Custom Search


ศอฮาบะฮ์ในอัลกุรอ่าน

โดย....อับดุลกอเดร  พลสะอาด

โองการที่ ๓

لِلْفُقَرَاءِ الْمُهَاجِرِينَ الَّذِينَ أُخْرِجُوا مِنْ دِيَارِهِمْ وَأَمْوَالِهِمْ يَبْتَغُونَ فَضْلًا مِنَ اللَّهِ وَرِضْوَانًا وَيَنْصُرُونَ اللَّهَ وَرَسُولَهُ أُولَئِكَ هُمُ الصَّادِقُونَ (8) وَالَّذِينَ تَبَوَّءُوا الدَّارَ وَالْإِيمَانَ مِنْ قَبْلِهِمْ يُحِبُّونَ مَنْ هَاجَرَ إِلَيْهِمْ وَلَا يَجِدُونَ فِي صُدُورِهِمْ حَاجَةً مِمَّا أُوتُوا وَيُؤْثِرُونَ عَلَى أَنْفُسِهِمْ وَلَوْ كَانَ بِهِمْ خَصَاصَةٌ وَمَنْ يُوقَ شُحَّ نَفْسِهِ فَأُولَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ (9) وَالَّذِينَ جَاءُوا مِنْ بَعْدِهِمْ يَقُولُونَ رَبَّنَا اغْفِرْ لَنَا وَلِإِخْوَانِنَا الَّذِينَ سَبَقُونَا بِالْإِيمَانِ وَلَا تَجْعَلْ فِي قُلُوبِنَا غِلًّا لِلَّذِينَ آمَنُوا رَبَّنَا إِنَّكَ رَءُوفٌ رَحِيمٌ (10)

สิ่งที่ยึดมาได้จากพวกยะฮูด เป็นของบรรดาผู้อพยพ (ชาวมุฮาญีรีน) ที่ขัดสน ซึ่งถูกขับไล่ ออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ของพวกเขา และทอดทิ้งทรัพย์สิน ของพวกเขา เพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ และความยินดีของพระองค์ และช่วยเหลืออัลลอฮ และรอซูลของพระองค์ ชนเหล่านั้น พวกเขาคือผู้สัตย์จริง 

*และ บรรดาผู้ที่ได้ตั้งหลักแหล่ง อยู่ที่นครมะดีนะฮฺ (ชาวอันศ้อร) และพวกเขาศรัทธา ก่อนหน้าการอพยพของพวกเขา (ชาวมุฮาญีรีน) พวกเขารักใคร่ ผู้ที่อพยพมายังพวกเขา และจะไม่พบความต้องการ หรือความอิจฉา อยู่ในทรวงอกของพวกเขา ในสิ่งที่ได้ถูกประทานให้ และให้สิทธิผู้อื่น ก่อนตัวของพวกเขาเอง ถึงแม้ว่าพวกเขายังมีความต้องการ อยู่มากก็ตาม และผู้ใดปกป้องการตระหนี่ ที่อยู่ในตัวของเขา ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ 

*และ บรรดาผู้ที่มาหลังจากพวกเขา โดยพวกเขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา ทรงโปรดอภัยให้แก่เรา และพี่น้องของเรา ผู้ซึ่งได้ศรัทธา ก่อนหน้าเรา และขอพระองค์อย่าได้ให้มีการเคียดแค้น เกิดขึ้นในหัวใจของเรา ต่อบรรดาผู้ศรัทธา ข้าแต่พระเจ้าของเรา แท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรงเมตตาเสมอ “ (ซูเราะฮฺ  อัล-ฮัชรฺ  :   ๘-๑๐)

โองการนี้ พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัส ถึงความประเสริฐของชาวชาวมุฮาญีรีน และชาวอันศ้อร โดยที่พระองค์ทรงเริ่มกล่าวถึงชาวมุฮาญีรีนก่อน เนื่องเพราะความยากลำบาก จากการต้องจำใจ ละทิ้งทรัพย์สินเงินทอง และบ้านเรือน ไว้ที่มักกะฮฺ    แล้วอพยพออกมาจากที่นั่น  โดยไม่มีสิ่งใดติดตัวมาเลย อีกทั้งพวกเขา จำต้องขัดแย้งกับกลุ่มชนของตัวเอง ที่เคยอยู่ร่วมกันมา   ในเรื่องการยึดมั่น ต่อพระเจ้าองค์เดียว ด้วยหวังในความพอพระทัยจากพระองค์

นอกจากนี้ พวกเขายืนเคียงข้างรอซูลของพระองค์ แม้จะเป็นห้วงเวลาที่ยากลำบาก และเหน็ดเหนื่อยสักปานใด ก็ตาม ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ในสัญญาของอัลลอฮฺ  หลังจากนั้น พระองค์ก็ได้กล่าวสรรเสริญชาวอันศ้อร ถึงเกียรติภูมิ และความประเสริฐของพวกเขา  การแสดงออก ซึ่งความความมีน้ำใจ ความรักที่มอบให้ แก่ชาวมุฮาญีรีน  พร้อมทั้งยินดีสละสิ่งที่รัก และหวงแหน ให้แก่พี่น้องของพวกเขาได้ โดยไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย

และที่สำคัญ พวกเขารู้ทั้งรู้ถึงความมีเกียรติของชาวมุฮาญีรีน   สถานะและความประเสริฐ ที่เหนือกว่า แต่พวกเขาหาได้มีความอิจฉาริษยา หรือขุ่นข้องหมองใจ แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำกลับทำหน้าที่ ของผู้ต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง

โองการที่ ๔

وَكَذَلِكَ جَعَلْنَاكُمْ أُمَّةً وَسَطًا لِتَكُونُوا شُهَدَاءَ عَلَى النَّاسِ وَيَكُونَ الرَّسُولُ عَلَيْكُمْ شَهِيدًا

และในทำนองเดียวกัน เราได้ให้พวกเจ้า เป็นประชาชาติที่เป็นกลาง เพื่อพวกเจ้าจะได้เป็นสักขีพยาน แก่มนุษย์ทั้งหลาย และร่อซูล ก็จะเป็นสักขีพยาน แก่พวกเจ้า (ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ  143)

โองการนี้นักวิชาการ มีความเห็นว่า ถูกประทานลงมา เกี่ยวกับศอฮาบะฮฺโดยเฉพาะ   ซึ่งอัลลอฮฺทรงบรรยายลักษณะของพวกเขาว่า มีความเป็นกลาง มีคุณธรรม แต่ถ้าหากว่าโองการนี้ เป็นการกล่าวถึงกว้างๆ  หมายถึงประชาชาติของท่านนบีโดยทั่วไป  ก็ไม่เป็นที่น่าสงสัยในแง่ที่ว่า บรรดาศอฮาบะฮฺ นั้นจะต้องอยู่ในลำดับแรกๆ ของกลุ่มประชาชาติของท่านนบี ดังความประเสริฐ ที่ได้กล่าวมาแล้ว ในโองการก่อนหน้านี้  และสำหรับผู้ที่มีความเห็นว่า โองการนี้ ประทานลงมาเกี่ยวกับศอฮาบะฮฺ ก็คือ ท่านอัลคอฏีบ อัลบัฆดาดีย์ ท่านกล่าวว่า

" และแม้ว่าโองการนี้ จะใช้ประโยคกว้างๆ ทั่วไป แต่จุดมุ่งหมายนั้นเจาะจง โดยกล่าวกันว่า โองการนี้ ประทานลงมา เกี่ยวกับศอฮาบะฮฺ มิใช่ผู้อื่นนอกจากพวกเขา"¹

โองการที่ ๕

لَقَدْ رَضِيَ اللَّهُ عَنِ الْمُؤْمِنِينَ إِذْ يُبَايِعُونَكَ تَحْتَ الشَّجَرَةِ فَعَلِمَ مَا فِي قُلُوبِهِمْ فَأَنْزَلَ السَّكِينَةَ عَلَيْهِمْ وَأَثَابَهُمْ فَتْحًا قَرِيبًا (18)

โดยแน่นอนอัลลอฮ์ ทรงโปรดปรานต่อบรรดาผู้ศรัทธา ขณะที่พวกเขาให้สัตยาบันแก่เจ้า ใต้ต้นไม้ (ที่อัล-ฮุดัยบิยะฮ) เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ดี ถึงสิ่งที่มีอยู่ในจิตใจของพวกเขา พระองค์จึงได้ทรงประทานความสงบใจลงมา บนพวกเขา และได้ทรงตอบแทนให้แก่พวกเขา ซึ่งชัยชนะอันใกล้นี้  (ซูเราะฮฺอัลฟัตฮฺ อายะฮฺที่ 18)

โองการนี้ เป็นคำยกย่องชมเชยจากอัลลอฮฺ ที่มีต่อศอฮาบะฮฺ กลุ่มหนึ่ง  คือ บรรดาผู้ทำสัตยาบรรณ กับท่านนบีใต้ต้นไม้ ซึ่งรู้จักกันในนาม บัยอะตุลริฎวาน ซึ่งมีจำนวน ๑๔๐๐ คน ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

الَّذِينَ إِنْ مَكَّنَّاهُمْ فِي الْأَرْضِ أَقَامُوا الصَّلَاةَ وَآتَوُا الزَّكَاةَ وَأَمَرُوا بِالْمَعْرُوفِ وَنَهَوْا عَنِ الْمُنْكَرِ وَلِلَّهِ عَاقِبَةُ الْأُمُورِ (41)

“บรรดาผู้ที่เราให้พวกเขา มีอำนาจในแผ่นดิน คือบรรดาผู้ที่ดำรงการละหมาด และบริจาคซะกาต และใช้กันให้กระทำความดี และห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และบั้นปลายของกิจการทั้งหลาย ย่อมกลับไปหาอัลลอฮ์”   (ซูเราะฮฺ อัลฮัจญ์ อายะฮฺที่   41)

ท่านอบุล อาลิยะฮฺ กล่าวว่า พวกเขาคือ บรรดาสหายของ มุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะซัลลัม ²

ท่านอุษมาน บิน อัฟฟานกล่าวว่า มันถูกประทานลงมายังพวกเรา ³

นอกจากนี้  ยังมีโองการอีกมากมาย ที่ประทานลงมาถึงบรรดาศอฮาบะฮฺ เช่น

พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่ง ซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ....(ซูเราะฮฺ อาลิ-อิมรอน อายะฮฺที่  ๑๑๐)

โอ้ นบี! อัลลอฮ์นั้นเป็นที่พอเพียงแก่เจ้า และแก่ผู้ปฏิบัติตามเจ้าด้วย อันได้แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย... (ซูเราะฮฺ อัลอัมฟาล  อายะฮฺที่  ๖๔)

และกลุ่มแนวหน้า คือกลุ่มแนวหน้า   เขาเหล่านั้น คือบรรดาผู้ใกล้ชิด  ในสวนสวรรค์หลากหลาย แห่งความสุขสำราญ.. (ซูเราะฮฺ อัลวากิอะฮฺ  อายะฮฺที่  ๑๐-๑๒)

ขณะที่พวกปฏิเสธศรัทธา ได้ทำให้ความหยิ่งยโส มีขึ้นในจิตใจของพวกเขา ซึ่งเป็นความหยิ่งยโส ในสมัยแห่งความงมงาย  อัลลอฮ์จึงประทานความเงียบสงบ ของพระองค์ ให้แก่ร่อซู้ลของพระองค์ และแก่บรรดาผู้ศรัทธา.... (ซูเราะฮฺ อัลฟัตฮฺ  อายะฮฺที่  ๒๖)  

และพวกเจ้าพึงรู้เถิดว่า ในหมู่พวกเจ้านั้น มีร่อซู้ลของอัลลอฮ์อยู่ หากเขา (มุฮัมมัด) เชื่อฟังพวกเจ้า ในส่วนใหญ่ของกิจการแล้ว แน่นอนพวกเจ้า ก็จะลำบากกัน แต่อัลลอฮ์ทรงให้การศรัทธา เป็นที่รักแก่พวกเจ้า และทรงให้การปฏิเสธศรัทธา และความชั่วช้า และการฝ่าฝืน เป็นที่น่าเกลียดชัง แก่พวกเจ้า ชนเหล่านั้น คือ พวกที่ดำเนินอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง... (ซูเราะฮฺ อัลฮุจญรอต  อายะฮฺที่  ๗)

บรรดาที่ผู้ที่ศรัทธา และอพยพและต่อสู้ ในทางของอัลลอฮ์ ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขานั้น ย่อมเป็นผู้มีระดับชั้น ยิ่งใหญ่กว่า ณ ที่อัลลอฮ์ และชนเหล่านี้แหละ พวกเขาคือผู้มีชัยชนะ  พระเจ้าของพวกเขา ทรงแจ้งข่าวดีแก่พวกเขา ด้วยความกรุณาเมตตาจากพระองค์ และด้วยความปิติยินดี และบรรดาสวนสวรรค์ ด้วย ซึ่งในสวนสวรรค์เหล่านั้น พวกเขาจะได้รับสิ่งอำนวยความสุข อันจีรังยั่งยืน   โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์เหล่านั้น ตลอดกาล แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ณ ที่พระองค์ มีรางวัลอันยิ่งใหญ่.... (ซูเราะฮฺ เตาบะฮฺ อายะฮฺที่ ๒๐-๒๒)


 1.อัลกิฟายะฮฺ ฟี อิลมิรริวายะฮฺ เล่ม ๑  หน้า ๗๒
 2.ตัฟซีร อิบนิกะษีร เล่ม ๑๐ หน้า ๗๗
 3.เล่มเดียวกัน

หน้าหลัก

กรกฎาคม 05, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม