Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การเชิดชูให้เกียรติพระเจ้า
และข้อตัดสินสำหรับผู้ที่ด่าทอพระองค์


อับดุลอะซีซ บิน มัรซูก อัฏ-เฏาะรีฟีย์

บทนำ

อัลหัมดุลิลลาฮฺ ขอสรรเสริญเอกองค์อัลลอฮฺ ด้วยการสรรเสริญ ที่คู่ควรด้วยสถานะแห่งพระองค์ ขอขอบคุณพระองค์ ด้วยสำนึกในหน้าที่ ต่อพระบัญชาของพระองค์ และข้าพระองค์ขอยืนยันว่า บ่าวทั้งปวงนั้น ด้อยความสามารถที่จะยกย่องเชิดชูพระองค์ อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากพวกเขา ไม่ได้มีความรู้ครอบคลุม เกี่ยวกับพระองค์อย่างรอบด้าน

นิอฺมัต หรือการประทานของพระองค์นั้น มิอาจนับคำนวน การขอบคุณต่อนิอฺมัตอันมากมายนั้น ก็ไม่อาจจะทำได้ครบถ้วน พระองค์คือผู้ครอบครอง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ยังพระองค์เท่านั้นคือที่กลับไป ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก นอกจาพระองค์เท่านั้น เพียงพระองค์เดียวไม่มีภาคีใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีผู้ที่คู่ควร แก่การเคารพภักดี นอกจากพระองค์

และข้าพเจ้าขอกล่าวเศาะละวาตและสลาม แด่นบีผู้ไม่รู้หนังสือ ท่านนบีมุหัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
  
อนึ่ง แท้จริงแล้ว ในจำนวนหน้าที่จำเป็นประการหนึ่ง ซึ่งรับรู้กันด้วยปัญญา และหลักฐานได้  ก็คือ การที่จะต้องรู้ถึงสถานะ ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้าง ผู้ซึ่งสรรพสิ่งทั้งมวล ยอมรับในเอกภาพของพระองค์ และในตัวแต่ละสรรพสิ่งที่ถูกสร้างนั้น เราจะพบเห็นเครื่องหมายอันชัดเจน ถึงความยิ่งใหญ่ขององค์ผู้อภิบาล รวมถึงความยิ่งใหญ่ในการสรรค์สร้าง และดลบันดาลของพระองค์ และถ้าหากเราทุกคน ย้อนกลับมาดูตัวเอง และพินิจอย่างถ่องแท้ เขาก็จะทราบถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ ของพระเจ้าผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา

﴿ وَفِيٓ أَنفُسِكُمۡۚ أَفَلَا تُبۡصِرُونَ ٢١ ﴾ [الذاريات: ٢١] 

ความว่า “และในตัวของพวกเจ้าเอง (ก็มีเครื่องหมาย แห่งความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ) พวกเจ้าไม่ได้เห็นดอกหรือ?” (อัซ-ซาริยาต 21)

ท่านนบี นูหฺ อะลัยฮิสสลาม ได้กล่าวแก่หมู่ชนของท่านว่า

﴿ مَّا لَكُمۡ لَا تَرۡجُونَ لِلَّهِ وَقَارٗا ١٣ وَقَدۡ خَلَقَكُمۡ أَطۡوَارًا ١٤ ﴾ [نوح: ١٣-١٤] 

ความว่า อะไรกัน เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ศรัทธา ไม่เกรงกลัว และไม่ให้เกียรติ ต่อความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว พระองค์ได้สร้างพวกเจ้ามา อย่างเป็นลำดับขั้นตอน” (นูหฺ 13-14)

อิบนุ อับบาส และมุญาฮิด ได้อธิบายคำว่า “วะกอรอ” ในอายะฮฺนี้ว่า “อะซอมะฮฺ - ความยิ่งใหญ่” (อัล-ดุรฺ อัล-มันษูรฺ 8/290-291) อิบนุ อับบาส ยังได้กล่าวอธิบายว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ให้การเชิดชูความยิ่งใหญ่ ของอัลลอฮฺ ตามที่คู่ควรแก่พระองค์” (ตัฟสีรฺ อัฏ-เฏาะบะรีย์ 23/296, ตัฟสีรฺ อัล-บะเฆาะวีย์ 5/156)

ท่านนบีนูหฺ ได้สะกิดให้พวกเขา หันกลับมาดูตัวพวกเขาเอง และพัฒนาการของชีวิตที่เติบโต อย่างเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้พวกเขารู้ว่า พระองค์อัลลอฮฺมีสิทธิเหนือพวกเขา  เพียงแค่การพิจารณาตัวเอง และพัฒนาการของชีวิตนั้น ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้มีความสำนึก ในการเชิดชูให้เกียรติของอัลลอฮฺ และรู้ถึงความยิ่งใหญ่แห่งสถานะของพระองค์ แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า ถ้าหากว่าได้พิจารณา สรรพสิ่งถูกสร้างทั้งมวลของพระองค์ ที่มีอยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน เหตุที่มนุษย์ไม่เข้าถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺนั้น เนื่องจากพวกเขาดูเครื่องหมาย และสัญญาณต่างๆ ของพระองค์โดยปราศจากความรู้แจ้ง พวกเขาดูผ่านๆ อย่างรีบๆ และเพียงเพื่อความสำราญชั่วครู่ ไม่ใช่เพื่อเป็นบทเรียน ค้นหาความรู้ให้เห็นแจ้ง พิจารณา หรือใคร่ครวญ

﴿ وَكَأَيِّن مِّنۡ ءَايَةٖ فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ يَمُرُّونَ عَلَيۡهَا وَهُمۡ عَنۡهَا مُعۡرِضُونَ ١٠٥ ﴾ [يوسف: ١٠٥] 

ความว่า “มีเครื่องหมายต่างๆ มากมายเท่าไร ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน ที่พวกเขาดูผ่านๆ ในสภาพที่พวกเขาผินหลังให้ โดยไม่สนใจใยดี” (ยูสุฟ 105)

ดังนั้น สัญญาณต่างๆ จะไม่เกิดประโยชน์ ความมหัศจรรย์ต่างๆ ก็จะใช้ไม่ได้ผล กับสติปัญญาที่ปฏิเสธ และหัวใจที่หลงลืม ไม่มีผู้ใดที่จะเชิดชูอัลลอฮฺ นอกจากผู้ที่เห็นพระองค์ หรือผู้ที่ได้เห็นเครื่องหมาย และสัญญาณต่างๆ ของพระองค์ รวมถึงได้ทราบถึงคุณลักษณะต่างๆ ของพระองค์ด้วย

ด้วยเหตุนี้ เราจะเห็นว่า การให้เกียรติต่ออัลลอฮฺนั้น จะอยู่ระดับที่อ่อนมาก ในหัวใจที่ปฏิเสธ และหลงลืม จนเป็นเหตุทำให้มันฝ่าฝืน และทรยศอัลลอฮฺ และบางครั้งอาจจะถึงขั้นด่าทอ และเหยียดหยามพระองค์

สภาพการฝ่าฝืนต่อผู้ที่ยิ่งใหญ่ ขึ้นอยู่กับระดับความโง่เขลา ต่อความยิ่งใหญ่ของผู้ยิ่งใหญ่นั้น และสภาพการปฏิเสธ และละเมิดสิทธิ  ก็ขึ้นอยู่กับระดับการให้เกียรติที่ต่ำ ต่อสถานะของเขา ในหัวใจ ในขณะเดียวกัน สภาพการเชื่อฟังผู้ที่อ่อนแอ ก็ขึ้นอยู่กับระดับความโง่เขลา ต่อความอ่อนแอของเขาผู้นั้น และสภาพการเคารพภักดี และเชิดชูต่อสิ่งที่อ่อนแอ ก็จะขึ้นอยู่กับความเชื่อต่อสถานะของสิ่งนั้น ในหัวใจเช่นกัน

นี่คือเหตุที่บรรดาพวกมุชริกีน ผู้ตั้งภาคี เคารพกราบไหว้เจว็ด แต่กลับปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ผู้ที่จะทำให้กระดูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง พระองค์ทรงอธิบายความบกพร่องนี้ ของพวกเขาว่า

﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ضُرِبَ مَثَلٞ فَٱسۡتَمِعُواْ لَهُۥٓۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ تَدۡعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ لَن يَخۡلُقُواْ ذُبَابٗا وَلَوِ ٱجۡتَمَعُواْ لَهُۥۖ وَإِن يَسۡلُبۡهُمُ ٱلذُّبَابُ شَيۡ‍ٔٗا لَّا يَسۡتَنقِذُوهُ مِنۡهُۚ ضَعُفَ ٱلطَّالِبُ وَٱلۡمَطۡلُوبُ ٧٣ مَا قَدَرُواْ ٱللَّهَ حَقَّ قَدۡرِهِۦٓۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَقَوِيٌّ عَزِيزٌ ٧٤ ﴾ [الحج: ٧٣-٧٤] 

ความว่า โอ้มนุษย์เอ๋ย นี่เป็นอุทาหรณ์ ดังนั้น จงรับฟังเสีย แท้จริงบรรดาผู้ที่พวกเจ้าวอนขอ นอกจากอัลลอฮฺนั้น พวกมันไม่สามารถที่จะสร้าง แม้แต่แมลงวันตัวเดียว ได้อย่างเด็ดขาด ถึงแม้จะรวมหัวกันอย่างไรก็ตาม  และถ้าหากแมลงวันมาเกาะ และดูดติดอะไรบางอย่าง ไปจากพวกมัน เจว็ดพวกนั้น ก็ไม่สามารถจะฉกฉวยกลับมาได้  ทั้งผู้ที่ขอและผู้ถูกขอ ต่างก็อ่อนแอด้วยกันทั้งสิ้น พวกเขาเหล่านั้น (บรรดาผู้ตั้งภาคี) ไม่ได้ให้เกียรติ แก่สถานะของอัลลอฮฺ ตามที่คู่ควรแก่พระองค์ แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺนั้น ทรงสามารถยิ่ง และทรงเกรียงไกรยิ่ง” (อัล-หัจญ์ 73-74)

ในจำนวนสิ่งที่ถือว่า เป็นการให้เกีรยติเชิดชูอัลลอฮฺ ก็คือ การรู้ถึงคุณลักษณะ และพระนามของพระองค์ การพิจารณาเครื่องหมายต่างๆ ของพระองค์ การใคร่ครวญบุญคุณอันมากมายของพระองค์ การใช้สายตา และความรู้ในหัวอก ดูไปยังสภาพของประชาชาติ ที่สูญสลายไปก่อนหน้า ใช้บทเรียนจากบั้นปลายชีวิต ทั้งของผู้ปฏิเสธ และผู้ที่เชื่อ ผู้ศรัทธา และผู้ทรยศฝ่าฝืน

และในจำนวนสิ่งที่ถือว่า เป็นการให้เกีรยติเชิดชูอัลลอฮฺ อีกเช่นเดียวกัน ก็คือ การเรียนรู้บทบัญญัติของพระองค์ รวมถึงคำสั่งใช้ และคำสั่งห้ามต่างๆ ของพระองค์ การให้เกียรติเชิดชูบทบัญญัติเหล่านั้น ด้วยการเชื่อฟัง และปฏิบัติจริง เพราะนั่นจะทำให้ความศรัทธาในหัวใจ เติบโต ความศรัทธานั้น จะมีพลังแห่งความร้อน และความสว่าง ความร้อนของอีมานจะเย็นลง และความสว่างของมัน จะดับมืดลง ถ้าหากว่าผู้ที่ท่านศรัทธา สั่งให้ท่านทำอะไรแล้ว ท่านไม่ได้เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม หรือเขาห้ามอะไร ท่านก็ไม่เลิกจากคำสั่งห้าม ตัวอย่างในเรื่องนี้ ก็คือการที่อัลลอฮฺได้ตรัสถึงการให้เกียรติต่อสัตว์พลี และการเชือดในพิธีหัจญ์ว่า

﴿ ذَٰلِكَۖ وَمَن يُعَظِّمۡ شَعَٰٓئِرَ ٱللَّهِ فَإِنَّهَا مِن تَقۡوَى ٱلۡقُلُوبِ ٣٢ ﴾ [الحج: ٣٢] 

ความว่า ดังกล่าวนั้น ผู้ใดก็ตามที่เชิดชู  ให้เกียรติเครื่องหมายต่างๆ ของอัลลอฮฺ แท้จริง นั่นแสดงว่า เป็นส่วนหนึ่งของตักวาในหัวใจ” (อัล-หัจญ์ 32)

ถัดไป

หน้าหลัก

มีนาคม 31, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม