Custom Search

การพำนักอยู่ในนครมะดีนะฮ์

โดย : เชคอับดุลมัวะฮฺซิน  บินฮะมัด  อัลอับบาด  อับบัดร์

ผู้ใดที่อัลลอฮ์  ทรงให้เขามีโอกาสพำนัก อยู่ในนครมะดีนะฮ์ แห่งความจำเริญ  หรือเมืองฏอยยบะฮ์ที่ดี  จำเป็นที่จะต้องตระหนักว่า  เขาเป็นผู้ที่ได้รับความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ และโชคดีอย่างมหาศาล  สมควรที่เขาจะต้องขอบคุณต่ออัลลอฮ์    ในความเมตตา ที่พระองค์ประทานมาให้  สรรเสริญพระองค์ ในความประเสริฐ และความดีงามดังกล่าว  และจำเป็นที่จะต้องมีความรู้สึกว่า มีชาวโลกจำนวนมาก ที่ปรารถนาจะรับโอกาส ในการเดินไปยังนครมักกะฮ์ และนครมะดีนะ ฮ์  พร้อมกับได้พำนักอยู่ที่นั่น  ถึงแม้จะเป็นระระเวลาเพียงสั้น ๆ ก็ตาม  บางคนใช้เวลาหลายปี รวบรวมเงินทอง ทีละเล็กทีละน้อย  เพื่อจะให้บรรลุความสมหวัง 

ข้าพเจ้าขอเล่าถึงนักวิชาการ ชาวอินเดียผู้หนึ่ง ซึ่งกล่าวว่า  ในอดีตนั้นบรรดาฮุจญ้าจชาวอินเดีย ได้เดินทางมายังนครมักกะฮ์ และมะดีนะฮ์  เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ โดยทางเรือใบ  พวกเขารอนแรมอยู่กลางทะเล เป็นเวลานาน  เมื่อกลุ่มหนึ่งจากพวกเขา เห็นแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งนครมักกะฮ์ และมะดีนะฮ์  พวกเขาก้มลงสุญูด เพื่อขอบคุณอัลลอฮ์  บนพื้นเรือ

มารยาทของการพำนัก อยู่ในนครมะดีนะฮ์

1.  จำเป็นที่ผู้พำนักอยู่ในนครมะดีนะฮ์ จะต้องมีความรักในความประเสริฐของเมืองนี้  และรำลึกถึงความรักของนบีมุฮัมมัด   ต่อเมืองนี้

อัลบุคอรีย์  ได้บันทึกไว้ในหนังสือศ่อเฮี๊ยะฮ์ของท่านอนัส กล่าวว่า “เมื่อนบีมุฮัมมัด    กลับจากการเดินทาง  ท่านจะมองไปยังเขตรอบ ๆ เมือง  และปล่อยสัตว์พาหนะไป  และถ้าหากว่าท่านนั่งอยู่บนสัตว์พาหนะ  ท่านก็จะลงจากมัน เนื่องจากความรักในเมืองนี้”

2.  จำเป็นที่บุคคล จะต้องดำรงบัญญัติของอัลลอฮ์  เคร่งครัดในการปฏิบัติ ตามคำสั่งของอัลลอฮ์  และคำสั่งของร่อซูล    และระมัดระวังในการกระทำ ในสิ่งอุตริ และการละเมิดบัญญัติศาสนา  แท้จริงการปฏิบัติความดี ในเมืองนี้ จะได้รับภาคผลที่ยิ่งใหญ่ 

ขณะเดียวกันการประกอบสิ่งอุตริ และการละเมิดบัญญัติศาสนา ก็เป็นความผิดใหญ่หลวง  ดังนั้น  ผู้ใดที่ละเมิดบัญญัติของอัลลอฮ์  ในเขตฮะรอม  เป็นการทำความผิด ขั้นอุกฉกรรจ์  และจะถูกลงโทษสถานหนัก  และรุนแรงยิ่งกว่าการทำความผิด นอกเขตฮะรอม  เพราะการทำความผิด มิได้เพิ่มพูนตามปริมาณของมัน  แต่การทำความผิดในเขตฮะรอม ย่อมจะมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

3.  บุคคล จะต้องสำนึกอยู่เสมอว่า  เขาได้รับโชคมหาศาล เป็นการประกอบการค้า เพื่อโลกอาคิเราะฮ์  ซึ่งกำไรที่ได้มาจะเพิ่มขึ้น เป็นหลายเท่าทวีคูณ  เมื่อทำการละหมาด ในมัสยิดของท่านร่อซูล    จะทำให้เขาได้รับภาคผล ที่ยิ่งใหญ่ ดังที่ท่านร่อซูลุลลอฮ์   ระบุไว้คือ การละหมาดในมัสยิดของฉันนี้ ดีกว่า  1,000  ละหมาด ในมัสยิดอื่น  นอกจากมัสยิดฮะรอม บันทึกโดย  อัลบุคอรียฺ  และมุสลิม

4.  บุคคลที่พำนักอยู่ในนครมะดีนะฮ์  จะต้องเป็นแบบอย่าง ในการประกอบความดี  เพราะว่าเขาอาศัยอยู่ในเมือง ที่รัศมีได้ทอแสงขจรกระจายออกไป  บรรดาผู้นำสู่แนวทางที่ถูกต้อง ผู้ผดุงคุณธรรม  ได้กระจายออกไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลก  ผู้ใดที่เดินทางมายังเมืองนี้ จะพบว่า  ชาวเมืองต่างเป็นแบบอย่างที่ดี  มีคุณลักษณะที่น่ายกย่อง มีจรรยามารยาทที่ดีงาม  เมื่อเขากลับไปยังประเทศของเขา  เขาจึงนำเอาแบบอย่างดังกล่าว ไปยึดถือปฏิบัติ  ในการประกอบความดี  ดำรงตนอยู่กับการภักดีต่ออัลลอฮ์  และภักดีต่อร่อซูล

ผู้ที่เดินทางมายังนครมะดีนะฮ์ จะได้รับประโยชน์ในความดี ที่ได้พบเห็นแบบอย่างที่ดี ในเมืองที่จำเริญนี้  ในทางตรงกันข้ามผู้ใด ที่มายังนครมะดีนะฮ์  แล้วมีความประพฤติในทางที่ไม่ดี  แทนที่เขาจะได้รับประโยชน์ได้รับสิ่งที่ดีงาม  กลับกลายเป็นได้รับสิ่งที่เป็นผลร้าย และความมัวหมอง

5.  บุคคล จะต้องรำลึกอยู่เสมอ  ขณะที่เขาพำนักอยู่ในนครมะดีนะฮ์ว่า  เขาพำนักอยู่ในแผ่นดินที่ดี  เป็นสถานที่ประทานวะฮีย์  ปลูกฝังการศรัทธา และเป็นศูนย์รวมพลังของท่านร่อซูลุลลอฮ์  บรรดาศ่อฮาบะฮ์ของท่าน จากชาวมุฮาญิรีน และชาวอันศ็อร  พวกเขารวมพลังกันบนแผ่นดินนี้ แล้วเคลื่อนไหว  เพื่อดำรงความดียึดมั่นในสัจธรรม และแนวทางที่ถูกต้อง

ดังนั้น  เขาจะต้องระวังการกระทำใด ๆ ที่ตรงข้ามกับการกระทำของพวกเขา  เพราะจะทำให้พระองค์อัลลอฮ์  ทรงกริ้ว และก่อให้เกิดความเสียหาย และความหายนะอย่างใหญ่หลวง  ทั้งในโลกดุนยา และโลกอาคิเราะฮ์

6.  ผู้ที่พระองค์อัลลอฮ์  ประทานโอกาสให้เขาได้พำนักอยู่ในนครมะดีนะฮ์  พึงระวังการกระทำสิ่งอุตริ หรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ทำสิ่งอุตริ  เพราะจะทำให้เขาต้องถูกสาปแช่ง  เนื่องจากมีรายงานยืนยัน จากท่านร่อซูลุลลอฮ์   กล่าวว่า “นครมะดีนะฮ์  คือ  เขตฮะรอม  ดังนั้น  ผู้ใดที่กระทำสิ่งอุตริ ในเมืองนี้  หรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ทำอุตริ  เขาจะได้รับการสาปแช่งจากอัลลอฮ์  มะลาอิกะฮ์ และชนทั้งมวล  พระองค์จะไม่ทรงรับค่าไถ่ และการชดเชยจากเขาในวันกิยามะฮ์” บันทึกโดยมุสลิม  จากฮะดีษของอบูฮุรอยเราะฮ์ และในหนังสือศ่อเฮี๊ยะฮฺ  อัลบุคอรียฺ และมุสลิม รายงานจากท่านอาลี  อิบนีอบีฏอลิบ

7.  เขาจะไม่ตัดต้นไม้ และไม่ล่าสัตว์ ในนครมะดีนะฮ์  ดังปรากฏการห้าม อยูในฮะดีษต่าง ๆ ของท่านร่อซูลุลลอฮ์  กล่าวว่า “แท้จริง  อิบรอฮีมได้กำหนดเขตฮะรอม นครมักกะฮ์  และแท้จริงฉัน กำหนดเขตฮะรอมนครมะดีนะฮ์ อยู่ระหว่าง  2  โขดหินสีดำ ของเมือง ไม่มีการตัดต้นไม้ของมัน  และไม่มีการล่าสัตว์ของมัน” (บันทึกโดย มุสลิม  จากฮะดีษของญาบิร อิบนิอัลดิลลาฮ์)

ท่านมุสลิม  ได้บันทึกฮะดีษเช่นเดียวกัน จากซะอ์ด ฺอิบนิอบีวักก็อส  ว่า ท่านนบี  กล่าวว่า “แท้จริง  ฉันกำหนดเขตฮะรอม ระหว่างโขดหินสีดำ ทั้งสอง ของนครมะดีนะฮ์  โดยถูกห้ามตัดต้นไม้ของมัน และถูกห้ามฆ่าสัตว์ที่ล่าของมัน”

ถัดไป

หน้าหลัก

กันยายน 04, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม