Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การมองเห็นอัลลอฮฺ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอความสุขความจำเริญ และศานติ จงประสบ แด่ศาสนทูตของพระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ เพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์  และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

ความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ชาวสวรรค์จะได้รับ  คือการได้เห็นอัลลอฮุตะอาลา อันเป็นเป้าหมายสูงสุด ที่ทุกคนขวนขวาย และใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้หนึ่ง ที่ได้รับโอกาสนั้น ในขณะที่ผู้คนส่วนหนึ่ง ถูกตีตราว่า เป็นผู้ที่ห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ และจะถูกกีดกันมิให้ได้รับความโปรดปรานนี้

1) อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ وُجُوهٞ يَوۡمَئِذٖ نَّاضِرَةٌ ٢٢ إِلَىٰ رَبِّهَا نَاظِرَةٞ ٢٣ ﴾ [القيامة : 22-23]

ความว่า ในวันนั้น หลายๆ ใบหน้า จะเบิกบาน จ้องมองไปยังพระเจ้าของมัน (อัล-กิยามะฮฺ: 22-23)

ท่านอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่า “คือ มองไปยังพระผู้เป็นเจ้า ของมัน” (ซาดุลมะสีรฺ เล่ม 8 หน้า 422)

2) และพระองค์ตรัสว่า

﴿ لَهُم مَّا يَشَآءُونَ فِيهَا وَلَدَيۡنَا مَزِيدٞ ٣٥ ﴾ [ق : 35]

ความว่า สำหรับพวกเขาจะได้รับ สิ่งที่พวกเขาพึงประสงค์ ในสวนสวรรค์ และ ณ เรานั้นยังมีสิ่งที่มากกว่า” (กอฟ: 35)

ท่านอะลีย์ บิน อบีฏอลิบ และท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า المَزيْد (สิ่งที่มากกว่า) ในที่นี้ หมายถึง “การได้เห็นอัลลอฮฺ” (ซาดุลมะสีรฺ เล่ม 8 หน้า 21)

3) และในอีกดำรัสหนึ่งพระองค์ตรัสว่า

﴿ ۞لِّلَّذِينَ أَحۡسَنُواْ ٱلۡحُسۡنَىٰ وَزِيَادَةٞۖ  ﴾ [يونس : 26]

ความว่า “สำหรับบรรดาผู้กระทำความดี จะได้รับความดี และได้เพิ่มขึ้นอีก(ยูนุส: 26)

ซึ่ง الحُسْنى (ความดีงาม) ในที่นี้ หมายถึงสรวงสวรรค์ ส่วน الزِيَادَة (สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา) หมายถึง การได้มองไปยังพระพักตร์ อันทรงเกียรติ ของอัลลอฮฺตะอาลา ดังคำอธิบายของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งปรากฏในบันทึกรายงาน ของมุสลิม จากท่านศุฮัยบฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إِذَا دَخَلَ أَهْلُ الْجَنَّةِ الْجَنَّةَ - قَالَ - يَقُولُ اللَّهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى: تُرِيدُونَ شَيْئًا أَزِيدُكُمْ، فَيَقُولُونَ: أَلَمْ تُبَيِّضْ وُجُوهَنَا، أَلَمْ تُدْخِلْنَا الْجَنَّةَ، وَتُنَجِّنَا مِنَ النَّارِ، - قَالَ - فَيَكْشِفُ الْحِجَابَ، فَمَا أُعْطُوا شَيْئًا أَحَبَّ إِلَيْهِمْ مِنَ النَّظَرِ إِلَى رَبِّهِمْ عَزَّ وَجَلَّ» [مسلم برقم 181]

ความว่า เมื่อชาวสวรรค์ได้เข้าสู่สวรรค์แล้ว อัลลอฮฺตะอาลา จะตรัสถามว่า: 'พวกเจ้าต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม จากข้าอีกไหม?' พวกเขาก็จะตอบว่า: 'มิใช่พระองค์ทรงทำให้ ใบหน้าของพวกเรา ใสบริสุทธิ์แล้วหรอกหรือ? มิใช่พระองค์ทรงให้พวกเรา ได้เข้าสวรรค์ และรอดพ้นจากไฟนรก แล้วหรอกหรือ?' (แล้วพวกเราจะต้องการสิ่งใดอีก? – ผู้แปล) พระองค์จึงทรงปลดฉากที่กั้นอยู่ออก ซึ่งไม่มีความโปรดปรานใดๆ ที่พวกเขาได้รับ จะเป็นที่สิ่งที่พวกเขาปรารถนา มากยิ่งไปกว่าการได้มอง ไปยังพระเจ้าของพวกเขา”  (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 181)

ท่านศุฮัยบฺ กล่าวว่า แล้วท่านก็อ่านอายะฮฺนี้

﴿ ۞لِّلَّذِينَ أَحۡسَنُواْ ٱلۡحُسۡنَىٰ وَزِيَادَةٞۖ  ﴾ [يونس : 26]

ความว่า สำหรับบรรดาผู้กระทำความดี จะได้รับความดี และได้เพิ่มขึ้นอีก(ยูนุส: 26)

บรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ก็อธิบายความหมายของอายะฮฺดังกล่าว ไม่ต่างกัน ดังปรากฏในรายงาน ซึ่งบันทึกโดยอิบนุญะรีรฺ จากเศาะหาบะฮฺหลายท่าน เช่น ท่าน อบูบักรฺ ท่านหุซัยฟะฮฺ ท่านอบูมูซา อัล-อัชอะรียฺ และท่านอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม (ญามิอุลบะยาน เล่ม 5 หน้า 4198-4201)

4) พระองค์ตรัสอีกว่า

﴿ كَلَّآ إِنَّهُمۡ عَن رَّبِّهِمۡ يَوۡمَئِذٖ لَّمَحۡجُوبُونَ ١٥ ﴾ [المطففين : 15]

ความว่า มิใช่เช่นนั้น แท้จริงพวกเขาในวันนั้น จะถูกกั้นจากพระเจ้าของพวกเขา (อัล-มุฏ็อฟฟิฟีน: 15)

ปราชญ์ในยุคสลัฟบางท่าน ใช้อายะฮฺนี้ เป็นหลักฐานยืนยันว่า ชาวสวรรค์จะได้เห็นอัลลอฮฺ ตะอาลา อิมามอัช-ชาฟิอียฺ กล่าวว่า “อายะฮฺนี้ เป็นหลักฐานยืนยันว่า  ในวันนั้นบรรดาผู้ศรัทธา จะได้เห็นพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา”  อิบนุกะษีรฺ กล่าวสนับสนุนทัศนะนี้ว่า “คำกล่าวของอิมามอัช-ชาฟิอียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ นั้น ช่างงดงามลึกซึ้งยิ่งนัก  เป็นการอธิบายบนพื้นฐานของความเข้าใจ ที่มีต่ออายะฮฺดังกล่าว ในทำนองเดียวกันกับตัวบทหลักฐาน ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า บรรดาผู้ศรัทธาจะได้เห็นพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา ในโลกอาคิเราะฮฺ เป็นการมองเห็นด้วยสายตา ขณะที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ตัดสิน และในสรวงสวรรค์อันยิ่งใหญ่สถาพร เช่น ดำรัสของพระองค์ความว่า “ในวันนั้น หลายๆ ใบหน้า จะเบิกบาน จ้องมองไปยังพระเจ้าของมัน” (อัล-กิยามะฮฺ: 22-23) หรือหะดีษที่มีความถูกต้อง จำนวนมากมาย ซึ่งได้รับการถ่ายทอด ผ่านสายรายงาน ที่ต่อเนื่อง และเชื่อถือได้” (ตัฟสีรฺอิบนุกะษีรฺ เล่ม 14  หน้า 287)

ชัยคฺ อับดุรเราะหฺมาน บิน สะอฺดียฺ กล่าวว่า “และความเจ็บปวดทรมาน จากการถูกปิดกั้น มิให้มองเห็นพระผู้เป็นเจ้า แห่งสากลโลก อันเนื่องจากความกริ้วโกรธ และความไม่พอพระทัย ที่พระองค์มีต่อพวกเขานั้น เป็นความทุกข์ทรมาน อันแสนสาหัสยิ่งกว่าการถูกลงโทษ แผดเผาด้วยไฟนรกเสียอีก ซึ่งจากอายะฮฺดังกล่าว เข้าใจได้ว่า ในวันกิยามะฮฺ บรรดาผู้ศรัทธาจะได้เห็นพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา ในสรวงสวรรค์ ในสภาพที่มีความสุขสำราญ เหนือกว่าความสุขใดๆ ทั้งปวง พวกเขาจะมีความปลื้มปีติยินดี ที่ได้สนทนา และใกล้ชิดกับพระองค์ ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ ในหลายต่อหลายอายะฮฺ และดังที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เคยบอกเอาไว้ ผ่านการรายงานที่ต่อเนื่องไปถึงท่าน” (ตัฟสีรฺ อัส-สะอฺดียฺ หน้า 875)

มีระบุในหนังสือชัรหฺ อัฏเฏาะหาวิยะฮฺ ว่า “บรรดาหะดีษที่รายงาน จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเศาะหาบะฮฺ ซึ่งกล่าวถึงการมองเห็นอัลลอฮฺนั้น ได้รับการถ่ายทอด ผ่านสายรายงาน ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และได้รับการบันทึก โดยนักบันทึกหะดีษจำนวนมาก ทั้งนี้ มีเศาะหาบะฮฺ กว่าสามสิบท่าน รายงานหะดีษที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งหากผู้ใดได้ทำการตรวจสอบหะดีษ ที่มีบันทึกไว้ทั้งหมด จะมั่นใจได้ว่า เป็นสิ่งที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวไว้อย่างแน่นอน นอกเหนือไปจากเรื่องการได้เห็นอัลลอฮฺแล้ว หะดีษเหล่านี้ยังระบุอีกว่า อัลลอฮฺจะทรงสนทนากับผู้ใด และเมื่อใดก็ได้  ที่พระองค์ทรงประสงค์ และในวันกิยามะฮฺ พระองค์จะทรงปรากฏต่อหน้าสรรพสิ่ง เพื่อตัดสินลงโทษ และยังระบุว่า พระองค์ทรงอยู่สูงเหนือทุกสิ่ง และทรงขานเรียกพวกเขา ด้วยเสียงอันเป็นที่ได้ยิน สำหรับผู้ที่อยู่ไกลออกไป ในระดับที่ไม่ต่างจากผู้ที่อยู่ใกล้ นอกจากนี้ ยังระบุว่าพระองค์ทรงหัวเราะ และทรงมีคุณลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนถูกระบุไว้ในอัลกุรอาน และสุนนะฮฺ" (ชัรหฺ อัล-อะกีดะฮฺ อัฏ-เฏาะหาวิยะฮฺ หน้า 209-210)

ถัดไป

หน้าหลัก

กันยายน 04, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม