Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อัล-บิชาเราะฮฺ (การแจ้งข่าวดี)

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอความสุข ความจำเริญ และศานติ จงประสบ แด่ศาสนทูตของพระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ เพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

ในวันนี้ เราจะพูดถึง "อัล-บิชาเราะฮฺ" (البشارة) ซึ่งหมายถึง  "การแจ้งข่าวที่เป็นความจริง อันทำให้ผู้รับฟัง มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะใช้กับข่าวดี หรือข่าวร้ายก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้กับข่าวดี" (อัต-ตะอฺรีฟาต ของ อัล-ญัรญานียฺ หน้า 45)

อัร-รอซียฺ กล่าวว่า "อัล-บิชาเราะฮฺนั้น โดยทั่วไปถือว่าเป็นการแจ้งข่าวดี แต่ถ้าใช้กับข่าวร้าย ก็จะระบุเจาะจงลงไป ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ فَبَشِّرۡهُم بِعَذَابٍ أَلِيمٍ 3٤ ﴾ [التوبة : 34]

ความว่า จงแจ้งข่าวแก่พวกเขาเถิด ว่า พวกเขาจะได้รับการลงโทษ อันเจ็บปวด (อัต-เตาบะฮฺ: 34)"

มีตัวบทหลักฐานมากมาย จากอัลกุรอาน และสุนนะฮ ที่กล่าวถึงการแจ้งข่าวดี สำหรับผู้ศรัทธาทั้งหลาย ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ

1) อัลลอฮฺ ตรัสว่า

﴿ أَلَآ إِنَّ أَوۡلِيَآءَ ٱللَّهِ لَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٦٢ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَكَانُواْ يَتَّقُونَ ٦٣ لَهُمُ ٱلۡبُشۡرَىٰ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا وَفِي ٱلۡأٓخِرَةِۚ لَا تَبۡدِيلَ لِكَلِمَٰتِ ٱللَّهِۚ ذَٰلِكَ هُوَ ٱلۡفَوۡزُ ٱلۡعَظِيمُ ٦٤ ﴾ [يونس : 62-64]

ความว่า “พึงทราบเถิด! แท้จริง บรรดาคนที่อัลลอฮฺรักนั้น ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ พวกเขาคือบรรดาผู้ศรัทธา และมีความยำเกรง สำหรับพวกเขาจะได้รับข่าวดี ในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และในโลกหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในลิขิตของอัลลอฮฺ นั่นคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่” (ยูนุส: 62-64)

2) และพระองค์ตรัสว่า

﴿ وَبَشِّرِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ أَنَّ لَهُمۡ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُۖ كُلَّمَا رُزِقُواْ مِنۡهَا مِن ثَمَرَةٖ رِّزۡقٗا قَالُواْ هَٰذَا ٱلَّذِي رُزِقۡنَا مِن قَبۡلُۖ وَأُتُواْ بِهِۦ مُتَشَٰبِهٗاۖ وَلَهُمۡ فِيهَآ أَزۡوَٰجٞ مُّطَهَّرَةٞۖ وَهُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٢٥ ﴾ [البقرة : 25]  

ความว่า “และจงแจ้งข่าวดี แก่บรรดาผู้ศรัทธา และประกอบสิ่งที่ดีทั้งหลายว่า แน่นอนพวกเขาจะได้รับบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสาย ไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น คราใดที่พวกเขาได้รับผลไม้ จากสวนสวรรค์นั้น เป็นเครื่องยังชีพ พวกเขาก็กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เราได้รับ เป็นปัจจัยยังชีพมาก่อนแล้ว และสิ่งที่พวกเขาได้รับนั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และในสวรรค์นั้น พวกเขาจะได้รับคู่ครองที่บริสุทธิ์ และพวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์นั้น ตลอดกาล” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ: 25)

3) ท่านอุบาดะฮฺ บิน อัศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«مَنْ أَحَبَّ لِقَاءَ اللهِ أَحَبَّ اللهُ لِقَاءَهُ ، وَمَنْ كَرِهَ لِقَاءَ اللهِ كَرِهَ اللهُ لِقَاءَهُ» قَالَتْ عَائِشَةُ رضي الله عنها – أو بَعْضُ أَزْوَاجِهِ : إِنَّا لَنَكْرَهُ المَوْتَ ، قَالَ صلى الله عليه وسلم : «لَيْسَ ذَاكَ، وَلَكِنَّ المُؤْمِنَ إِذَا حَضَرَهُ المَوْتُ بُشِّرَ بِرِضْوَانِ اللهِ وَكَرَامَتِهِ ، فَلَيْسَ شَيْءٌ أَحَبَّ إِلَيْهِ مِمَّا أَمَامَهُ ، فَأَحَبَّ لِقَاءَ اللهِ وَأَحَبَّ اللهُ لِقَاءَهُ ، وَإِنَّ الكاَفِرَ إِذَاحُضِرَ بُشِّرَ بِعَذَابِ اللهِ وَعُقُوْبَتِهِ ، فَلَيْسَ شَيْءٌ أَكْرَهَ إِلَيْهِ مِمَّا أَمَامَهُ ، كَرِهَ لِقَاءَ اللهِ وَكَرِهَ اللهُ لِقَاءَهُ» [البخاري برقم 6507، ومسلم برقم 2684]

ความว่า ผู้ใดอยากพบอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงอยากพบเขา ส่วนผู้ใดที่ไม่อยากพบพระองค์ พระองค์ก็ไม่ทรงอยากพบเขา” ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (หรือภริยาของท่านบางคน) เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: พวกเราต่างก็รังเกียจการตายนี่คะ? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้น ที่พูดถึงคือ มุอ์มินผู้ศรัทธานั้น เมื่อใดที่ความตายมาเยือน เขาจะได้รับการแจ้งข่าวดี ว่า อัลลอฮฺทรงพอพระทัยเขา และทรงเตรียมความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ เพื่อมอบให้แก่เขา ซึ่งไม่มีสิ่งใด ที่เขาจะต้องการมากไปกว่านั้นอีกแล้ว เขาจึงอยากที่จะพบอัลลอฮฺ และพระองค์ก็ทรงอยากพบเขา ส่วนผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น เมื่อความตายมาถึง เขาจะได้รับการแจ้งข่าวร้าย ว่า เขาจะได้รับโทษอันแสนสาหัส จากอัลลอฮฺ ซึ่งก็ไม่มีสิ่งใด ที่เขาจะรู้สึกรังเกียจได้มากไปกว่านั้น เขาจึงไม่อยากพบอัลลอฮฺ และพระองค์ก็ไม่ทรงอยากจะพบเขา" (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่ 6507 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2684)

และแน่นอนว่า บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และผู้กลับกลอกทั้งหลาย จะได้รับการแจ้งข่าวร้าย ด้วยการลงโทษจากอัลลอฮฺ พระองค์ตรัสว่า

﴿ بَشِّرِ ٱلۡمُنَٰفِقِينَ بِأَنَّ لَهُمۡ عَذَابًا أَلِيمًا ١٣٨ ﴾ [النساء : 138]

ความว่า จงแจ้งข่าวแก่พวกมุนาฟิก เถิดว่า แท้จริงพวกเขาจะได้รับการลงโทษ อันเจ็บแสบ” (อัน-นิสาอ์: 138)

และตรัสอีกว่า

﴿ وَبَشِّرِ الَّذِينَ كَفَرُوا بِعَذَابٍ أَلِيمٍ 3 ﴾ [التوبة : 3]

ความว่า และจงแจ้งข่าว แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น เถิด ว่าพวกเขาจะได้รับการลงโทษ อันเจ็บแสบ” (อัตเตาบะฮฺ: 3)

เมื่อมุสลิมเดินผ่านหลุมศพ ของผู้ปฏิเสธศรัทธา ก็ส่งเสริมให้แจ้งข่าวร้ายแก่เขา ว่า สิ่งที่เขาจะได้รับคือไฟนรก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ชายชนบทคนหนึ่งว่า

«حَيْثُمَا مَرَرْتَ بِقَبْرِ مُشْرِكٍ فَبَشِّرْهُ بالنَّارِ » [ابن ماجه برقم 1573]

ความว่า เมื่อใดที่ท่านเดินผ่านหลุมศพ ของพวกมุชริก ก็จงแจ้งข่าวร้ายแก่เขา ว่าสิ่งที่เขาจะได้รับคือไฟนรก” หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวก็เข้ารับอิสลาม และกล่าวว่า "ท่านนบีได้สั่งใช้ฉันว่า ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านหลุมศพ ของผู้ปฏิเสธศรัทธา ก็ให้ฉันแจ้งข่าวร้ายแก่เขาว่า สิ่งที่เขาจะได้รับคือไฟนรก" (บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หะดีษเลขที่ 1573)

ถัดไป

หน้าหลัก

กันยายน 04, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม