Custom Search

 ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ใคร่ครวญเนื้อหาจากหะดีษบทหนึ่ง

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺ ขอการประทานพร และความสันติ มีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ข้าขอปฏิญานว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดนั้น เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

รายงานจากท่านสะฮ์ลฺ บิน สะอัด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านญิบรีลได้มาหา ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และได้กล่าวว่า

«يَا مُحَمَّدُ، عِشْ مَا شِئْتَ فَإِنَّكَ مَيِّتٌ، وَأَحْبِبْ مَنْ شِئْتَ فَإِنَّكَ مُفَارِقُهُ، وَاعْمَلْ مَا شِئْتَ فَإِنَّكَ مَجْزِيٌّ بِهِ، ثُمَّ قال: يَا مُحَمَّدُ شَرَفُ الْمُؤْمِنِ قِيَامُ اللَّيْلِ، وَعِزُّهُ استِغْنِاؤُهُ عَنِ النَّاسِ» [مستدرك الحاكم 4/360-361، وقال المنذري في كتابه الترغيب والترهيب 1/485، رواه الطبراني في الأوسط وإسناده حسن، وصححه الألباني في صحيح الجامع الصغير 1/76 برقم 73 ]

ความว่า “โอ้มุหัมมัด เจ้าจงมีชีวิตอยู่ตามที่เจ้าประสงค์ เพราะแท้จริงแล้ว สักวันเจ้าก็ต้องตาย เจ้าจงรักคนที่เจ้ารัก เพราะแท้จริงสักวัน เจ้าจะต้องจากเขาไป และเจ้าจงทำการงาน ที่เจ้าประสงค์ แท้จริงแล้ว เจ้าจะถูกตอบแทนในการงานนั้น" แล้วท่านญิบรีล ก็ได้กล่าวต่อไปว่า "โอ้มุหัมมัด เกียรติยศของผู้ศรัทธานั้น อยู่ที่การยืนละหมาด ในเวลากลางคืน และศักดิ์ศรีของเขา ก็คือการที่เขามีความเพียงพอ ไม่หวังในทรัพย์ของผู้อื่น (ไม่ขอจากผู้อื่น)” (ดู อัล-มุสตัดร็อก ของ อัล-หากิม 4/360-361 ท่านมุนซิรีย์ ได้กล่าวในหนังสือ อัต-ตัรฆีบ วะ อัต-ตัรฮีบ ของท่านว่า รายงานโดย อัฏ-เฏาะบะรอนีย์ ในอัล-เอาสัฏ โดยสายรายงานที่ดี และท่านเชคอัล-อัลบานีย์ ได้กล่าวว่า เป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือเศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ อัศ-เศาะฆีรฺ 1/76 หมายเลข 73)

หะดีษบทนี้ มีเนื้อหาที่มีข้อคิดข้อเตือนใจ ที่สำคัญ และเป็นประโยชน์ยิ่ง จากท่านมะลาอิกะฮฺญิบรีล อะลัยฮิสสะลาม ที่เราควรจะนำมาคิด และพิจารณา

คำพูดของท่านที่ว่า “เจ้าจงมีชีวิตอยู่ ตามที่เจ้าประสงค์” หมายความว่า ถึงแม้อายุของเจ้า จะยืดยาวแค่ไหน บนโลกนี้ ความตาย ก็คือจุดจบของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿كُلُّ نَفۡسٖ ذَآئِقَةُ ٱلۡمَوۡتِۗ وَإِنَّمَا تُوَفَّوۡنَ أُجُورَكُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۖ فَمَن زُحۡزِحَ عَنِ ٱلنَّارِ وَأُدۡخِلَ ٱلۡجَنَّةَ فَقَدۡ فَازَۗ وَمَا ٱلۡحَيَوٰةُ ٱلدُّنۡيَآ إِلَّا مَتَٰعُ ٱلۡغُرُورِ ١٨٥﴾ [آل عمران: ١٨٥

ความว่า “แต่ละชีวิตนั้น จะได้ลิ้มรสแห่งความตาย และแท้จริง พวกเจ้าจะได้รับรางวัลของพวกเจ้า โดยครบถ้วน ในวันปรโลก  แล้วผู้ใดที่ถูกให้ห่างไกลจากไฟนรก และถูกให้เข้าสวรรค์แล้วไซร้ แน่นอน เขาก็ได้รับชัยชนะแล้ว และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้นั้น มิใช่อะไรอื่น นอกจากสิ่งอำนวยประโยชน์ แห่งการหลอกลวงเท่านั้น” (อาล อิมรอน 185)

            และพระองค์ตรัสว่า

﴿إِنَّكَ مَيِّتٞ وَإِنَّهُم مَّيِّتُونَ ٣٠ ثُمَّ إِنَّكُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ عِندَ رَبِّكُمۡ تَخۡتَصِمُونَ ٣١ ﴾ [الزمر: ٣٠-٣١

ความว่า “แท้จริง เจ้าจะต้องตาย และแท้จริงพวกเขา ก็จะต้องตาย แล้วแท้จริง พวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ จะถกเถียงกัน ต่อหน้าพระเจ้าของพวกเจ้า” (อัซ-ซุมัรฺ 30-31)

นักกวีกล่าวในบทกลอนว่า

كلُّ ابنِ أُنْثى وإنْ طالَتْ سَلامَتُه           يوماً على آلَةٍ حَدْباءَ مَحْمولُ

ความว่า ลูกของสตรี (มนุษย์) ทุกคน  แม้จะมีความปลอดภัย ยาวนานแค่ไหน  วันหนึ่งเขาก็จะต้องถูกแบก บนที่แบกศพ (ตาย)

กวีท่านอื่นกล่าวว่า

المَوْتُ بَابٌ وَكُلُّ النَّاسِ دَاخِلُهُ              فَلَيْتَ شِعْرِيْ بَعْدَ المَوْتِ مَا الدَّارُ

ความว่า ความตายนั้น เป็นประตูหนึ่งที่ทุกคน ต้องผ่านเข้าไป  โอ้ หากว่าฉันได้รู้ล่วงหน้า ว่า หลังความตายที่ไหน คือบ้านที่พำนักของฉัน

عن أَبِي هُرَيْرَةَ رضي الله عنه، قَالَ: أُرْسِلَ مَلَكُ الْمَوْتِ إِلَى مُوسى عَلَيهِ السَّلاَمُ، فَلَمَّا جَاءَهُ صَكَّهُ، فَرَجَعَ إِلَى رَبِّهِ، فَقَالَ: أَرْسَلْتَنِي إِلَى عَبْدٍ لا يُرِيدُ الْمَوْتَ، فَرَدَّ اللهُ عَلَيْهِ عَيْنَهُ، وَقَالَ: ارْجِعْ فَقُلْ لَهُ يَضَعُ يَدَهُ عَلَى مَتْنِ ثَوْرٍ فَلَهُ بِكُلِّ مَا غَطَّتْ بِهِ يَدُهُ، بِكُلِّ شَعْرَةٍ سَنَةٌ، قَالَ: أَيْ رَبِّ ثُمَّ مَاذَا؟ قَالَ: ثُمَّ الْمَوْتُ، قَالَ: فَالآنَ. فَسَأَلَ اللهَ أَنْ يُدْنِيَهُ مِنَ الأَرْضِ الْمُقَدَّسَةِ رَمْيَةً بِحَجَرٍ، قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللهِ صلى الله عليه وسلم: «فَلَوْ كُنْتُ ثَمَّ لَأَرَيْتُكُمْ قَبْرَهُ إِلَى جَانِبِ الطَّرِيقِ، عِنْدَ الْكَثِيبِ الأَحْمَرِ» [البخاري برقم 1339 ]

ความว่า มีรายงานจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า  มะลาอิกะฮฺผู้ปลิดวิญญาน ได้ถูกส่งมายังนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม เมื่อมะลาอิกะฮฺมาถึง มูซาก็ได้ทุบตีมะลาอิกะฮฺนั้น (จนนัยน์ตาถลนออกมา เพราะไม่รู้จัก) เขา (มะลาอิกะฮฺ) ก็กลับไปหาอัลลอฮฺ และกล่าวว่า พระองค์ได้ส่งฉันไปยังคน ที่ไม่ยอมตาย อัลลอฮฺทรงให้นัยน์ตาของมะลาอิกะฮฺ กลับคืนเป็นปรกติ และกล่าวว่า จงกลับไปหาเขา แล้วกล่าวกับเขา (นบีมูซา) ว่าให้เขานั้น วางมือลงบนหลังวัวตัวผู้ แล้วสำหรับเขา แล้วส่วนที่มือของเขาปกปิดหลังวัวนั้น เส้นทุกเส้นบนหนังวัวส่วนนั้น จะต่ออายุให้หนึ่งปี มะลาอิกะฮฺกล่าวว่า โอ้ ผู้อภิบาล แล้วหลังจากนั้นล่ะ? อัลลอฮฺตรัสว่า จากนั้นก็คือความตายของเขา (พอถึงเวลาที่กำหนด) มูซากล่าวว่า ตอนนี้แล้วสินะ แล้วมูซาก็ได้ขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ให้เขาเข้าใกล้ แผ่นดินบริสุทธิ์ ใกล้ในระยะขว้างด้วยหินถึง (ให้เขาตายใกล้บัยตุลมักดิส มากที่สุด) ท่าน อบูฮุร็อยเราะฮฺ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “หากฉันอยู่ที่นั่น ฉันจะให้พวกท่าน ดูสุสานของเขา (นบีมูซา) ที่อยู่ริมถนน ตรงกองทรายแดง” (อัล-บุคอรีย์ 1339)

ส่วนหนึ่งของประโยชน์ จากคำกล่าวที่ว่า “จงมีชีวิตอยู่ตามที่เจ้าประสงค์ เพราะแท้จริงแล้ว สักวันเจ้าก็ต้องตาย” นั่นคือ มุสลิมพึงรู้ว่า ความตายนั้น อาจมาอย่างกะทันหัน ในขณะที่เขาอยู่ในภาวะ ที่ไม่นึกถึงมัน อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿وَأَنفِقُواْ مِن مَّا رَزَقۡنَٰكُم مِّن قَبۡلِ أَن يَأۡتِيَ أَحَدَكُمُ ٱلۡمَوۡتُ فَيَقُولَ رَبِّ لَوۡلَآ أَخَّرۡتَنِيٓ إِلَىٰٓ أَجَلٖ قَرِيبٖ فَأَصَّدَّقَ وَأَكُن مِّنَ ٱلصَّٰلِحِينَ ١٠ وَلَن يُؤَخِّرَ ٱللَّهُ نَفۡسًا إِذَا جَآءَ أَجَلُهَاۚ وَٱللَّهُ خَبِيرُۢ بِمَا تَعۡمَلُونَ ١١ ﴾ [المنافقون: ١٠-١١

ความว่า “และจงบริจาค จากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพ แก่พวกเจ้า ก่อนที่ความตาย จะเกิดขึ้นแก่ผู้ใด ในหมู่พวกเจ้า แล้วเขาก็จะกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ มาตรว่าพระองค์ท่านทรงผ่อนผัน ให้แก่ข้าพระองค์อีกชั่วเวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อที่ข้าพระองค์จะได้บริจาค และข้าพระองค์ก็จะอยู่ ในหมู่คนดีทั้งหลาย แต่อัลลอฮฺจะไม่ทรงผ่อนผัน ให้แก่ชีวิตใด เมื่อกำหนดของมันได้มาถึงแล้ว และอัลลอฮฺนั้น ทรงรู้ดียิ่ง ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัล-มุนาฟิกูน 10-11)
           
ดังนั้น มุสลิมควรมีความพร้อมอยู่เสมอ ที่จะกลับไปพบกับอัลลอฮฺ ไม่หลงไปกับชีวิตดุนยา อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿مَن كَانَ يَرۡجُواْ لِقَآءَ ٱللَّهِ فَإِنَّ أَجَلَ ٱللَّهِ لَأٓتٖۚ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ ٥﴾ [العنكبوت: ٥

ความว่า “ผู้ใดหวังที่จะพบอัลลอฮฺ ดังนั้น แท้จริงกำหนดของอัลลอฮฺ ย่อมมาถึงแน่นอน และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้” (อัล-อันกะบูต 5)

และอัลลอฮฺตรัสว่า

﴿فَلَا تَغُرَّنَّكُمُ ٱلۡحَيَوٰةُ ٱلدُّنۡيَا وَلَا يَغُرَّنَّكُم بِٱللَّهِ ٱلۡغَرُورُ ٥﴾ [فاطر: ٥

ความว่า “โอ้มนุษย์เอ๋ย ! แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้น เป็นจริงเสมอ ดังนั้น อย่าให้การดำรงชีวิต อยู่ในโลกนี้ ล่อลวงพวกเจ้า และอย่าให้การหลอกล่อ (ชัยฏอน) มาล่อลวงพวกเจ้า เกี่ยวกับอัลลอฮฺเป็นอันขาด” (ฟาฏิรฺ 5)

ส่วนประโยคที่ว่า “เจ้าจงรักคนที่เจ้ารัก เพราะแท้จริงสักวัน เจ้าต้องจากเขาไป” หมายความว่า ท่านจงรักใครก็ตาม ที่ท่านต้องการจะเป็นภรรยา ลูกๆ ทรัพย์สินเงินทอง ตำแหน่ง เกียรติยศ หรือสิ่งอื่นๆ จากสรรพสิ่งบนโลกนี้ แท้จริงแล้วไม่ช้าไม่นาน ท่านก็จะต้องจากมันไป

รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«يَتْبَعُ الْمَيِّتَ ثَلاَثَةٌ، فَيَرْجِعُ اثْنَانِ وَيَبْقَى وَاحِدٌ : يَتْبَعُهُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ وَعَمَلُهُ، فَيَرْجِعُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ، وَيَبْقَى عَمَلُهُ» [البخاري برقم 6514، ومسلم 4/2273 ]

ความว่า “สามสิ่งจะตามศพ ไปที่สุสาน คือ ครอบครัว ทรัพย์สิน และการงาน (ความดีความชั่ว) สองสิ่งจะกลับมา และคงเหลืออยู่กับเขาสิ่งเดียว  ครอบครัวและทรัพย์สิน จะกลับมา คงเหลืออยู่กับเขา (ในสุสาน) คือการงานของเขา (ที่ดีและชั่ว ที่เขาเคยปฏิบัติมา ในขณะที่เขามีชีวิต)” (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 4/194  หมายเลข  6514 เศาะฮีหฺ มุสลิม 4/2273)

ส่วนหนึ่งจากประโยชน์ ที่ได้จากประโยคของหะดีษส่วนนี้ คือการเตรียมพร้อม สำหรับการจากลากันไป ของคนรัก เพื่อว่าเมื่อการจากลา (ตาย) เกิดขึ้น ในขณะที่มุสลิมมีความพร้อม และเตรียมใจอยู่แล้ว จะทำให้มันลดความรุนแรง ของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ลงได้

ประโยชน์ส่วนหนึ่งก็คือ ผู้ศรัทธาต้องให้ความสำคัญ กับเพื่อนสนิท ที่ไม่เคยแยกจากเขาเลย ทั้งในโลกดุนยานี้ และโลกอาคิเราะฮฺ นั่นก็คือ การงานที่ดีต่างๆ ของเขานั่นเอง

ประโยคจากส่วนของหะดีษที่ว่า “และเจ้าจงทำการงาน ที่เจ้าประสงค์ แท้จริงแล้ว เจ้าจะถูกตอบแทน ในการงานนั้น” อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿فَمَن يَعۡمَلۡ مِثۡقَالَ ذَرَّةٍ خَيۡرٗا يَرَهُۥ ٧ وَمَن يَعۡمَلۡ مِثۡقَالَ ذَرَّةٖ شَرّٗا يَرَهُۥ ٨﴾ [الزلزلة: ٧-٨

ความว่า “ดังนั้น ผู้ใดกระทำความดี หนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน  ส่วนผู้ใดกระทำความชั่ว หนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน” อัล-ซัลซะละฮฺ 7-8)

ถัดไป

หน้าหลัก

กรกฎาคม 07 , 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม