Custom Search

การปฏิบัติในสิ่งที่ง่าย และละทิ้งซึ่งความยากลำบาก

โดย : อาจารย์ กอเซ็ม เดชเลย


มีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะห์ กล่าวว่า : ฉันเคยได้ยินท่านรอซูล   กล่าวว่า :

สิ่งใดที่ฉันได้ห้ามท่านทั้งหลาย ให้ออกห่าง พวกท่านทั้งหลาย ก็จงออกห่าง และสิ่งใดที่ฉันได้ใช้ ให้พวกท่านทั้งหลายปฏิบัติ พวกท่านทั้งหลาย ก็จงนำมาปฏิบัติ ตามความสามารถของพวกท่านทั้งหลาย แท้จริงสิ่งที่ทำให้ชนรุ่นก่อนๆ ประสบกับความพินาศ ก็คือ การที่พวกเขาถามมาก และการที่พวกเขาขัดแย้ง กับบรรดานบีของพวกเขา บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์ และอิมามมุสลิม

ความสำคัญของฮะดีษ

ฮะดีษนี้ มีความสำคัญอย่างมาก และมีประโยชน์อันสูงส่ง ควรค่าแก่การท่องจำ และค้นคว้า เพราะฮะดีษนี้ พูดถึงกฏเกณฑ์ที่สำคัญ อันหนึ่งของอิสลาม อีกทั้งยังเป็นคำพูดของท่านรอซูล ที่มีใจความสั้นๆ แต่ให้ความหมายมากมาย และ สมบูรณ์

สาเหตุและที่มาของฮะดีษ

สาเหตุและที่มาของฮะดีษ ตามที่ปรากฏในซอฮีฮฺของอิมามมุสลิม จากรายงานของท่านอบูฮุรอยเราะห์ กล่าวว่า :  ท่านรอซูล กล่าวว่า :

โอ้ประชาชนทั้งหลาย         แท้จริงอัลเลาะห์ ได้กำหนดการทำฮัจญ์ แก่พวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงทำฮัจญ์กันเถิด ได้มีชายคนหนึ่งกล่าวว่า ท่านรอซูลครับ การทำฮัจญ์นั้น จะต้องทำทุกปีเลยหรือ? ท่านรอซูล  ก็นิ่งเงียบ (มิได้ให้คำตอบ) จนกระทั่งชายผู้นั้น ถามซ้ำๆ กัน ถึงสามครั้ง ท่านรอซูล จึงได้กล่าวว่า : ถ้าหากฉันบอกว่าใช่ มันก็จะเป็นสิ่งจำเป็น (วาญิบ) และพวกท่านก็จะไม่สามารถทำไดและท่านรอซูล ก็ได้กล่าวอีกว่า พวกท่านจงปล่อยไปเถิด ในสิ่งที่ฉันละทิ้ง (เว้นไว้) ให้กับพวกท่าน แท้จริงชนรุ่นก่อนๆ นั้น ได้รับความพินาศ เนื่องจากพวกเขาถามมาก และพวกเขาขัดแย้ง กับบรรดานบีของพวกเขา ดังนั้น เมื่อฉันใช้ให้พวกท่าน ปฏิบัติสิ่งหนึ่ง พวกท่านก็จงปฏิบัติสิ่งนั้น ตามความสามารถ และเมื่อฉันห้ามพวกท่าน จากสิ่งหนึ่ง พวกท่านก็จงละทิ้งเสีย

คำอธิบาย

คำว่า “ห้าม” ตามที่ปรากฏในอัลกุรอาน และฮะดีษ มีความหมาย หลายความหมาย ด้วยกัน แต่ความหมายของคำว่า “ห้าม” ในฮะดีษนี้ ก็คือ ห้ามเนื่องจากเป็นบาป และเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ

ห้ามเนื่องจากเป็นบาป (ฮะรอม) อาทิเช่น ห้ามการทำซินา การดื่มสุรา ดอกเบี้ย การลักขโมย การฆ่าโดยปราศจากเหตุอันสมควร ข้อห้ามในลักษณะที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จำเป็นต้องออกห่าง และไม่อนุญาตให้ผู้ใดกระทำ โดยเด็ดขาด เว้นแต่เมื่อมีความจำเป็น และจะอนุญาตให้กระทำได้ ภายใต้กฏเกณฑ์และเงื่อนไข ที่อัลเลาะห์ ได้ทรงกำหนดเอาไว้เท่านั้น

ห้ามเนื่องจากเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ (มักรูฮฺ) เช่น ห้ามรับประทานกระเทียม หรือหัวหอมดิบ สำหรับผู้ที่ต้องการ จะไปละหมาดญะมาอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์ ข้อห้ามในลักษณะเช่นนี้ อนุญาตให้กระทำได้ จะด้วยความจำเป็น หรือไม่ ก็ตาม แต่ทว่าละทิ้งและออกห่าง จะเป็นการดีกว่า

ความจำเป็น ที่อนุญาตให้กระทำ ในสิ่งต้องห้าม

บางครั้งมุสลิม อาจตกอยู่ในสภาพ ที่มีความจำเป็นจะต้องกระทำ ในสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม ซึ่งหากเขางดเว้น จากสิ่งดังกล่าวแล้ว เขาอาจจะต้องพบกับความหายนะ หรือเสียชีวิตได้ ดังกล่าวนี้เอง เราจะทราบว่า บทบัญญัติของอัลเลาะห์นั้น ได้ผ่อนผันให้กับปวงบ่าว และอนุญาตให้กระทำ ในสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม โดยไม่มีโทษ หรือความผิดใดๆ

อัลเลาะห์ ตรัสไว้ว่า :

แล้วผู้ใดได้รับความคับขัน โดยมิใช่ผู้เสาะแสวงหา และมิใช่เป็นผู้ละเมิดขอบเขต แล้วไซร้ ก็ไม่มีบาปใดๆ แก่เขา แท้จริงอัลเลาะห์ เป็นผู้ทรงอภัยโทษเสมอ          (อัลบะเกาะเราะห์ 2 : 173)

ตัวอย่างเช่น : อนุญาตให้รับประทานซากสัตว์ สำหรับผู้ที่ไม่มีอาหาร และไม่สามารถหาสิ่งอื่น มาทดแทนได้ แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังก็คือ คนส่วนใหญ่ เมื่อนำกฏเกณฑ์ข้อนี้ ไปใช้ หรือไปปฏิบัติ ก็จะปฏิบัติ โดยไม่พิจารณาถึงขอบเขตของคำว่า จำเป็น

ด้วยเหตุนี้ บรรดานักวิชาการ จึงให้คำจำกัดความ คำว่า “จำเป็น” คือ :  ความจำเป็นที่จะทำให้มนุษย์ ได้รับอันตรายถึงชีวิต หรือทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใด ของร่างกาย ได้รับอันตราย หรืออาจเป็นเหตุ ทำให้อาการป่วย ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน นักวิชาการได้จำกัดความ คำว่า “อนุญาต” ว่า หมายถึงอนุญาต ให้กระทำสิ่งที่ห้าม เท่าที่จะทำให้พ้นขีดอันตราย ได้หมดความจำเป็น

ดังนั้น ผู้ที่มีความจำเป็น ที่จะต้องรับประทานซากสัตว์ ก็มิใช่รับประทานจนอิ่ม หรือกักตุนเอาไว้ และสิ่งที่ไม่ถือว่า เป็นความจำเป็นเช่นกัน ก็คือ การแสวงหาสิ่งอำนวยความสะดวกในโลกนี้ เพื่อความเพียบพร้อม เช่น ผู้ที่มีทุนจำกัด ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ย เพื่อจุดประสงค์ที่จะให้การค้าขายของเขา ใหญ่โต หรือกว้างขวาง และผู้ใดที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ กับเพื่อนมนุษย์ ก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องนั่งร่วมวงดื่มสุรา โดยเพิกเฉย หรือไม่ปฏิเสธ แต่ประการใด และใครที่มีสามีที่ละเลย ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ที่จะต้องแต่งกายที่ไม่เรียบร้อย ที่ผิดหลักศาสนา หรือละความละอาย เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และเพื่อเอาใจสามี

ความยากลำบาก จะนำมาซึ่งความง่ายดาย

          เป็นทื่ทราบกันดีว่า บทบัญญัติของอัลเลาะห์ นั้น มีเป้าหมาย เพื่อให้มนุษย์ได้รับความสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ด้วยเหตุนี้ บทบัญญัติจึงถูกกำหนดขึ้น เพื่อความง่ายดาย และความสะดวกสบาย แก่ปวงบ่าว

อัลเลาะห์ ตรัสว่า :

อัลเลาะห์ทรงประสงค์ ให้มีความสะดวก แก่พวกเจ้า และไม่ทรงประสงค์ ให้มีความลำบาก แก่พวกเจ้า  (อัลบะเกาะเราะห์  2 : 185)

พระองค์ตรัสว่า :

          และพระองค์มิได้ทรงทำ ให้เป็นการลำบาก แก่พวกเจ้า ในเรื่องศาสนา        (อัลฮัจญ์ 22 : 78)

และท่านรอซูล ได้กล่าวความว่า : แท้จริงศาสนานี้ (หมายถึงศาสนาอิสลาม) เป็นศาสนาที่ง่ายดาย ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงทำให้เป็นสิ่งที่ง่ายดาย และอย่าทำให้เป็นที่ยากลำบาก       (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

ขอบเขตของความยากลำบาก ซึ่งนำมาซึ่งความง่ายดาย

ความยากลำบากบางอย่างนั้น จะติดอยู่กับบทบัญญัติของศาสนา โดยไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เพราะว่าเป็นธรรมชาติ ของบทบัญญัตินั้นๆ ความยากลำบากในลักษณะนี้ ไม่มีผลทำให้เกิดการผ่อนผัน หรือยกเว้น

เป็นต้นว่า ไม่อนุญาตให้ผู้หนึ่งละศีลอดในตอนกลางวัน ของเดือนรอมฎอน เนื่องจากความหิว หรือไม่ประกอบพิธีฮัจญ์ สำหรับผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์ มีค่าใช้จ่ายพอเพียง ในการทำฮัจญ์ อันเนื่องมาจากความลำบาก ในการเดินทาง หรือเพราะต้องห่างครอบครัว หรือบ้านเกิด

และความยากลำบากบางอย่างนั้น มิได้เป็นธรรมชาติของบทบัญญัติ สามารถที่จะแยกแยะออกจากกันได้ ในสภาพส่วนใหญ่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลัน กะทันหัน โดยไม่คาดคิด ซึ่งเกินความต้องการของบทบัญญัติ ความยากลำบากชนิดนี้ มีอยู่สองระดับด้วยกันคือ ;

ถัดไป

หน้าหลัก

กรกฎาคม 02, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม