Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

รัฐธรรมนูญแห่งเมืองมะดีนะฮฺ

สรรสาระสันติภาพที่ยั่งยืน

มัสลัน มาหะมะ 

الله أكبر ( 9 ครั้ง ) الله أكبر كبيرا، والحَمْدُ لله كَثِيْرًا وَسُبْحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَأَصِيْلاً
إِنَّ الْحَمْدَ للهِ، نَحْمَدُهُ وَنَسْتَعِيْنُهُ وَنَسْتَغْفِرُهُ وَنَسْتَهْدِيْهِ وَنَتُوْبُ إِلَيْهِ، وَنَعُوْذُ بِاللهِ مِنْ شُرُوْرِ أَنْفُسِنَا وَمِنْ سَيِّئَاتِ أَعْمَالِنَا، مَنْ يَهْدِهِ اللهُ فَلاَ مُضِلَّ لَـهُ، وَمَنْ يُضْلِلْ فَلاَ هَادِيَ لَـهُ. وَأَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيْكَ لَهُ، وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُوْلُهُ.  اللّهُمَّ صَلِّ وَسَلِّمْ وَبَارِكْ عَلى نَبِيِّنَا مُحَمَّدٍ وَعَلى آلِهِ وَصَحْبِه.  أَمّا بَعْدُ :
فَيَا أَيُّهَا الْمُسلِمُون أُوصِيْكُمْ وَإِيَّايَ بِتَقْوَى اللهِ عَزَّ وَجَلَّ وَبِطَاعَتِهِ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُوْن ،  الله أكبر الله أكبر   ولله الحمد

มุสลิมีน มุสลิมาต ชาวอีดิลอัฎฮาทั้งหลาย

ในบรรยากาศอันบะเราะกะฮฺ ในเช้าวันนี้ เราทุกคนต่างแสดงความปีติยินดี ด้วยการเปล่งเสียงตักบีร الله أكبر   เพื่อประกาศแก่ชาวโลกว่า ไม่มีพลังอำนาจใดๆ ที่จะยิ่งใหญ่ เทียบเคียงอำนาจของอัลลอฮฺ ไม่ว่าอำนาจทางการเมือง อำนาจทางเศรษฐกิจ อำนาจทางทหาร และอำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถเทียบเท่าพลังอำนาจ ของอัลลอฮฺ ดังนั้น ในวันนี้ และทุกๆ วัน เวลา สถานที่ เราจึงสามารถกล่าว الله أكبر ได้อย่างเต็มเสียง

ในวินาทีนี้เช่นเดียวกัน ประชาชาติมุสลิมทั่วโลก กว่า 2.5 ล้านคน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ภูมิประเทศ ภาษาและสีผิว ทุกคนร่วมใจกัน สนองตอบการเชิญชวนของอัลลอฮฺ ด้วยรูปแบบ และวิธีการ ที่เหมือนๆ กัน ณ สถานที่ และเวลาเดียวกัน แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็มีลักษณะแบบเดียวกัน ทุกคนพร้อมใจปฏิบัติศาสนกิจนี้ อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยหัวใจที่สำรวม นอบน้อม และยอมศิโรราบ ต่อความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงบริหารจัดการสากลจักรวาล

ปรากฏการณ์อันน่ามหัศจรรย์ ในมหกรรม ประจำปี ของมนุษยชาตินี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเป็นสากล ของสาสน์อิสลามเท่านั้น หากยังเป็นการแสดงออก ในภาคปฏิบัติ ที่แสดงถึงความผูกพัน ความเป็นเอกภาพ และความเป็นเรือนร่างอันเดียวกัน ของประชาชาตินี้ ที่หากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่างกายเจ็บปวด อวัยวะส่วนอื่น ก็รู้สึกเจ็บตามไปด้วย

ฮัจญ์มับรูร คือ เบ้าหลอมในการสร้างสังคมคุณธรรม มีคุณภาพที่บรรดาฮุจญาจทุกคน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในชีวิตจริง ตามปรัชญาฮัจญ์มับรูร ที่ไม่มีผลตอบแทนใดๆ ที่คู่ควร ยกเว้นสวรรค์ของอัลลอฮฺเท่านั้น

الله أكبر   الله أكبر   ولله الحمد

สังคมมนุษย์ในบางแห่ง และบางช่วงเวลา อาจจะเผชิญภาวะวิกฤติ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ที่รุนแรง จนดูเสมือนว่า ไม่สามารถหาทางออกได้ แต่ในทัศนะอิสลาม ตราบใดที่มนุษย์ มีความศรัทธา และยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ปฏิบัติตามคำสอน ตามรูปแบบที่นำเสนอ โดยนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  แล้ว มนุษย์จะไม่มีวันพบกับทางตันของชีวิต เพราะอิสลามได้เสนอแนวทาง ในการแก้ปัญหาทุกอย่าง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ปัญหาส่วนตัว หรือส่วนรวม ปัญหาในสังคมเล็กๆ ระดับชาติ หรือระดับสากล และ ผู้ที่สมควรเป็นแสงเทียน ที่ปลายอุโมงค์ในทุกครั้ง ที่เกิดวิกฤติสังคม ก็คือ มุสลิมนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากวิกฤตินั้น เกิดขึ้นในสังคมมุสลิมด้วยกันเอง

นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ฝากคู่มือ และเข็มทิศ อันสำคัญยิ่ง สำหรับมนุษยชาติ เพื่อนำเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต อย่างปลอดภัย และประสบผลสำเร็จสูงสุด พร้อมให้หลักประกันว่า ตราบใดที่มนุษยชาติ ยึดมั่นคู่มือชีวิตดังกล่าว ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว มนุษย์จะไม่หลงทาง และไม่พบกับทางตัน คู่มือและเข็มทิศดังกล่าวคือ อัลกุรอานและซุนนะฮฺ

الله أكبر   الله أكبر   ولله الحمد

มุสลิมีน มุสลิมาต ชาวอีดิลอัฎฮา ทั้งหลาย

เป็นที่ทราบกันดีว่า หลังจากที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ประกาศศาสนา ที่นครมักกะฮฺเป็นเวลา 13 ปี ท่านปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้ประกาศสาสน์ อย่างเด็ดเดี่ยว และไม่หวั่นเกรงต่อภัยคุกคาม และอิทธิพลใดๆ ในช่วงดังกล่าวนี้ มีผู้คนเพียง 100 กว่าคน เท่านั้น ที่ยอมละทิ้งศาสนาดั้งเดิม และเชื่อฟังท่าน พวกเขาได้รับบททดสอบ อย่างหนักหน่วง เพียงเพราะศรัทธา ในพระเจ้าองค์เดียว ถึงกระนั้นก็ตาม ก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจ ของผู้ศรัทธาได้ มิหนำซ้ำกลับทำให้การศรัทธาของพวกเขา ยิ่งเพิ่มพูน ความรักและหวงแหนต่อศาสนา ยิ่งเพิ่มขึ้น บททดสอบเหล่านี้ ได้จุดประกายในการชำระล้างจิตใจ ของพวกเขา จนกลายเป็นดั่งแร่ ที่ผ่านการหล่อหลอม ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

แต่เมื่อการกดขี่ขมเหง ได้รุนแรงตามลำดับ และเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไป จะรับได้ สุดท้ายนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  อนุญาตให้ชาวมุสลิม อพยพครั้งยิ่งใหญ่ สู่นครอัลมะดีนะฮฺ โดยที่ท่าน พร้อมด้วยสหายรักของท่าน อะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  เป็นคนสุดท้าย ที่ออกจากนครมักกะฮฺ สู่เมืองยัษริบ ที่ได้กลายเป็นมหานคร แห่งความโชติช่วงชัชวาล หรืออัลมะดีนะตุลมุเนาววะเราะฮฺ ในเวลาต่อมา

หลังจากที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ได้ถึงเมืองมะดีนะฮฺ ด้วยความปลอดภัย ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ โครงการเร่งด่วน ที่ท่านได้ดำเนินการ เป็นโครงการแรก คือ สร้างมัสยิด เพื่อเป็นศูนย์รวมการอบรมขัดเกลา ทางจิตใจ เป็นแหล่งการเรียนรู้ชุมชน เป็นศูนย์บรรเทาทุกข์ และสวัสดิการชุมชน ตลอดจนเป็นศูนย์บัญชาการ บริหารจัดการสังคม

ถัดไป

หน้าหลัก

กันยายน 14, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม