Custom Search

วิชา มุสตอละฮุ้ลหะดีษ (หลักพิจารณาอัลหะดีษ)

โดย รอฟีกี มูฮำหมัด

ก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนในวิชานี้ เราก็ควรจะได้ทราบกันก่อนว่า วิชานี้ มีที่มาอย่างไร เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในวิชานี้ ได้อย่างถูกต้อง ผมทำการสรุปเนื้อหา และใจความสำคัญจากหนังสือ "อัลว่าญีส ฟี อู่ลูมิ้ลฮ่าดีษ" เป็นหนังสือประจำคณะอู่ซูลุดดีน ซึ่งถูกนำมาเป็นหลักสูตรในคณะชารีอัต (กฎหมายอิสลาม) ในปีที่ 1 แต่งโดย อุสตาร ด๊อกเตอร์ อัลคู่ชูอีย์ อัลคู่ชูอีย์ มูฮำหมัด อัลคู่ชูอีย์ เป็นผู้ที่สอนวิชาอัลหะดีษ ของมหาลัยอัล-อัซฮัร และผมขอใช้หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือหลัก ในการถ่ายทอดวิชานี้....เพื่อเป็นแนวทางแห่งความเข้าใจ

1. คำนิยาม

มุสตอละฮุ้ลหะดีษ ก็คือ วิชาที่ว่าด้วยหลักการ และกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่จะทำให้เราทราบ ถึงสถานภาพของมะตัน ( المتن ) ตัวบทหะดีษ , สะนัด ( السند ) สายรายงาน , และสถานะภาพของรอวีย์ ( الراوي ) ผู้รายงานหะดีษ , ทั้งในแง่ของการยอมรับ และการปฏิเสธหะดีษ

2. ความเป็นมา

เป็นที่ยอมรับในหมู่นักวิชาการอิสลามว่า "วิชามุสตอละฮุ้ลหะดีษ" นั้น มิได้ถูกบันทึกไว้ เป็นการเฉพาะในสามศตวรรษแรก (คือ 300 ปีแรก แห่งฮิจเราะห์ศักราช)  แต่วิชานี้ถูกบันทึกไว้ รวมกับวิชาการอื่นๆ อาทิเช่น วิชาฟิกห์ และวิชาอุซูลุ้ลฟิกห์  ซึ่งผู้ที่ทำการบันทึกเป็นท่านแรก ก็คือ ท่านอีหม่ามชาฟิอีย์ (รฮ.) ซึ่งท่านบันทึกไว้ ในหนังสือ "อัรริซาละห์" และหนังสือ "อัลอุม" และท่านอีหม่ามมาลิก (รฮ.) ก็ได้บันทึกไว้เช่นกัน ในหนังสือ "อัลมู่วัตเตาะอ์" และท่านอีหม่ามอบูดาวูด (รฮ.)ก็ได้บันทึกไว้ ในหนังสือ "ริซาละห์ อี่ลา อะห์ลี่ มักกะห์" เป็นต้น ครั้นต่อมา เมื่อวิชาความรู้ทางด้านของหะดีษ ได้มีการพัฒนาการขึ้น คำศัพย์ต่างๆ ในวิชานี้ ก็ถูกบัญญัติขึ้น และเริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในหมู่อุลามาอ์

ถูกกล่าวว่า อุละมาอ์ท่านแรก ที่ได้เรียบเรียงหลักสูตร ในวิชามุสตอละฮุ้ลหะดีษ ก็คือ ท่านอีมามอัรรอม่าฮุรมุซีย์ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะห์ที่ 360) ซึ่งอยู่ในศตวรรษที่สี่ หลังจากนั้นวิชานี้ ก็ได้รับความสนใจ จากบรรดาอุละมาอ์ ในยุคถัดมา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยได้มีการพัฒนาหลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับวิชานี้ และมีการอธิบายหลักการของวิชานี้ อย่างละเอียด จนในที่สุด วิชานี้ก็ได้แตกแขนง ออกเป็นหลักวิชาการต่างๆอีกมากมาย เช่น วิชาตัครีจญ์อัลหะดีษ  วิชาอี่ลัลหะดีษ  วิชาอัลญัรฮู่วัตตะอ์ดี้ล เป็นต้น ซึ่งแต่ละสาขาวิชา ก็จะมีการรวบรวมเนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับหลักของวิชานั้นๆ อย่างสมบูรณ์

3. ผลของการเรียนวิชานี้

ทำให้เราสามารถแยกแยะ หะดีษที่ซอเฮียะห์ ออกจากหะดีษ ที่มีข้อบกพร่องได้

4. บางส่วนของคำนิยามในวิชานี้

ก่อนที่เราจะเข้าสู่บทเรียน ในวิชานี้ กระผมขอนำเสนอ คำนิยามบางส่วน ของวิชานี้ก่อน เพื่อให้พี่น้องทุกท่าน เกิดความง่ายดาย ต่อการเข้าใจศัพย์ทางวิชาการ และจะได้ไม่เกิดความสับสน ในภายหลัง

4.1. อัลหะดีษ

คำว่า หะดีษ ( الحديث ) ในแง่ของภาษา ก็คือ "ของไหม่" ซึ่งมีความหมายตรงข้าม กับคำว่า ก่อดีม ( القديم ) แปลว่า "ของเก่า หรือ ของดั้งเดิม"

และในแง่ของวิชาการนั้น คำว่า "หะดีษ" นั้น บรรดาอุลามาอ์ ได้ให้คำนิยามไว้ 3 ทัศนะ คือ

ทัศนะ ที่ 1 หมายถึง : สิ่งที่พาดพิงไปยังท่านนบี (ซล.)อันเกี่ยวกับคำพูด , การกระทำ , การยอมรับ , ลักษณะความเป็นมนุษย์ , และมารยาทของท่าน , ตลอดจนการเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตของท่าน ทั้งในยามตื่น และยามนอน , และรวมถึงสิ่งที่พาดพิง ไปยังซอฮาบะห์ของท่าน และบรรดาตาบีอีน อันเกี่ยวกับคำพูด และการกระทำ , ทัศนะนี้ เป็นทัศนะของญุมฮูรอุลามาอ์

เมื่อพิจารณาจากคำนิยามนี้ จะคลอบคลุม 3 เรื่อง คือ

1. หะดีษมัรฟัวะอ์ (مرفوع ) หมายถึง สิ่งที่พาดพิง ไปยังท่านร่อซู้ล (ซล.) อันเกี่ยวกับคำพูด การกระทำ และการยอมรับของท่าน มารยาท และลักษณะ ความเป็นมนุษย์ของท่าน
2. หะดีษเมากูฟ ( موقوف ) หมายถึง สิ่งที่พาดพิง ไปยังซอฮาบะห์ อันเกี่ยวกับคำพูดและการกระทำ
3.หะดีษมักตัวะอ์ (مقطوع ) หมายถึง สิ่งที่พาดพิง ไปยังตาบิอีน หรือ บุคคลที่อยู่หลังจากตาบิอีน อันเกี่ยวกับคำพูดและการกระทำ

ทัศนะ ที่ 2 หมายถึง : สิ่งที่พาดพิง ไปยังท่านนบี (ซล.) อันเกี่ยวกับคำพูด , การกระทำ , การยอมรับ , ลักษณะความเป็นมนุษย์ , และมารยาทของท่าน , ตลอดจนการเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตของท่าน ทั้งในยามตื่นและยามนอน แต่ไม่รวมถึงสิ่งที่พาดพิง ไปยังซอฮาบะห์ ซึ่งกล่าวได้ว่า ทัศนะนี้ ก็คือ สิ่งที่ถูกเรียกว่า "หะดีษมัรฟัวะอ์"

ทัศนะที่ 3 หมายถึง : สิ่งที่พาดพิงไปยังท่านนบี (ซล.)อันเกี่ยวกับคำพูด และการกระทำเท่านั้น และสิ่งที่ออกมาจากท่าน ก็จะถูกเรียกว่า "อัลหะดีษ"

และนี่ก็คือ 3 ทัศนะ ของบรรดาอุลามาอ์ จากสิ่งที่ถูกเรียกว่า "หะดีษ" ดังนั้น การจำกัดการเข้าใจหะดีษ แค่เพียงคำพูด และการกระทำของท่านร่อซู้ล (ซล.)เท่านั้น จึงถือเป็นทัศนะ ที่ต่างจากความเข้าใจ ของญุมฮูรอุลามาอ์ ดังนั้น เมื่อเราถือตามความเข้าใจ ของญุมฮูรอุลามาอ์แล้ว เราก็จะพบได้ว่า สิ่งที่ซอฮาบะห์และตาบีอีน กระทำนั้น ก็ถือ เป็นหะดีษและถือเป็นหลักฐาน ในการปฎิบัติตามด้วยเช่นกัน ดังที่ท่านนบี (ซล.) ได้ทรงกล่าวไว้ จากการรายงาน ของท่านอับดุลเลาะห์ บิน มัสอู๊ด ว่า ท่านร่อซู้ล (ซล.) ทรงกล่าวว่า

ความว่า "กลุ่มชนที่ดีที่สุด ก็คือ กลุ่มชนที่อยู่ในยุคของฉัน (คือบรรดาซอฮาบะห์) ต่อมาก็คือกลุ่มชน ที่อยู่ในยุคถัดจากพวกเขา (คือบรรดาตาบิอีน) หลังจากนั้น ก็คือกลุ่มชน ที่อยู่ในยุคถัดจากพวกเขาไปอีก (ก็คือบรรดาตาบิอิต ตาบิอีน)" (บันทึกโดย ท่านอีหม่ามบุคอรีย์ หะดีษที่ 2652 และอีหม่ามมุสลิม หะดีษที่ 2533)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม