Custom Search

ทำไม...ต้องรักเศาะหาบะฮฺ ?

โดย....  แวมูฮัมหมัดซาบรี   แวยะโก๊ะ

การรักเศาะหาบะฮฺนั้น เป็นหลักการพื้นฐานของการศรัทธา สำหรับชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ  เนื่องจากพวกท่าน เป็นกลุ่มชนที่ดีที่สุด ซึ่งอัลลอฮฺ ทรงคัดเลือก เพื่อเป็นสาวก ของท่านศาสนทูต ของพระองค์ และเพื่อให้เผยแพร่ศาสนาสืบมา พวกท่านคือกลุ่มชน ที่ได้ดำเนินตามคัมภีร์อัลกุรอาน และอัส-สุนนะฮฺ (แบบฉบับ) ของท่านนบี เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้แก่พวกเรา  และนำสาส์นดังกล่าว มาเผยแพร่แก่ประชาคมโลก ซึ่งหากไม่มีกลุ่มชน ที่มีความศรัทธามั่น อย่างพวกท่าน แล้วไซร้ หลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ย่อมถูกบิดเบือน และกระจัดกระจาย ดั่งการหายจากของคำสอนของชาวยิว และชาวคริสต์ อย่างแน่แท้

อนึ่ง ถ้ากล่าวถึงความประเสริฐ ของบรรดาเศาะหาบะฮ ฺจากหลักฐาน ที่มาจากอัลกุรอาน และ อัส-สุนนะฮ ฺนั้น สามารถกล่าวได้ว่า มีความจำเป็นยิ่งนัก ที่เราทั้งหลาย ต้องรักใคร่พวกท่าน ปกป้อง และตอบโต้ ต่อผู้ที่พยายามใส่ไคล้ศอฮาบะฮ์ ณ ที่นี้ จึงขอนำเสนอเหตุผลบางประการว่า ทำไม...ต้องรักเศาะหาบะฮฺ ? โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.  ต้องรักเศาะหาบะฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ทรงโปรดปรานต่อพวกท่านทั้งหลาย และทรงพรรณนา ถึงพวกท่าน ด้วยการศรัทธา และเป็นผู้ที่อยู่แนวหน้า ในการทำความดี รวมทั้งทรงสัญญา ต่อพวกท่าน ด้วยกับสวนสวรรค์อันสถาพร 1

ดังที่พระองค์ได้ดำรัสว่า

لَّقَدْ رَضِيَ اللَّـهُ عَنِ الْمُؤْمِنِينَ إِذْ يُبَايِعُونَكَ تَحْتَ الشَّجَرَةِ فَعَلِمَ مَا فِي قُلُوبِهِمْ فَأَنزَلَ السَّكِينَةَ عَلَيْهِمْ وَأَثَابَهُمْ فَتْحًا قَرِيبًا ﴿١٨﴾

ความว่า โดยแน่นอนอัลลอฮฺทรงโปรดปราน ต่อบรรดาผู้ศรัทธา ขณะที่พวกเขาให้สัตยาบันแก่เจ้า ใต้ต้นไม้ (ที่หุดัยบิยะฮฺ) เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ดี ถึงสิ่งที่มีอยู่ในจิตใจของพวกเขา พระองค์จึงได้ทรงประทานความสงบใจ ลงมาบนพวกเขา และได้ทรงตอบแทนให้แก่พวกเขา ซึ่งชัยชนะอันใกล้นี้”  (สูเราะฮอัล-ฟัตหฺ : 18 )

พระองค์ได้ดำรัสอีกว่า

وَالسَّابِقُونَ الْأَوَّلُونَ مِنَ الْمُهَاجِرِينَ وَالْأَنصَارِ وَالَّذِينَ اتَّبَعُوهُم بِإِحْسَانٍ رَّضِيَ اللَّـهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا عَنْهُ وَأَعَدَّ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي تَحْتَهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا أَبَدًا ۚ ذَٰلِكَ الْفَوْزُ الْعَظِيمُ ﴿١٠٠﴾

ความว่าบรรดาบรรพชนรุ่นแรก ในหมู่ผู้อพยพ (ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮฺ) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ (ชาวอันศอรจากมะดีนะฮฺ) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขา ด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮฺทรงพอพระทัย ในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน อยู่เบื้องล่าง พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้น ตลอดกาล นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง(สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ : 100)

2.  ต้องรักเศาะหาบะฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ได้ขจัดมลทินแก่พวกท่าน และได้พรรณนาถึงพวกท่าน ด้วยกับการเป็นหมู่ชน ที่ได้รับความดีงาม และเป็นหมู่ชนที่ได้รับความสำเร็จ 2 

ดังที่พระองค์ได้ดำรัสว่า

لَـٰكِنِ الرَّسُولُ وَالَّذِينَ آمَنُوا مَعَهُ جَاهَدُوا بِأَمْوَالِهِمْ وَأَنفُسِهِمْ ۚ وَأُولَـٰئِكَ لَهُمُ الْخَيْرَاتُ ۖ وَأُولَـٰئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ ﴿٨٨﴾ أَعَدَّ اللَّـهُ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا ۚ ذَٰلِكَ الْفَوْزُ الْعَظِيمُ ﴿٨٩﴾

ความว่า แต่ทว่าเราะสูล และบรรดาผู้ที่ศรัทธา ซึ่งร่วมอยู่กับท่านนั้น ได้ต่อสู้ด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขา  ชนเหล่านี้แหละ สำหรับพวกเขานั้น จะได้รับความดีมากมาย และชนเหล่านี้ คือผู้ที่ได้รับความสำเร็จ อัลลอฮฺได้ทรงเตรียมไว้แล้ว สำหรับพวกเขา ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ ที่มีแม่น้ำหลายสายไหล อยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นแหละคือชัยชนะอันใหญ่หลวง(สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ : 88)

3.  ต้องรักเศาะหาบะฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ได้ดำรัสถึงพวกท่าน ว่า เป็นประชาชาติที่ดียิ่ง โดยที่พวกท่านได้ปฏิบัติภารกิจ เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านนบี

นั้นคือการสั่งใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ 3   ซึ่งหากบรรดาเศาะหาบะฮฺ มิใช่กลุ่มชนแรก ที่อยู่ในอายะฮฺนี้ แล้วจะมีกลุ่มชนใดอีก นอกจากพวกท่าน? 4 ดังที่พระองค์ได้ดำรัสว่า

كُنتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّـهِ ۗ ﴿١١٠﴾

ความว่า พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่ง ซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮฺ” (สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน : 110)

4.  ต้องรักเศาะหาบะฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ได้ให้คุณลักษณะพวกท่านว่า เป็นหมู่ชนแห่งอีหม่าน (ศรัทธา) 5

ดังที่พระองค์ได้ดำรัสว่า

وَالَّذِينَ آمَنُوا وَهَاجَرُوا وَجَاهَدُوا فِي سَبِيلِ اللَّـهِ وَالَّذِينَ آوَوا وَّنَصَرُوا أُولَـٰئِكَ هُمُ الْمُؤْمِنُونَ حَقًّا ۚ لَّهُم مَّغْفِرَةٌ وَرِزْقٌ كَرِيمٌ ﴿٧٤﴾

ความว่า และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และอพยพ และต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ให้ที่พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละ พวกเขาคือผู้ศรัทธาโดยแท้จริง ซึ่งพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษ และเครื่องยังชีพอันมากมาย(สูเราะฮฺอัล-อันฟาล : 74)

พระองค์ได้ดำรัสอีกว่า

وَإِن يُرِيدُوا أَن يَخْدَعُوكَ فَإِنَّ حَسْبَكَ اللَّـهُ ۚ هُوَ الَّذِي أَيَّدَكَ بِنَصْرِهِ وَبِالْمُؤْمِنِينَ ﴿٦٢﴾

ความว่า และถ้าหากพวกเขาต้องการ ที่จะหลอกลวงเจ้า ก็แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นที่พอเพียงแก่เจ้าแล้ว พระองค์คือผู้ทีได้ทรงสนับสนุนเจ้า ด้วยการช่วยเหลือของพระองค์ และด้วยผู้ศรัทธาทั้งหลาย(สูเราะฮฺอัล-อันฟาล : 62)


1.ดร.อับ ดุลอะซีซ บินมุหัมมัด อัส-สัดหาน , วะเกาะฟาต มันฮะญียะฮฺ ตัรบะวียะฮฺ ดะอฺวียะฮฺ มินสิยัร อัศ-เศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม, หน้า : 12, ดร.นาศิร อัช-ชัยคฺ , อะกีดะฮฺ อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ฟิศเศาะหาบะฮฺ อัล-กิรอม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม, หน้า : 67, มุหัมมัด เศาะลาหฺ มุหัมมัด อัศ-ศอวีย์, มันซิละฮฺ อัศ-เศาะหาบะฮฺ ฟิลกุรอาน, หน้า : 16,เตาฟีก มุหัมมัด มุศ็อยรีย์, หะยาฮฺ อัล-มัรฎียีน, หน้า : 11.
 2.มุหัมมัด เศาะลาหฺ มุหัมมัด อัศ-ศอวีย์, มันซิละฮฺ อัศ-เศาะหาบะฮฺ ฟิลกุรอาน, หน้า : 25.
 3. ดร.นาศิร อัช-ชัยคฺ , อะกีดะฮฺ อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ฟิศเศาะหาบะฮฺ อัล-กิรอม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม, หน้า : 58, มุหัมมัด เศาะลาหฺ มุหัมมัด อัศ-ศอวีย์, มันซิละฮฺ อัศ-เศาะหาบะฮฺ ฟิลกุรอาน, หน้า : 10.
 4.มัรกัซ อัล-บุหูษ วัด-ดิรอสาต, อัษ-ษะนาอ์ อัล-มุตะบาดิล บัยนะ อัล-อาลี วัล-อัศหาบ , หน้า 20
 5.มุ หัมมัด เศาะลาหฺ มุหัมมัด อัศ-ศอวีย์, มันซิละฮฺ อัศ-เศาะหาบะฮฺ ฟิลกุรอาน, หน้า : 10-11, เตาฟีก มุหัมมัด มุศ็อยรีย์, หะยาฮฺ อัล-มัรฎียีน, หน้า : 11.

หน้าหลัก

กรกฎาคม 06, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม