การด่าทอ และการสาปแช่ง

โดย : ผู้หวังความเมตตาจากอัลเลาะห์

มีคนบางกลุ่ม บางประเภท ที่ไม่รู้จักระงับลิ้น ไม่สามารถควมคุม วาจาของตนเองได้ มีการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น โดยการใช้คำพูด ที่หยาบคาย ไม่สุภาพ ด่าทอ สาปแช่ง เพียงเพราะไม่พอใจ หรือขัดแย้งกับเขา ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นนี้นับเป็นการทำร้ายกันและกัน เป็นการกระทำ ที่ขัดกับคำสอนของอิสลาม

มุสลิมจะไม่ทำร้ายผู้อื่น แม้จะด้วยวาจา มุสลิมที่ละหมาด ถือศีลอด และปฏิบัติศาสนกิจอื่นๆ ตามคำสั่งของอัลเลาะห์ และรอซูลของพระองค์ จะยังไม่เป็นมุสลิมที่แท้จริง ตราบใดที่เขายังละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ด้วยการทำร้ายเขาด้วยมือ และวาจา

ดังฮะดีษที่ว่า :

المسلم من سلم المسلمون من لسنه ويده

มุสลิมที่แท้จริงคือ ผู้ที่มุสลิมทั้งหลาย ปลอดภัยจากลิ้น และมือของเขา (บันทึก โดยอิมามอัลบุคอรีย์ และอิมามมุสลิม)

โทษของผู้ที่ด่าทอ

อัลกุรอาน และซุนนะห์ ได้ระบุโทษของผู้ที่ด่าทอ ไว้ดังนี้ อัลเลาะห์ ตรัสว่า :

“และบรรดาผู้กล่าวร้าย แก่บรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิง ในสิ่งที่พวกเขามิได้กระทำ แน่นอน พวกเขาได้แบกการกล่าวร้าย และบาปอันชัดแจ้งไว้”   (อัลอะห์ซาบ 33 : 58)

ท่านอับดุลลอฮ์ อิบนิ มัสอู๊ด กล่าวว่า : ท่านรอซูล กล่าวว่า :

سباب المسلم فسوق وقتاله كفر

 “การด่าทอมุสลิม นับเป็นการละเมิด และการรบราฆ่าฟันกัน นับเป็นการปฏิเสธศรัทธา (บันทึกโดยอิมาม อัลบุคอรีย์ อิมามมุสลิม อัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์)

โทษของผู้ที่สาปแช่ง

การสาปแช่ง (ละอฺนัต) คือ การขับไล่ให้ห่างจากความเมตตา (เราะห์มะห์) ของอัลเลาะห์ สาปแช่งเขา มิให้เข้าสวรรค์

จากรายงาน ที่บันทึกโดยท่านอิมามอัตติรมิซีย์ ท่านรอซูล   กล่าวความว่า : ไม่ใช่ผู้ศรัทธา (มุอฺมิน) ผู้ซึ่งด่าทอ ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ผู้ที่สาปแช่งมาก ผู้ที่หยาบคาย ผู้ที่ลามก

ท่านซะละมะห์ บิน อัลอักวะห์ กล่าวความว่า :  “พวกเรา (บรรดาเศาะฮาบะห์) เมื่อเราเห็นผู้ใดสาปแช่ง พี่น้องมุสลิมด้วยกัน เราจะเห็นว่า เขาได้ทำบาปใหญ่แล้ว” (บันทึกโดยอัฎฎอบรอนีย์ ด้วยสายสืบที่ดี)

ท่านอบี อัดดัรดาอ์ กล่าวว่า : ท่านรอซูล กล่าวความว่า : แท้จริงบ่าวคนหนึ่ง เมื่อใดที่เขาสาปแช่ง คำสาปแช่งนั้น จะขึ้นสู่ฟากฟ้า ประตูฟากฟ้าทั้งหลาย จะถูกปิด ไม่ยอมรับคำสาปนแช่งนั้นๆ แล้วคำสาปแช่ง ก็จะลงมายังพื้นดิน ประตูแห่งผืนแผ่นดิน ก็จะถูกปิด ไม่ยอมรับคำสาปแช่งนั้นๆ แล้วคำสาปแช่ง ก็จะหันซ้ายและขวา เมื่อไม่พบหนทางไป ก็จะกลับมาหาผู้ที่ถูกสาปแช่ง หากเขาผู้นั้นสมควรได้รับคำสาปแช่งนั้นๆ แต่ถ้าเขาไม่สมควร ที่จะถูกสาปแช่ง คำสาปนั้นๆ ก็จะตีกลับไปหาผู้สาปแช่ง" (บันทึกโดยอิมามอบูดาวูด)

จะสาปแช่งใครได้บ้าง!!

ท่านอิมาม อันนะวะวีย์ ได้กล่าวว่า :  การสาปแช่งมุสลิมนั้น เป็นที่ต้องห้าม (ฮะรอม) โดยมติเอกฉันท์ ของบรรดาอุละมาอฺ และมุสลิมทั้งหลาย แต่อนุญาตให้สาปแช่ง ผู้ที่มีลักษณะเลวร้าย (โดยไม่เจาะจงเป็นรายบุคคล) เช่น การกล่าวว่า ขอให้อัลเลาะห์ สาปแช่งบรรดาผู้อธรรม ผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกยิว และพวกคริสต์ บรรดาผู้ละเมิด และบรรดาผู้ปั้นเจว็ด อย่างนี้เป็นต้น

ท่านอิมามอันนะวะวีย ์ได้ยกฮะดีษหลายบทที่ซอฮีฮฺ ที่ยืนยันในเรื่องนี้ เช่น ฮะดีษที่ความว่า :

1. “อัลเลาะห์ทรงสาปแช่งหญิงที่ต่อผม และหญิงที่ขอให้ผู้อื่นต่อผมให้…”
2. “อัลเลาะห์ ทรงสาปแช่งผู้ที่กินดอกเบี้ย และผู้ที่ให้ดอกเบี้ย...”
3. “อัลเลาะห์ ทรงสาปแช่งผู้ที่ลักขโมย...”
4. “อัลเลาะห์ ทรงสาปแช่งผู้ที่เชือดสัตว์เพื่อื่นจากอัลเลาะห์...”
5. “อัลเลาะห์ ทรงสาปแช่งผู้ที่สาปแช่งบิดา มารดาของตน...”
6. “อัลเลาะห์ ทรงสาปแช่งพวกยิว และคริสต์ ที่ยึดเอาหลุมฝังศพ (กุโบ๊ร) ของบรรดานบีของพวกเขาเป็นมัสยิด”
7. “อัลเลาะห์ทรงสาปแช่งผู้ที่เลียนแบบบุรุษจากหมู่สตรี และผู้ที่เลียนแบบสตรี จากหมู่บุรุษ”

ท่านอิมาม อันนะวะวีย์ กล่าวอีกว่า : ส่วนการเจาะจงสาปแช่ง เป็นรายบุคคล แก่ผู้ที่ประพฤติชั่ว เช่น พวกยิว พวกคริสต์ ผู้ทำซินา หรือผู้กินดอกเบี้ย ถ้าดูจากฮะดีษต่างๆ ของท่านรอซูล แล้ว ไม่นับว่า เป็นการต้องห้าม (ฮะรอม) แต่ประการใด

ส่วนท่านอิมาม อัลฆ่อซาลีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังือ อัลอิฮฺยาอฺ ของท่านว่า : การเจาะจงสาปแช่งนั้น เป็นที่ต้องห้าม ยกเว้นผู้ที่เราประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า เขาได้ตายไปในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา (กาเฟร) เช่น อบูละฮับ อบูญะฮฺลิ (ลุงทั้งสองท่านของท่านรอซูล ที่กลั่นแกล้ง ทำร้ายท่านรอซูล  ต่างๆนานา) หรือ ฟาโรห์ ฮามาน เป็นต้น

ท่านอิมามฆ่อซาลีย์ เสริมอีกว่า : เพราะการสาปแช่งนั้น คือ การขับไล่ และการให้ห่างไกล จากความเมตตา (เราะห์มะห์) ของอัลเลาะห์ สาปแช่งเขามิให้เข้าสวรรค์ และเราไม่ทราบแน่ชัดว่า จุดจบของผู้ที่ละเมิด หรือผู้ปฏิเสธศรัทธา ที่เราสาปแช่งไว้นั้น คืออะไร? การที่ท่านไปสาปแช่งเขา หมายความว่า ท่านขอให้เขาไม่ได้รับความโปรดปราน ความเมตตาจากอัลเลาะห์ตลอดไป และจะทำเช่นนี้ไม่ได้ นอกจากผู้ที่ตาย ในฐานะปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น ดังนั้น การสาปแช่งผู้ที่เราไม่ทราบแน่ชัดว่า เขาตายในสภาพปฏิเสธศรัทธา หรือไม่นั้น เป็นสิ่งกระทำไม่ได้

ท่านกล่าวอีกว่า : ส่วนบรรดาผู้ที่ท่านรอซูล ได้เจาะจงสาปแช่งไว้นั้น เป็นไปได้ว่าท่านรอซูล ทราบแน่แล้วว่า พวกเขาจะตายในสภาพที่เป็นกาเฟร

ท่านอิมามอัลฆ่อซาลีย์ยืนยันว่า การเจาะจงสาปแช่งเป็นรายบุคคล เป็นสิ่งต้องห้าม

ดังฮะดีษ ที่บันทึกโดยท่านอิมามอัลบุคอรีย์ จากรายงานของท่านอุมัร อิบนุลค็ฎฎอบ (รอฏิยัลลอฮุอันฮุ) ว่า : มีชายคนหนึ่ง ในสมัยท่านนบี มีนามว่า อัลดุลเลาะห์ ชายผู้นี้มักจะถูกเฆี่ยนเสมอ อันเนื่องมาจากการดื่มสุรา และในวันหนึ่ง เขาถูกนำมายังท่านรอซูล ในสภาพที่มึนเมา ท่านรอซูลจึงสั่งให้เฆี่ยนเขา จึงมีชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ในขณะนั้นว่า ข้าแต่อัลเลาะห์ โปรดทรงสาปแช่งเขา (ให้พ้นจากความเมตตาของพระองค์) กี่ครั้งแล้ว ที่เขาถูกนำพามาเพื่อการนี้ (ลงโทษ)

ท่านนบีจึงกล่าวความว่า : “พวกท่านทั้งหลาย อย่าได้สาปแช่งเขาเลย ฉันขอสาบานต่ออัลเลาะห์ ว่า ฉันรู้ดีว่าเขารักอัลเลาะห์ และรอซูลของพระองค์ มากเพียงใด

เผยแพร่โดย สายสัมพันธ

www.islammore.com

หน้าหลัก

กรกฎาคม 01, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม