Custom Search

ศรัทธาชน คือ ?

อาจารย์ อิบรอเฮม และซัน

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขอตักเตือนท่านทั้งหลาย และตัวข้าพเจ้าเอง  จงพยายามตั้งมั่น อยู่ในความยำเกรง ต่ออัลเลาะห์ อย่างแท้จริง โดยพยายามประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่อัลเลาะห์ ทรงใช้ และพยายามออกห่างไกล ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม อย่างเด็ดขาด

ท่านพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด หรือชนชาติหนึ่งชนชาติใด ที่เขาจะถูกศัตรูของพวกเขา ทำลายล้างได้นั้น อาวุธที่เขานำมาใช้ อันดับแรกคือ การทำให้เกิดความแตกแยก ในกลุ่มนั้นๆ ไม่ว่าจะในเรื่องเชื้อชาติ หรือเรื่องศาสนา ก็ตาม เพราะฉะนั้น เราจะได้เห็นพี่น้องร่วมศาสนาของเรา ที่ถูกทำลาย ไม่ว่าจะในอัฟกานิสถาน หรือ ลิเบีย อันดับแรก ก็คือ การสร้างความแตกแยก

เพราะฉะนั้น ความแตกแยกสามัคคี จึงเป็นที่มาของความอ่อนแอ และหายนะ เพราะฉะนั้น เราเกิดมาเป็นมุสลิม เราต้องทำตัวอย่าง ให้ลูกหลานได้เห็น ถึงความรักใคร่สามัคคีกัน เหมือนดุจดังแขนงไม้ไผ่ก้านเล็กๆ ที่เรานำมารวมเป็นมัดเดียวกัน มันจะมีความแข็งแรง ยากที่ผู้ใดจะหักมันได้ หรือถ้าจะหักมันได้ ก็ต้องใช้กำลังอย่างมาก จงมีความอ่อนโยน และให้อภัยซึ่งกันและกัน มีความเกื้อกูลต่อกัน ความสมานฉันท์ ก็จะเกิดขึ้นแก่คนในสังคมนั้น อย่างมีความสงบสุข

ศรัทธาชนที่เคารพรัก ชีวิต คือความเป็นอยู่  สังคม คือหมู่คนที่เจริญแล้ว ร่วมคบค้าสมาคมกัน ชีวิตย่อมขึ้นอยู่กับสังคม สังคมย่อมขึ้นอยู่กับชีวิต ชีวิตกับสังคมต้องเป็นของคู่กัน  จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดเสียมิได้ ก็เพราะเหตุว่ามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ จะมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตามลำพังมิได้ ต้องมีการคบค้าสมาคมกัน ต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แล้วทำอย่างไร เราจึงจะปรับตัวเอง ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และสังคมได้ ?

ท่านนบีมูฮำมัด กล่าวไว้ว่า

اَلمُؤْمِنُ الَّذِى يُخَالِطُ النَّاسَ وَيُصْبِرُ عَلَى أَذَاهُمْ أَعْظَمُ أَجْراً مِنَ الَّذِى لاَيُخَالِطُهُمْ وَلاَيُبْصِرُ عَلَى أَذَاهُمْ

ความว่า ศรัทธาชนที่อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ และมีความอดกลั้นต่ออันตราย หรือความไม่สบายใจต่าง ๆ ที่พวกเขาก่อขึ้น บุคคลผู้นี้ จะได้รับกุศลผลบุญ มากกว่าผู้ที่ไม่คบค้าสมาคมกับเพื่อนมนุษย์ และมากกว่าผู้ที่ไม่มีความอดกลั้น ต่ออันตราย หรือความไม่สบายใจต่าง ๆ ที่พวกเขาก่อขึ้น

อัลฮาดีสบทนี้ เป็นคำตอบที่ดี สำหรับคำถามดังกล่าว และยังส่งเสริมให้เราท่านทั้งหลาย ได้มีความรักใคร่ มีความสามัคคี ตลอดจนไปมาหาสู่กัน คบค้าสมาคมกัน และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การกระทำดังกล่าวนี้ จะนำมาซึ่งความมั่นคง และความสูงส่งของศาสนา เพราะเราจะเป็นบุคคลที่ดีได้ ต้องมีจิตใจที่ใสสะอาด เข้าซึ้งถึงจิตใจเพื่อนมนุษย์ เป็นบุคคลที่รักมนุษย์ทุกคน รักที่จะทำดีให้แก่ทุกคน ความรักอันนี้ มันจะเป็นพลังที่คอยทำลายสิ่งที่ขวางกั้น และเป็นพลังที่จะแผ้วถางแนวทาง ให้เราเข้าสู่เป้าหมาย อันเที่ยงตรง พร้อมกันนั้น เราก็จะต้องรักษามารยาทอันดีงาม เพื่อมิให้เป็นที่เดือดร้อน รบกวนเพื่อนมนุษย์ และไม่เป็นที่รังเกียจ แก่คนทั่วไป

