จิตใจที่พอเพียง

โดย : อาจารย์ กอเซ็ม เดชเลย์

มีรายงานจากท่านอัมรฺ อิบนิ เอาฟฺ อัลอันซอรี กล่าวว่า ท่านรอซูล กล่าวว่า :

ท่านทั้งหลาย จงรับแจ้งข่าวดี และท่านทั้งหลาย จงคาดหวังสิ่งที่จะทำให้ท่านทั้งหลาย ปิติยินดีเถิด ขอสาบานต่ออัลเลาะห์ ว่า ฉัน (ท่านรอซูล) ไม่ได้หวั่นกลัวว่า ความจนจะประสบ กับพวกท่านทั้งหลาย แต่ฉันหวั่นกลัวว่า พวกท่านทั้งหลาย จะได้รับริสกีที่มากมาย ในโลกดุนยา เฉกเช่นที่บรรดาชนรุ่นก่อน เคยได้รับมาแล้ว แล้วพวกท่านทั้งหลาย ต่างแก่งแย่งชิงดี เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขสบาย ในโลกดุนยา เช่นเดียวกับที่ชนรุ่นก่อน เคยแก่งแย่งชิงดีกัน แล้วดุนยาก็จะทำให้พวกท่านทั้งหลาย ได้รับความหายนะ เหมือนกับที่ได้ทำให้ บรรดาชนรุ่นก่อน ได้รับความหายนะ มาแล้ว บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์ และอิมามมุสลิม

สาเหตุของฮะดีษ

บรรดานักวิชาการฮะดีษ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับสาเหตุของฮะดีษนี้ ว่า : ท่านนบี ได้แต่งตั้งให้ท่านอบูอุบัยดะห์ อิบนิล ญัรรอฮฺ   เป็นผู้เก็บส่วย (ภาษีคุ้มครอง) จากชาวเมืองบาห์เรน เพราะพวกเขา มิได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ว่าพวกเขาเป็นพวกบูชาไฟ (มะยูส) ครั้งหนึ่งท่านอบูอุบัยดะห์ ได้กลับมายังมะดีนะห์ พร้อมทรัพย์สินที่เก็บได้มา จากเมืองบาห์เรน เมื่อชาวอันซอรทราบข่าว การมาถึงของท่านอบูอุบัยดะห์ อิบนิล ญัรรอฮฺ   ก็ได้มาร่วมละหมาดซุบฮฺ กับท่านรอซูล เพื่อทวงสิทธิ และส่วนแบ่งจากภาษี ที่ได้รวบรวมมา หลังจากที่ท่านรอซูล เสร็จการละหมาด และกำลังจะกลับ บรรดาชาวอันซอร ก็มาดักรอท่าน ท่านรอซูล จึงยิ้ม เมื่อท่านเห็นพวกเขา และกล่าวขึ้นความว่า ฉันคิดว่า พวกท่านคงจะได้ยิน เรื่องที่อบูอุบัยดะห์ กลับมาจากเมืองบาห์เรน พร้อมกับทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง

พวกเขาเหล่านั้น ตอบว่า :          ใช่ครับ

ท่านรอซูล จึงได้กล่าวฮะดีษนี้ จนกระทั่งจบ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

คำอธิบาย

บรรดาซอฮาบะห์ ของท่านรอซูล นั้น มีทั้งชาย หญิง พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการอบรมอย่างสมบูรณ์ จากสถาบันที่ดีที่สุด นั่นก็คือสถาบัน ของท่านนบีมุฮัมหมัด ซึ่งเป็นสถาบัน แห่งการปลูกฝังการศรัทธา (อีมาน) ดังนั้น ดุนยา (ความเพลิดเพลิน ความสุขสบาย และทุกสิ่งทุกอย่าง) จึงมิได้ทำให้พวกเขา หลงลืมอัลเลาะห์ บรรดาซอฮาบะห์ของท่านรอซูล นั้น แม้ว่าท่านเหล่านั้น จะมีความยากจน หรือมีความต้องการมากเพียงใดก็ตาม แต่จิตใจของพวกท่านเหล่านั้น ชั่งสูงส่ง น่ายกย่อง เป็นบุคคลที่มีเกียรติ และเจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งนัก

ดังที่อัลเลาะห์ ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของพวกเขาเหล่านั้น ไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า :

  คือ ให้บริจาคทาน) แก่บรรดาผู้ที่ยากจน ที่ถูกจำกัดตัว อยู่ในหนทางของอัลเลาะห์ โดยที่พวกเขา ไม่สามารถจะเดินทางไปในดินแดนอื่นๆ ได้ (เพื่อประกอบอาชีพ) ผู้ที่ไม่รู้ คิดว่าเขาเป็นผู้มั่งมี อันเนื่องมาจากความสงบเสงี่ยมเจียมตัว โดยที่พวกเจ้าจะรู้จักเขา ได้ด้วยเครื่องหมายของพวกเขา พวกเขาจะไม่ขอผู้คน ในสภาพที่เซ้าซี้ (อัลบะเกาะเราะห์ 2 : 273)

บรรดาซอฮาบะห์ของท่านรอซูล ได้ทราบข่าวการกลับมาจากเมืองบาห์เรน ของท่านอบูอุบัยดะห์ ซึ่งท่านอบูอุบัยดะห์ได้กลับมา พร้อมกับทรัพย์สินจำนวนมาก ท่านเหล่านั้น จึงได้มาร่วมละหมาดซุบฮฺ พร้อมกับท่านรอซูล เพื่อจะได้ทวงถามสิทธิ ที่พวกเขาจะได้รับ หลังจากท่านรอซูล ละหมาดเสร็จ และกำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน ท่านเหล่านั้น ได้เข้าไปหาท่านรอซูล อย่างมีมารยาท และนอบน้อม ถ่อมตน และเนื่องด้วยความละอาย ที่มีต่อท่านรอซูล พวกท่านเหล่านั้น มิได้เอ่ยปากขอส่วนแบ่ง จากทรัพย์สมบัติเหล่านั้น แต่ท่านรอซูลเฉลียวฉลาด และมีสายตาอันเฉียบแหลม พอที่จะทราบถึง เป้าหมายที่แท้จริง ของพวกเขา ท่านรอซูล (ซ.ล.) จึงยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มแห่งความพอใจ และอบอุ่นใจ ท่านได้บอกแก่พวกเขาว่า พวกเขาจะได้รับ ตามที่พวกเขาปรารถนา

แท้ที่จริงการกระทำของท่านนบี นั้น เป็นการสั่งสอนที่สูงส่ง และเป็นการแนะนำที่ถูกต้อง เพราะในคำพูดของท่าน แฝงไว้ซึ่งการยินยอม การให้ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งคำตักเตือน อันมีคุณค่า และมีประโยชน์ ท่านนบี ได้ใช้คำพูดที่บริสุทธิ์ และมีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งจะทำให้พวกเขาจดจำ และไม่หลงลืมคำพูดของท่านได้เลย ดังกล่าวคือความสุขสบาย  และความเพริดแพร้วในดุนยา ช่างไม่เป็นการเหมาะสมเลย ที่พวกเขาจะมาลำบากลำบน เพื่อให้ได้มา แต่ท่านนบี ได้บอกว่าให้เอาดุนยา  หรือแสวงหาสิ่งอำนวยความสะดวก ในโลกดุนยา เพียงแค่ให้เพียงพอ ต่อความต้องการ และความจำเป็นเท่านั้น แต่ให้หันมาเอาใจใส่ ในสิ่งที่จะทำให้เขาได้รับความสุข ในโลกอาคิเราะห์ มนุษย์นั้น ไม่ว่าเขาจะรวบรวมสะสมเงินทอง ทรัพย์สมบัติ ไว้มากเพียงใดก็ตาม เขาจะยังไม่รู้จักเพียงพอ กลับจะยิ่งขวนขวาย หามาเพิ่มเติมมากขึ้นอีก

ดังที่ท่านนบี ได้กล่าวไว้ความว่า : หากว่าลูกหลานของอาดัมนั้น มีหุบเขาที่ทำมาจากทอง ถึงสองลูก ก็ยังคงปรารถนา ที่จะมีหุบเขาที่สาม และไม่มีสิ่งใด จะมาเติมเต็ม (ทำให้พอเพียง) แก่ลูกหลานอาดัมได้ เว้นแต่ดินเท่านั้น (ความตาย) และพระองค์อัลเลาะห์นั้น ทรงให้อภัยแก่ผู้ที่ขออภัย กลับเนื้อกลับตัว

ดังนั้น สำหรับผู้มีสติปัญญาแล้ว จะไม่เอาตัวของเขา ไปหมกมุ่นอยู่กับสิ่งไร้ประโยชน์ และละทิ้งสิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับเขา เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกดุนยา เป็นต้นว่า ความสุข ความสบาย ทรัพย์สิน เงินทอง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ของมนุษย์ เพราะความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การมีอำนาจ มีพระราชวัง บ้านเรือนที่ใหญ่โตสวยหรู มีทรัพย์สินเงินทอง มีหน้ามีตา ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างครบครัน แต่ว่าความสุขที่แท้จริงนั้น คือความยำเกรงต่ออัลเลาะห์ การมีจิตใจที่พอเพียง

ดังที่นักกวีท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า :   ฉันไม่เห็นว่าความสุขนั้น คือ การสะสมเงินทอง แต่ฉันเห็นว่า ผู้ที่มีความยำเกรงต่างหาก คือ ผู้ที่มีความสุข


เผยแพร่โดย สายสัมพันธ

www.islammore.com

หน้าหลัก

กันยายน 29, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม