อิสลามคัดค้านการแบ่งแยกเชื้อชาติ และชนชั้นวรรณะ

 โดย : อาจารย์ กอเซ็ม เดชเลย

                มีรายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า :

ท่านรอซูล ได้ถามถึงหญิงผิวดำคนหนึ่ง ซึ่งเคยทำความสะอาดมัสยิด ว่า : นางหายไปไหน?
บรรดาซอฮาบะห์กล่าวว่า : นางเสียชีวิตแล้ว
ท่านรอซูล กล่าวว่า : เหตุใดพวกท่านจึงไม่บอกเรื่องนี้ให้ฉันทราบ
ประหนึ่งว่า พวกเขาเห็นว่าเรื่องของนาง เป็นเรื่องเล็กๆ
ท่านรอซูล  กล่าวว่า : พวกท่านจงพาฉัน ไปที่กุบูรของนาง
แล้วพวกเขาก็พากท่านรอซูล ไป ท่านรอซูล ได้ละหมาดให้นาง
หลังจากนั้น ท่านกล่าวว่า : แท้จริง กุบู๊รนี้เต็มไปด้วยความมืดมิด และอัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทำให้กุบุรเหล่านี้ สว่างไสว ด้วยการละหมาดของฉัน แก่พวกเขา (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

คำอธิบาย

การเป็นพี่น้องที่มีหลักศรัทธาร่วมกัน และได้รับการอบรมอันดีงาม จะก่อให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูล การคบค้าสมาคม ด้วยความเมตตา การให้เกียรต ิในหมู่มุสลิมซึ่งกันและกัน และการยกย่องคุณค่า ของความเป็นมนุษย์ โดยไม่มีการแบ่งแยก ว่า จะเป็นชายหรือหญิง ผิวขาวหรือผิวดำ ร่ำรวยหรือจน เว้นแต่ด้วยความยำเกรง และการงานที่ดี เท่านั้น ดังที่อัลกุรอานระบุไว้ว่า :

โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้า จากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้า แยกเป็นเผ่า และตระกูล เพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่ง ในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺ นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺ นั้น เป็นผู้ทรงรอบรู้ อย่างละเอียดถี่ถ้วน  (อัลหุญุรอต 49 :13)

และเช่นเดียวกัน อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ผู้ทรงโปรดปราน และผู้ทรงเอ็นดู ได้ทรงประทาน ความโปรดปราน แก่ปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ศรัทธา โดยให้เขาเหล่านั้น เป็นพี่น้องร่วมศาสนาเดียวกัน มีศรัทธาที่บริสุทธิ์ และได้ทำให้เขาเหล่านั้น หลุดพ้นจากความเกลียดชัง และข่มเหงกัน

พระองค์ตรัสว่า :

และพวกเจ้าจงยึดสายเชือก ของอัลลอฮ์ โดยพร้อมกันทั้งหมด และจงอย่าแตกแยกกัน และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ ที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกัน ระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกัน ด้วยความเมตตา ของพระองค์ และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุม แห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้า ให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น ในทำนองนั้นแหละ อัลลอฮ์จะทรงแจกแจงแก่พวกเจ้า ซึ่งบรรดาโองการของพระองค์ เพื่อว่าเพวกเจ้าจะ ได้รับแนวทางอันถูกต้อง  (อาละอิมรอน 3 : 103)

ฮะดีษบทนี้ ยังได้นำเสนอรูปแบบที่งดงาม ที่คู่ควรแก่การนำมาปฏิบัติ เป็นเยี่ยงอย่าง ชี้ให้เห็นถึงการให้เกียรติ การยกย่องของท่านรอซูล ต่อหญิงผิวดำที่ยากจน ซึ่งเคยทำหน้าที่ ดูแลทำความสะอาดมัสยิด ท่านรอซูล ได้เห็นถึงคุณค่าของนาง และคุณค่าของหน้าที่การงานของนาง ท่านจึงได้ตอบแทนนาง อย่างเต็มที่ ด้วยการชมเชยการขอดุอาอฺให้แก่นาง การไปเยี่ยมกุบู๊รนาง และทำให้กุบู๊รของนาง สว่างไสว ด้วยการละหมาด ให้แก่นาง

ท่านรอซูล ได้มอบบทเรียน และแบบอย่างการปฏิบัติอันล้ำค่า แก่บรรดาผู้นำ ผู้บังคับบัญชา และผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลาย ตลอดจนบรรดามุสลิม ทั้งชายและหญิง ในการให้เกียรติคนอ่อนแอ และคนยากจน ให้เห็นถึงคุณค่าของพวกเขา และคุณค่าของการงาน ที่พวกเขาทุ่มเท และให้การตอบแทนพวกเขา ตามสิทธิที่พวกเขาพึงได้รับ อย่างครบถ้วน และสมบูรณ์ ทั้งยังต้องให้เกียรติพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ตาม โดยไม่จำกัดการให้เกียรติยกย่อง แก่คนในสังคมชั้นสูง เท่านั้น หรือเพื่อผลประโยชน์ในดุนยานี้ โดยปล่อยปละละเลยชนชั้นอื่นๆ ในสังคม

บรรดามุสลิม และมุสลิมะห์ทั้งหลาย พึงจดจำสถานภาพ และตำแหน่งอันมีเกียรติ ที่อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงมอบให้กับผู้ที่อ่อนแอ โดยเฉพาะในวันกิยามะห์กันเถิด มีรายงานจากท่านฮาริษะห์ อิบนุ วะฮฺบิ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ฉันได้ยินท่านรอซูล กล่าวความว่า : ฉันจะบอกให้พวกท่านทราบ ถึงชาวสวรรค์ พวกท่านอยากทราบไหม? คือ ทุกๆ คนที่อ่อนแอ ที่แสดงออกถึงความอ่อนแอ หากว่าเขาสาบานต่ออัลเลาะห์ อัลเลาะห์ก็จะรับคำสาบานของเขา ฉันจะบอกให้พวกท่านทราบ ถึงชาวนรก พวกท่านอยากทราบไหม? คือ ทุกๆ คนที่หยาบคายยโส และโอหัง     (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

เช่นเดียวกัน ท่านรอซูล ได้เรียกร้องให้เราทำความดี แก่คนอ่อนแอ เพราะผลตอบแทนอันดีงาม ที่เกิดจากการช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ก็คือ อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะช่วยเหลือเรา ให้มีชัยชนะเหนือศัตรู และจะเพิ่มพูนริสกีย์ ให้แก่เรา ดังมีรายงานจากท่านอบิ๊ดดัรดาอฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ฉันได้ยินท่านรอซูล กล่าวความว่า : ฉันขอสั่งเสียพวกท่าน ให้ดูแล และช่วยเหลือ บรรดาผู้อ่อนแอ แท้จริงท่านทั้งหลาย จะได้รับการช่วยเหลือ และได้รับริสกีย์ เนื่องมาจาก (การช่วยเหลือ) ผู้อ่อนแอทั้งหลาย ในหมู่พวกท่าน (บันทึกโดยอิมามอบูดาวู๊ด)

ฮะดีษบทนี้ ยังได้ชี้นำมุสลิมทั้งหลาย ไม่ว่าชายหรือหญิง ให้เอาใจใส่ดูแลบ้านของอัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้ความสำคัญ กับการทำความสะอาด และขจัดสิ่งสกปรก ออกจากบ้านของอัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา รวมถึงป้องกันมิให้สิ่งสกปรกต่างๆ มาเปรอะเปื้อน เพื่อเป็นการให้เกียรติ แก่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และจำเริญนี้ ดังที่ท่านรอซูล ได้เตือนไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า : มีรายงานจากท่านอนัส รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ความว่า : แท้จริง มัสยิดแห่งนี้ ไม่คู่ควรเลย ที่จะเปรอะเปื้อนด้วยปัสสาวะ หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ แต่ทว่ามัสยิดแห่งนี้ มีเพื่อใช้ในการรำลึกถึงอัลเลาะห์ เพื่อการละหมาด และอ่านอัลกุรอาน   (บันทึกโดยอิมามมุสลิม)

ท่านอนัส อิบนุ มาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า : ท่านรอซูล กล่าวความว่า : การถ่มน้ำลายในมัสยิด เป็นความผิด และสิ่งที่จะไถ่ถอนความผิดนี้ คือ การกลบฝังมันเสีย  (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

และท่านรอซูล ยังได้ปฏิบัติแบบอย่างอันดีงาม แก่บรรดามุอฺมินทั้งหลาย ในการใส่ใจดูแล และ ขจัดสิ่งสกปรก ออกจากมัสยิด ด้วยมือของท่าน เพื่อหวังในความพอพระทัย ของอัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ดังรายงานจากท่านหญิงอาอิชะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ความว่า : แท้จริงท่านรอซูล ได้เห็นน้ำมูกหรือน้ำลาย หรือเสมหะ ติดอยู่ที่กำแพงด้านกิบละห์ และท่านก็ขูดมันออกไป (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

และท่านรอซูล ยังได้เรียกร้องให้เมตตาผู้ที่มักง่าย และไม่ให้ความใส่ใจ ต่อความสะอาดของมัสยิด เพื่อเป็นการปิดกั้นการทะเลาะเบาะแว้ง และความรุนแรงที่จะตามมา มีรายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : มีอาหรับชนบทคนหนึ่ง ปัสสาวะในมัสยิด ผู้คนก็เลยลุกขึ้นไป เพื่อที่จะทำร้ายเขา ท่านนบี (ซ.ล.) จึงกล่าวความว่า :ปล่อยเขาเถิด และเอาน้ำมาถังหนึ่ง ราดไปที่ปัสสาวะนั้น แท้จริงพวกท่านถูกส่งมา เป็นผู้ให้ความสะดวกง่ายดาย มิใช่ถูกส่งมา เป็นผู้ให้ความยากลำบาก (บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย พึงระวังการแบ่งแยกเชื้อชาติ และชนชั้น อันเป็นสาเหตุมาจากสีผิว หรือหน้าที่การงาน โดยแสดงความดูถูก ดูหมิ่นบรรดาคนงาน ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา และคนรับใช้ ด้วยการทำร้าย ด่าทอ และทำโทษ เพียงเพราะความผิดพลาด เล็กๆ น้อยๆ หรือความบกพร่อง ที่มิได้เจตนาให้เกิดขึ้น

ท่านรอซูล ได้กำชับมิให้ทำร้ายคนรับใช้ ไม่ว่าชายหรือหญิง ดังฮะดีษที่รายงาน โดยท่านซุวัยดฺ อิบนุ มุก็อรริน กล่าวความว่า : ฉันเป็นคนหนึ่ง ในเจ็ดพี่น้องตระกูลมุก็อรริน เรามีคนรับใช้หญิงอยู่คนหนึ่ง น้องชายคนเล็กของเรา ได้เคยตบหน้านาง ท่านรอซูล จึงสั่งให้เราปลดปล่อยนาง ให้เป็นอิสระ      (บันทึกโดยอิมามมุสลิม)

และท่านรอซูล ได้เรียกร้องบรรดามุอฺมินทั้งหลาย ให้ทำดีต่อคนรับใช้ และลูกจ้าง และให้เกียรติพวกเขา

ในฮะดีษที่รายงาน โดยท่านหญิงอาอิชะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา แจ้งว่า : ท่านรอซูล ไม่เคยตีคนรับใช้ หรือสุภาพสตรีเลย และท่านไม่เคยตีสิ่งใดด้วยมือของท่าน (บันทึกโดยอิบนุมาญะห์)

สาระที่ได้รับจากฮะดีษนี้

1. อิสลามต่อต้าน และคัดค้าน การแบ่งแยกเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์
2. ความประเสริฐของคน ขึ้นอยู่กับการยำเกรง และคุณความดีที่เขาปฏิบัติ
3. ส่งเสริมให้ดูแลเอาใจใส่ความสะอาดของมัสยิด
4. ส่งเสริมให้เมตตา และให้เกียรติลูกจ้าง คนงาน และคนรับใช้

เผยแพร่โดย : สายสัมพันธ์

www.islammore.com

หน้าหลัก

กรกฎาคม 01, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม