Custom Search

ความหมายของศอฮาบะฮฺ

โดย....อับดุลกอเดร  พลสะอาด

ความหมายของ คำว่า "ศอฮาบะฮฺ" ในด้านภาษา

คำว่า الصحابة   ในด้านภาษา   เป็นมัศดัร (อาการนาม) มีความหมายว่า (الصحبة   )  (หมายถึงการเป็นเพื่อน) และยังมีคำว่า الصحابي   และالصاحب   โดยมีรูปพหูพจน์ว่า   أصحاب และ صحب  .. ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว จะใช้คำว่า الصحابة   ในความหมายว่า الأصحاب   (หมายถึง การเป็นเพื่อน หรือเป็นสหาย) 1

ความหมายของ "ศอฮาบะฮฺ "  ในด้านวิชาการ

เกี่ยวกับการให้คำนิยามของคำว่า الصحابي   หรือความหมายที่แท้จริงของศอฮาบะฮฺ นั้น นักวิชาการ มีความขัดแย้งกันอย่างมาก ในการให้คำจำกัดความของศอฮาบะฮฺ  แสดงถึงความเอาใจใส่ ของนักวิชาการอิสลาม ในทุกยุคทุกสมัย ตัวอย่างเช่น

- ท่านอะลีย์ อิบนุลมะดีนีย์ (เสียชีวิตในปี ฮ.ศ.๒๓๓) กล่าวว่า ผู้ที่เป็นสหายกับท่านนบี  หรือ เคยเห็นท่าน ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ก็ถือว่า เขาเป็น ศอฮาบะฮฺของท่านนบีแล้ว 2

- ท่านอิหม่ามบุคอรี (เสียชีวิตในปี ฮ.ศ.๒๕๖ ) ลูกศิษย์ของท่าน ท่านอะลีย์ อิบนุลมะดีนีย์  กล่าวว่า ผู้ที่เป็นสหายของท่านนบี หรือ เคยเห็นท่าน และเขาเป็นมุสลิม ก็ถือว่า เขาเป็น ศอฮาบะฮฺ 3

ซึ่งจะเห็นว่า ทั้งสองท่านไม่ได้กำหนดกฏเกณฑ์ เรื่องระยะเวลาในการอยู่ร่วมกับท่านนบี  ไว้ แต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน มีนักวิชาการ ที่ได้กำหนดกฏเกณฑ์ เรื่องการบรรลุนิติภาวะ และระยะเวลา ในการอยู่ร่วมกับท่านนบี จึงมีความขัดแย้งกันในแง่ที่ว่า การบรรลุนิติภาวะ และระยะเวลาในการอยู่ร่วม กับท่านนบี เป็นเงื่อนไขของความเป็นศอฮาบะฮฺ หรือไม่   

ท่านอิบนุลอะษีร ( เสียชีวิตปี ฮ.ศ. ที่ ๖๓๐) ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ ในหนังสือ أسد الغابة في معرفة الصحابة   ของท่านว่า ตามนิยามนี้ ถือว่ายังไม่ครอบคลุม เพราะ จะทำให้ศอฮาบะฮฺบางท่าน ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่เข้าอยู่ในคำว่า ศอฮาบะฮฺ ทั้งๆ ที่พวกเขาได้พบเห็นท่านนบี อย่างเช่น ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อับบาส , และหัวหน้าของบรรดาคนหนุ่ม ในสรวงสวรรค์ คือท่านฮาซันและฮุเซน และ ท่านอิบนุซุเบร

ท่านอัลอิรอกีย์ กล่าวว่า การจำกัดความคำว่า (ศอฮาบะฮฺ) ด้วยการบรรลุนิติภาวะนั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดเพี้ยน   และนอกจากนี้ ท่านอิบนุลอะษีร ยังได้ตีแผ่ทัศนะของนักวิชารอีกหลายท่าน ในการให้คำนิยามของศอฮาบะฮฺ และทำการวิเคราะห์ทัศนะต่างๆ เหล่านั้น แล้วท่านก็สรุปว่า

- ศอฮาบะฮฺคือ ผู้ที่ได้พบปะกับท่านนบี ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นมุสลิม และเสียชีวิตลงในศาสนาอิสลาม 5

เช่นเดียวกับ ท่านอิบนิฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ ( เสียชีวิตปี ฮ.ศ. ๘๕๒) นักวิชาการหะดีษผู้ยิ่งใหญ่  ก็ได้ให้คำจำกัดความ ของศอฮาบะฮฺ ไว้ว่า

مَنْ لَقِيَ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ  عليهِ وسلَّمَ ُمؤمِناً بهِ وماتَ عَلى الإِسلامِ  ولو تَخَلَّلَتْ رِدَّةٌ في الأَصَحَّ

- ศอฮาบะฮฺ คือผู้ที่ได้พบปะกับท่านนบี   เป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อท่าน และเสียชีวิตลงในอิสลาม  ถึงแม้ช่วงหนึ่ง เขาจะกลับไปนับถือศาสนาเดิมก็ตาม ในทัศนะที่ถูกต้องที่สุด 6

หมายถึงเขาได้เจอท่านนบี แล้วมีความศรัทธาต่อท่าน ภายหลังจากนั้น เขาได้กลับไปนับถือศาสนาเดิม แต่ท้ายที่สุด เขาก็กลับมาศรัทธาต่ออิสลามอีกครั้ง และได้เสียชีวิตลง ในศาสนาอิสลาม ถึงแม้ว่าเขาจะกลับมาในขณะที่นบี ยังมีชีวิตอยู่ หรือหลังจากท่านนบี    เสียชีวิตไปแล้ว และถึงแม้ เขาจะได้ร่วมพบปะกับท่านนบี    อีกหรือไม่ ก็ตาม หลังจากการกลับตัวของเขา สู่อิสลามอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง  เช่นนี้ ยังถือว่า สถานภาพความเป็นศอฮาบะฮฺ ก็ยังอยู่ในตัวเขา

นิยามนี้ถือเป็นทัศนะส่วนใหญ่ของนักวิชาการหะดีษ 7

อนึ่ง การใช้คำว่า من لقي (หมายถึงผู้ที่ได้พบปะ) นั้น ถือเป็นคำที่ถูกต้องที่สุดที่สุด ซึ่งครอบคลุมกว่า การใช้คำว่า من رأى   (หมายถึงผู้ที่ได้เห็น) เพราะศอฮาบะฮฺบางท่าน ไม่สามารถมองเห็นนบี ได้ เนื่องจากตาบอด เช่นท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนิ อุมมิ มักตูม ชายตาบอดผู้มีความศรัทธา อย่างแท้จริง ต่อท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งไม่มีความขัดแย้ง ในความเป็นศอฮาบะฮฺของท่าน และอัลลอฮฺทรงประทานอายะฮฺอัลกุรอาน ถึงชายผู้นี้ว่า

عَبَسَ وَتَوَلَّى (1) أَنْ جَاءَهُ الْأَعْمَى (2)

"เขา (มุฮัมมัด) ทำหน้าบึ้ง และผินหน้าไปทางอื่น  เพราะชายตาบอดมาหาเขา "(ซูเราะฮฺ อะบะซะ อายะฮ์ที่ ๑-๒)

คือท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำหน้าบูดบึ้ง ในขณะที่มีชายตาบอดคนหนึ่ง คืออับดุลลอฮฺ อิบนิ อุมมิ มักตูม ได้มาหาท่าน โดยขอร้องให้สอนเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา   หลังจากที่อายาตเหล่านี้ ถูกประทานมา เมื่อชายผู้นี้มาหาท่าน ท่านจะกล่าวความว่า ขอต้อนรับผู้ที่พระเจ้าของฉัน ตำหนิฉัน 8

นอกจากนี้ นิยามนี้ ครอบคลุมถึงการพบปะกับท่านนบี ขณะที่ท่านนบี   ยังมีชีวิตอยู่   ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกับท่าน ในระยะเวลาที่ยาวนาน หรือเพียงแค่ระยะสั้นๆ ก็ตาม , ไม่ว่าจะเคยรายงานหะดีษ จากท่าน หรือไม่ ก็ตาม ,ไม่ว่าจะเคยออกสงคราม ร่วมกับท่าน หรือไม่ ก็ตาม นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ที่เคยพบเห็นท่าน แต่ไม่ได้ร่วมวงสนทนากับท่าน

ส่วนผู้ใดที่ได้เห็นร่างของท่านนบี หลังจากท่านเสียชีวิต ก่อนจะนำไปฝัง เช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นศอฮาบะฮฺ  อย่างเช่นกรณีของ อะบี ดุอัยบฺ อัลฮุซะลีย์ อัชชาอิร เพราะท่านเพียงแค่ได้เห็นร่างของท่านนบี   ก่อนจะถูกนำไปฝัง  ซึ่งชายผู้นี้ ได้ยินเรื่องราวของท่านนบี   และมีความปรารถนาที่จะพบกับท่าน จึงออกเดินทางสู่เมืองมะดีนะฮฺ แต่เมื่อท่านมาถึง ก็ปรากฎว่าท่านนบี  ได้กลับคืนสู่ความเมตตา ของอัลลอฮฺแล้ว เช่นเดียวกับท่าน ซัยดฺ อิบนิ วะฮฺบฺ ได้เดินทางไปยังท่านนบี และท่านนบี  ได้เสียชีวิตลง ขณะที่ท่านซัยดฺ อิบนิ วะฮฺบฺ อยู่ระหว่างทาง

และยังมีท่าน ก็อยส์ อิบนิ อบี ฮาซิม , ท่านอบู มุสลิม อัลเคาลานีย์ , ท่าน อบูอับดิลลาฮฺ อัศศุนาบิฮีย์ ซึ่งท่านนบี   เสียชีวิต ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปถึง เพียงไม่กี่คืนเท่านั้น และเช่นกัน ท่าน สุวัยดฺ อิบนิ ฆ๊อฟะละฮฺ ซึ่งไปถึง ขณะที่พวกเขาฝังร่างของท่านนบี  เสร็จพอดี  10 ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่นับว่าเป็นศอฮาบะฮฺ ตามคำจำกัดความข้างต้น

ถัดไป

    หน้าหลัก

กรกฎาคม 04, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม