Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ไสยศาสตร์ การสิงสู่ และดวงตาริษยา

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอความสุขความจำเริญและความสันติ จงประสบแด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

 ดุนยาคือโลกแห่งการทดสอบ ผู้ศรัทธาจะถูกทดสอบ ทั้งด้วยความสุขและความทุกข์ ความยากเข็ญลำเค็ญ และความเป็นอยู่ที่ดี การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีโรคภัยไข้เจ็บ ความร่ำรวยและความยากจน หรือแม้แต่สิ่งที่เป็นอารมณ์ความต้องการ และความเคลือบแคลงสงสัย อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ كُلُّ نَفۡسٖ ذَآئِقَةُ ٱلۡمَوۡتِۗ وَنَبۡلُوكُم بِٱلشَّرِّ وَٱلۡخَيۡرِ فِتۡنَةٗۖ وَإِلَيۡنَا تُرۡجَعُونَ ٣٥ ﴾ [الأنبياء: ٣٥] 

ความว่า “ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย และเราจะทดสอบพวกเจ้าด้วยความชั่วและความดี และพวกเจ้าจะต้องกลับไปหาเราอย่างแน่นอน” (อัลอันบิยาอ์: 35)

กล่าวคือ ในบางครั้งเราจะทดสอบพวกเจ้า ทั้งด้วยทุกข์ภัยความยากลำบาก และบางครั้งเราก็ทดสอบด้วยความสุขสบาย เพื่อที่จะเฝ้าดูว่าพวกเจ้านั้น เป็นผู้ที่สรรเสริญขอบคุณ หรือเป็นผู้ที่ปฏิเสธ เป็นผู้ที่หมดหวังหรือเป็นผู้ที่อดทน

บททดสอบหนึ่งที่มนุษย์อาจพบเจอ คือ ไสยศาสตร์ การถูกญินเข้าสิง และดวงตาที่ริษยา (อัลอัยนฺ) สิ่งเหล่านี้มีหลักฐานชัดเจน ทั้งจากบทบัญญัติอิสลาม และจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และผู้คนในปัจจุบันนี้ต่างประสบกับบททดสอบนี้กันอย่างมากมาย ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดกรณีดังกล่าวคือ

สาเหตุที่หนึ่ง เป็นบททดสอบจากพระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้แม้กับคนดี ทั้งหญิงและชาย ดังที่ได้เกิดขึ้นกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งที่ท่านเป็นผู้นำของมวลมนุษยชาติ ดังหะดีษที่รายงานโดยท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า “ชายชาวยิวจากเผ่าซุร็อยกฺ ชื่อละบีด บิน อัลอะอฺศ็อม ได้ทำคุณไสยใส่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กระทั่งท่านถึงกับเพ้อว่า ได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปโดยที่ท่านไม่ได้ทำ ในที่สุดมลาอิกะฮฺได้มาหาท่าน และบอกที่ซ่อนของคุณไสยนั้น ท่านจึงใช้ให้นำออกมาแล้วเอาไปฝัง” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 5766 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2189)

คุณไสยที่เกิดขึ้นกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถือเป็นโรคหนึ่งจากภัยไข้เจ็บทั่วไปที่เกิดขึ้น และพระองค์อัลลอฮฺก็ได้ทรงทำให้ท่านหายจากโรคดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นข้อบกพร่องหรือเป็นเรื่องน่าตำหนิแต่ประการใด ทั้งนี้ เพราะโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ กับบรรดานบี หรือแม้แต่อาการหมดสติ ซึ่งท่านนบีก็เคยหมดสติ เมื่อครั้งที่ท่านป่วยจนล้มลง สิ่งนี้คือบททดสอบ เพื่อที่อัลลอฮฺจะได้ทรงเพิ่มพูนผลบุญ และความจำเริญให้แก่ท่าน

และแน่นอนว่าบุคคลที่ถูกทดสอบอย่างสาหัสที่สุด คือบรรดานบีทั้งหลาย พวกท่านต่างเผชิญกับการทดสอบ ด้วยพฤติกรรมของประชาชาติของพวกท่าน ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าฟัน ทุบตีทำร้าย ด่าทอ หรือกักขัง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะถูกทดสอบจากบรรดาศัตรูของท่าน ด้วยไสยศาสตร์ ไม่ต่างจากการที่ท่านถูกทดสอบ ด้วยคมหอกคมดาบ หรือการที่มีผู้นำสิ่งปฏิกูลวางบนหลังท่านขณะที่กำลังสุญูด และกรณีอื่น ๆ ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด สำหรับนบีทั้งหลายที่จะถูกทดสอบในลักษณะเช่นนี้ และพวกท่านก็จะได้รับผลบุญที่เพิ่มพูน ณ อัลลอฮฺ ตะอาลา (บะดาอิอฺ อัลฟะวาอิด เล่ม 2 หน้า 742)

สาเหตุที่สอง การฝ่าฝืนและบาปความผิดต่าง ๆ อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสว่า

﴿ وَمَآ أَصَٰبَكُم مِّن مُّصِيبَةٖ فَبِمَا كَسَبَتۡ أَيۡدِيكُمۡ وَيَعۡفُواْ عَن كَثِيرٖ ٣٠ ﴾ [الشورى: ٣٠] 

ความว่า และทุกข์ภัยอันใดที่ประสบแก่พวกเจ้า ก็เนื่องด้วยน้ำมือของพวกเจ้าได้ขวนขวายไว้ และพระองค์ทรงอภัย (ความผิดให้) มากต่อมากแล้ว” (อัชชูรอ: 30)

และพระองค์ตรัสว่า

﴿ مَّآ أَصَابَكَ مِنۡ حَسَنَةٖ فَمِنَ ٱللَّهِۖ وَمَآ أَصَابَكَ مِن سَيِّئَةٖ فَمِن نَّفۡسِكَۚ ﴾ [النساء: ٧٩] 

ความว่า “ความดีใด ๆ ที่ประสบแก่เจ้านั้น มาจากอัลลอฮฺ และความชั่วใด ๆ ที่ประสบแก่เจ้านั้น มาจากตัวของเจ้าเอง” (อันนิสาอ์: 79)

ชาวสลัฟท่านหนึ่งกล่าวว่า “เมื่อใดที่ฉันฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ฉันมักจะได้เห็นผลของการฝ่าฝืนดังกล่าว เกิดขึ้นกับตัวฉันและสัตว์พาหนะของฉัน”

สาเหตุที่สาม การหลงลืมและเพิกเฉย ต่อการรำลึกถึงอัลลอฮฺ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ وَمَن يَعۡشُ عَن ذِكۡرِ ٱلرَّحۡمَٰنِ نُقَيِّضۡ لَهُۥ شَيۡطَٰنٗا فَهُوَ لَهُۥ قَرِينٞ ٣٦ ﴾ [الزخرف: ٣٦]       

ความว่า และผู้ใดผินหลังจากการรำลึกถึงพระผู้ทรงกรุณาปรานี เราจะให้ชัยฏอนตัวหนึ่งแก่เขา แล้วมันก็จะเป็นสหายของเขา” (อัซซุครุฟ: 36)

ท่านญาบิรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

« إِذَا دَخَلَ الرَّجُلُ بَيْتَهُ، فَذَكَرَ اللهَ عِنْدَ دُخُولِهِ وَعِنْدَ طَعَامِهِ، قَالَ الشَّيْطَانُ: لَا مَبِيتَ لَكُمْ وَلَا عَشَاءَ، وَإِذَا دَخَلَ فَلَمْ يَذْكُرِ اللهَ عِنْدَ دُخُولِهِ، قَالَ الشَّيْطَانُ: أَدْرَكْتُمُ الْمَبِيتَ، وَإِذَا لَمْ يَذْكُرِ اللهَ عِنْدَ طَعَامِهِ، قَالَ: أَدْرَكْتُمُ الْمَبِيتَ وَالْعَشَاءَ» [رواه مسلم برقم 2018]  

ความว่า เมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งรำลึกถึงอัลลอฮฺ ขณะที่เขาก้าวเข้าบ้าน และขณะที่เขาจะรับประทานอาหาร ชัยฏอนจะกล่าว (แก่พรรคพวกของมัน) ว่า คืนนี้พวกเจ้าคงไม่มีที่นอน และไม่มีอาหารเย็นให้กินแล้ว! แต่หากเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ ขณะเดินเข้าบ้าน ชัยฏอนจะกล่าว (แก่พรรคพวกของมัน) ว่า พวกเจ้าได้ที่นอนสำหรับคืนนี้แล้ว! และหากเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺขณะรับประทานอาหาร ชัยฏอนจะกล่าว (แก่พรรคพวกของมัน) ว่า พวกเจ้าได้ที่นอนและอาหารเย็นแล้ว!” (บันทึกโดย มุสลิม หะดีษเลขที่ 2018)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม