่า การกล่าวคำ ซัยยิดินา (سَيِّدِنَا ) ขณะศอละวาต ในการอ่านตะฮียาต ว่าเป็นบิดอะฮฺ นั้น ก็เป็นความเห็นของนักวิชาการฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถือเป็นความเห็นที่จะชี้ขาด เช่นนั้นได้ อย่างไรก็ตาม ขอนำคำตอบของบรรดานักวิชาการ มานำเสนอ เพื่อเป็นวิทยาทาน ดังนี้

ท่านอัลลามะฮฺ ฮาฟิซฺ ชัมซุดดีน อัสสะคอวีย์ อัชชาฟิอีย์ (ฮ.ศ.831-902) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ เอาไว้ในหนังสือ อัลเกาลุ้ลบะดีอฺ ฟิซ-ซ่อล่าตี้ อะลา อัลฮะบีบ อัชชะฟีอฺ บทที่ 17 หน้า 107 ว่าด้วยการเพิ่มคำว่า ซัยยิดินา ของผู้ละหมาด ว่า : “อัลมัจฺญ์ด์ อัลลุฆ่อวีย์ ได้ระบุไว้ โดยสรุปว่า มีผู้คนเป็นจำนวนมาก จะกล่าวว่า : อัลลอฮุมม่าซ็อลลิอะลาซัยยิดินาอมุฮำมัด ในเรื่องดังกล่าว มีข้อพิจารณา

กล่าวคือ หากเป็นในการละหมาด สิ่งที่ปรากฏชัด (اَلظاهر ) นั้นคือ จะไม่ถูกกล่าว (เช่นนั้น) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถือตามถ้อยคำ ที่มีรายงานมา และเป็นการยุติ อยู่ ณ พระวจนะที่ถูกต้อง ส่วนในกรณี นอกการละหมาดนั้น...... (ท่านฮาฟิซ อัสสะคอวีย์ ได้ระบุความเห็นของท่านอัลมัจญ์ด์ฯ ในเรื่องนี้ ค่อนข้างยาว แล้วทิ้งท้ายว่า ท่านชัยค์ อิซซุดดีน อิบนุ อับดิสสลาม มีความเห็นว่า การนำคำว่า ซัยยิดินา มากล่าวก่อนคำว่า มุฮำมัด นั้น ที่อัฟฎ้อล (ดีที่สุด) นั้นคือการดำเนินตามมารยาท หรือปฏิบัติตามคำสั่ง

ถ้าถือตามกรณีแรก (คือเป็นมารยาท) ก็ถือว่า ส่งเสริมให้ว่า (มุสตะฮับ) โดยกรณีที่สอง (ปฏิบัติตามคำสั่ง) ไม่ส่งเสริมให้ว่า ซึ่งอิหม่ามอัลอัสนะวีย์ ผู้รายงาน จากท่านชัยค์ อิซฺซุดดีน อิบนุ อับดิสสลาม นั้น ท่านยังสับสน (คือไม่แน่ใจ) ว่ากรณีใด อัฟฎ้อล (ดีกว่ากัน)” (อ้างแล้ว หน้า 107-108)

สรุปเบื้องต้นได้ว่า การกล่าวซอละหวาตในละหมาด โดยไม่เพิ่มคำว่า ซัยยิดินา นั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจน เพราะเป็นการถือตามถ้อยคำ ที่มีรายงานมาจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ซึ่งไม่มีการเพิ่มเติมถ้อยคำว่า ซัยยิดินา ในรายงานที่ถูกต้อง ส่วนนอกละหมาดนั้น ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องที่อนุญาต นักวิชาการเพียงแต่ระบุว่า กล่าวซัยยิดินา กับไม่กล่าว อย่างไหนประเสริฐกว่ากัน เท่านั้น มิได้ระบุว่า เป็นบิดอะฮฺ อย่างที่เข้าใจ

อัลฮาฟิซฺ มุฮำมัด อิบนุ มุฮำมัด อิบนิ มุฮำมัด อัลฆ่อรอบีลีย์ (ฮ.ศ.790-835) ได้รายงานความเห็น ของท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุ ฮะญัร อัลอัสกอลานีย์ นักวิชาการคนสำคัญ ของมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ซึ่งมีความชำนาญ ทั้งด้านวิชาฮะดีษ และฟิกฮฺ ว่า : ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุ ฮะญัร (ขอพระองค์อัลลอฮฺ ทรงประทานความสุข แก่ชีวิตของท่านด้วย) ได้ถูกถาม ถึงลักษณะการซอละหวาต แก่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ในการละหมาด หรือนอกการละหมาด ทั้งที่กล่าวกันว่า เป็นสิ่งวาญิบ หรือเป็นสิ่งส่งเสริมก็ตาม นั้น มีเงื่อนไขในการซอละหวาต ว่า ต้องใส่คุณลักษณะของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ด้วยการใส่ซัยยิดินา หรือไม่? เช่นกล่าวว่า อัลลอฮุมม่า ซ็อลลิ อะลา ซัยยิดินา มุฮำมัด หรือ อะลา ซัยยิดิลค็อลกิ และอะลา ซัยยิดิ วะละดิ้ อาดัม เป็นต้น หรือจำกัดอยู่ เฉพาะคำกล่าวที่ว่า : อัลลอฮุมม่า ซ็อลลิ อะลา มุฮำมัด เท่านั้น? อย่างไหนประเสริฐกว่ากัน (อัฟฎ้อล) กล่าวคือ ให้นำคำว่า ซัยยิดินา มากล่าวด้วย เพราะเป็นคุณลักษณะ ที่ยืนยันไว้ให้กับท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) หรือว่า ไม่ต้องนำมากล่าว เพราะไม่มีการระบุ สิ่งดังกล่าวเอาไว้ ในบรรดาหะดีษที่รายงานมา?

ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุ ฮะญัร (ร.ฎ.) ได้ตอบว่า : “ใช่แล้ว! การถือตามบรรดาถ้อยคำ ที่มีรายงานมานั้น มีน้ำหนักมากกว่า (اَلأَرجَحُ ) และจะไม่มีการกล่าวว่า ที่มีการละทิ้งสิ่งดังกล่าว (คือการเติมคำว่า ซัยยิดินา) นั้น เป็นเพราะการถ่อมตน จากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เหมือนอย่างกรณีที่ไม่มีการกล่าว ขณะระบุถึงท่านนบีว่า ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (กล่าวคือ ไม่มีผู้ใดกล่าวว่า ศ็อลลัลลอฮุอะลาซัยยิดินาวะซัลลัม) และประชาชาติของท่านนบี นั้น ถูกส่งเสริม และถูกเรียกร้อง ให้กล่าวสำนวนดังกล่าว ทุกครั้งที่ระบุถึงท่านนบี ทั้งนี้ เพราะเราจะกล่าวว่า : หากการใช้สำนวนดังกล่าว (การเติมซัยยิดินา) เป็นสิ่งที่มีน้ำหนักแล้ว ย่อมมีรายงานมาจากบรรดาสาวก และชนรุ่นตาบิอีน ตามลำดับ และเราไม่พบว่า มีปรากฏการใช้สำนวนดังกล่าว ในบรรดาสิ่งที่มีรายงานมาจากสาวก หรือตาบิอีน ท่านใด ทั้ง ๆ ที่มีรายงานในเรื่องดังกล่าว อย่างมากมาย และนี่คือท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ (ขอพระองค์อัลลอฮฺ ทรงยกฐานะของท่าน ให้สูงส่ง) เป็นบุคคลที่ให้เกียรติ ต่อท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) มากที่สุด ท่านยังได้กล่าว ในคำคุฏบะฮฺตำราของท่าน ซึ่งเป็นตำราหลัก ของบรรดาผู้ถือตามมัซฮับของท่านว่า : “อัลลอฮุมมะ ซ็อลลี่ อะลามุฮำมัด” (ดูในบิดะอฺ ว่า อัคฏออฺ อัลมุซ็อลลีน ; อบูอัมร์ อิมาด ซะกีย์ อัลบารูดีย์ ; มักตะบะฮฺ อัตเตาฟีกียะฮฺ (ไคโร) หน้า 153-154)

ในหนังสืออัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุล มุฮัซซับ ลิชชีรอซีย์ ของท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ (ร.ฮ.) เล่มที่ 3 หน้า 448 ระบุว่า : ท่าน อิหม่ามอัชชาฟิอีย์ และ อัลอัศฮาบ (บรรดานักวิชาการ สังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์) กล่าวว่า : ที่ประเสริฐที่สุด (อัลอัฟฎ้อล) ในลักษณะของการซอละหวาตนั้น คือการกล่าวว่า : “อัลลอฮุมม่า ซ็อลลิ อะลา มุฮำมัด ว่า อะลา อาลิ มุฮำมัดจะเห็นได้ว่า ไม่มีการกล่าวคำ ซัยยิดินา แต่อย่างใด?

สรุปจากที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ความว่า การถือตามสำนวน และถ้อยคำ ที่มีรายงานมาจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ในเรื่องการซอละหวาตนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุด (الأفضل ) และมีน้ำหนัก มากที่สุด (اَلأرْجَحُ ) ตามความเห็น ของท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ (ร.ฮ.) และเหล่านักวิชาการ สังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ และเมื่อการเติมคำว่า “ซัยยิดินา” ในการซอละหวาต โดยเฉพาะในการละหมาด (ช่วงหลังตะฮียาต) มีความเห็นขัดแย้ง ระหว่างนักวิชาการ ก็ให้หลีกห่างข้อขัดแย้ง ไปกระทำ สิ่งที่ไม่มีการขัดแย้ง

والله أعلم

1. การถ่ายทอดคำฟัตวา ของท่านมุฮำมัด อิบนุ มุฮำมัด อัลฆ่อรอบีลีย์ จากลายมือ ของท่านอัลฮาฟิซ อิบนุ ฮะญัร (ร.ฮ.) ในเรื่องข้างต้น อาจถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการถ่ายทอดคำฟัตวา ที่ไม่มีน้ำหนัก โดยให้เหตุผลว่า ท่านอัลฆ่อรอบีลีย์ น่าจะถ่ายทอดจากท่านอิบนุ ฮะญัร (ร.ฮ.) ซึ่งเป็นอาจารย์ ของท่านอัลฆ่อรอบีลีย์ ในรูปของการริวายะฮฺ แทนที่จะถ่ายทอด จากลายมือการเขียนคำฟัตวาของอาจารย์

การตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ อาจก่อให้เกิดความสับสน ในการถ่ายทอดความรู้ จากเหล่านักปราชญ์ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากการถ่ายทอดความรู้ จากเหล่านักปราชญ์ สามารถกระทำได้ 2 วิธีการ กล่าวคือ การถ่ายทอด ในรูปแบบการริวายะฮฺ จากปากของผู้รู้ ซึ่งเป็นอาจารย์ (مِنْ فَمِ الشُّيُوْخِ ) โดยตรง และการถ่ายทอด จากลายมือ หรือข้อเขียน ของนักปราชญ์ ซึ่งอาจจะเป็นอาจารย์ของผู้ถ่ายทอดเอง หรือไม่ก็ตาม

ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 01, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

 

จำนวนผู้เข้าชม