ศรัทธาชนที่รักทั้งหลาย คำว่า المُؤْمِنُ “ศรัทธาชน” ซึ่งเป็นคำแรกของฮาดีสบทนี้ ได้ให้ประโยชน์แก่เรามากมาย โดยได้บอกให้เราทราบ ถึงลักษณะของบุคคลที่ท่านรอซูล ทรงรับรองเอาไว้ว่า จะเป็นผู้ที่ได้รับกุศลผลตอบแทน อย่างมากนั้น บุคคลผู้นี้ก็คือ บุคคลที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจได้ เป็นผู้ที่ศรัทธา เป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ ทั้งกายและใจ และเป็นผู้ที่สุจริต โดยไม่หวังผลตอบแทน จากการกระทำ

          ลักษณะของบุคคลดังกล่าวมานี้ จะมีขึ้นได้ ก็ในบุคคลที่อยู่ในกรอบของศาสนา อันได้มาจากคำสั่งสอน ของอัลกุรอาน และอัลฮาดีส เท่านั้น เพราะบุคคลผู้นี้ จะอยู่บนโลกดุนยานี้ อย่างดีงาม และเป็นบุคคล ที่ถึงขั้นที่เรียกว่า ความยั่วยวน ความเสน่หาต่าง ๆ ไม่สามารถจะดึงดูด และชักชวนเขา ให้ตกอยู่ในความเสี่อมเสียได้ นอกจากจะอยู่ในขอบเขต ที่ศาสนาอนุญาตให้เท่านั้น
 
         หลังจากที่ท่านรอซูล ได้กล่าวลักษณะอันดีงาม ของผู้ที่อยู่ร่วมกัน คบค้าสมาคมกันแล้ว ท่านรอซูล ก็กล่าวเพิ่มอีกลักษณะหนึ่ง ในอัลฮาดีสนั้น ซึ่งเป็นลักษณะที่แสดงออกอย่างชัดเจน หลังจากการอยู่ร่วมกัน คบค้าสมาคมกัน เราทุกคนจะไม่มีโอกาสรู้จักลักษณะนี้ได้ นอกจากเมื่อเราได้คบค้าสมาคมกัน ลักษณะที่กล่าวมานั้น ก็คือ  صبر  “ความอดกลั้น” เพราะ เราทุกคนต่างจิตต่างใจ ต่างนิสัยใจคอ ได้มาอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ซึ่งบางที่เราอาจจะได้ยิน หรือบางที เราอาจจะแลเห็นบางคนพูดจา หรือทำสิ่งที่ไม่น่าดู ชวนโมโห เราก็ต้องใช้ความอดกลั้น และการให้อภัย

เพราะเหตุนี้แหละ ท่านรอซูล   จึงได้สัญญากับประชาชาติของท่านว่า บุคคลผู้นี้เท่านั้น จะได้รับกุศลผลบุญตอบแทน อย่างมาก การตอบแทนแบบนี้ จะพบได้ก็สำหรับผู้ที่มีความอดกลั้น และพยายามปรับตัวของเขา ให้เป็นผู้เจริญรอยตาม บุคคลที่มีจรรยามารยาท อันประเสริฐยิ่ง นั่นก็คือท่านรอซูล   อีกด้วย

ดังอัลกุรอานที่กล่าวว่า

إِنَّكَ لَعَلَى خُلُقٍ عَظِيمٍ
 
ความว่า แท้จริงท่านมีจรรยามารยาท อันประเสริฐยิ่ง

ทั้งนี้ ก็เพราะท่านรอซูล ถูกแต่งตั้งมา เพื่อให้เป็นแบบฉบับที่ดีงาม ในเรื่องจรรยามารยาท อันประเสริฐ เป็นแบบฉบับ ในเรื่องชีวิตประจำวัน และยังเป็นผู้ที่สมบูรณ์แบบ ในการเป็นรอซูล ของพระองค์ ที่เราจะต้องปฏิบัติตามอีกด้วย

ศรัทธาชนที่เคารพทั้งหลาย ศาสนาอิสลามต้องการอย่างยิ่ง ที่จะจัดระบบสังคม ให้เจริญในแนวทางที่สูงส่ง ให้ดำเนินไปอย่างมีเกียรติร่วมกัน ในบรรดามวลสมาชิก และให้มีการช่วยเหลือเกื้อ กูลซึ่งกันและกัน อันจะทำให้ทุกคนในสังคม อยู่ร่วมกัน อย่างสงบสุข ไม่มีการชิงดีชิงเด่น ปัดแข้งปัดขากัน เป็นสังคมที่เป็นแบบอย่าง แห่งความประเสริฐ และภารดรภาพ

เหตุนี้ท่านรอซูล   ได้กล่าวไว้ว่า

ْثَلاَثٌ يُصْفِينَ لَكَ وُدَّ أخِيكَ أَن تَبْدَأَهُ بِالسَّلاَمِ وَأَن تُوَسِّعَ لَهُ فِى المَجْلِسِ وَأَن تُنَادِيَهُ بِأَحَبَّ أَسْمَائِهِ وَإِلَيهِ

ความว่ามีอยู่ 3 ประการ ที่จะทำให้เพื่อนของท่าน มีความรักใคร่ ในตัวของท่าน อย่างจริงใจ คือ

 1. ท่านจะต้องเป็นผู้เริ่มให้สลาม แก่เพื่อนก่อน
 2. ท่านจะต้องขยับเขยื้อน เพื่อให้ที่นั่งแก่เขา ในที่ชุมชน (เมื่อเขามุ่งมายังเรา) และ
 3. ท่านจะต้องร้องเรียกชื่อของเพื่อน ด้วยนามชื่อ ที่เขาชื่นชอบมากที่สุด

ทั้ง 3 ประการ ในฮาดีสที่กล่าวมานี้ จะทำให้เกิดภารดรภาพที่มั่นคง เที่ยงแท้ และความรัก อย่างบริสุทธิ์ใจ และจะทำให้ผู้ปฏิบัติ ได้รับเกียรติอันสูงส่งอีกด้วย

เพราะการเริ่มให้สลามของท่าน แก่เพื่อน ก็คือ ท่านจะต้องกล่าวออกมา ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่ออัลเลาะห์   ดังพอสมควร ในขณะที่พบเพื่อนว่า السلام عليكم  “อัสสลามมุอาลัยกุม” ซึ่งถือเป็นการทำความเคารพที่ดี และท่านจะต้องไม่รีรอ ให้เพื่อนของท่าน เป็นผู้เริ่มให้สลามก่อน การกระทำแบบนี้ จะเป็นผลดีในการแสดงออก ถึงความนอบนอมถ่อมตน และให้เกียรติแก่เพื่อน

การให้สลามนั้น ศาสนาถือว่าเป็นสุนัต หมายความว่า  การให้สลามแก่คนหนึ่งคนใด ที่เป็นมุสลิมนั้น จะได้รับกุศลผลบุญ จากพระองค์อัลเลาะห์ แต่เมื่อมิได้เริ่มให้สลามแก่เขา ก็มิได้รับโทษทัณฑ์ แต่อย่างใด ส่วนการรับสลามนั้น ศาสนาถือว่าเป็น วายิบ คือ ถือว่าเป็นหน้าที่ ที่จำเป็นที่จะต้องรับสลาม และจะได้รับโทษทัณฑ์ จากพระองค์อัลเลาะห์ สำหรับผู้ที่ทำนิ่งเฉย หรือเฉยเมย ต่อการรับสลาม

          การให้สลามต่อกันนั้น เป็นส่วนสำคัญ ที่จะคอยปลูกฝังความรัก และความเป็นภารดรภาพ ให้เกิดขึ้นในจิตใจซึ่งกันและกัน ฉะนั้น สมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องให้สลามแก่ทุกคน ไม่จำกัดชั้นวรรณะ จะรู้จักหรือไม่ ก็ตาม ถ้าหากทราบว่า ผู้นั้นเป็นมุสลิม

คุตบะห์วันศุกร์ ณ มัสยิดท่าอิฐ

www.islammore.com

หน้าหลัก

มิถุนายน 15, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน  
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม