Custom Search

การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร

เขียนโดย วินัย สะมะอุน   

คุณธรรมเป็นจิตสำนึกที่มองไม่เห็น เพราะเป็นนามธรรม ส่วนจริยธรรมเป็นความประพฤติที่มองเห็น เป็นรูปธรรม หรืออธิบายอีกอย่างหนึ่ง คุณธรรมเป็นศรัทธาที่ควบคุมจิตใจ ทำให้มีจิตสำนึกที่ดี ส่วนจริยธรรมเป็นกฎกติกามารยาท ที่ควบคุมความประพฤติอันแสดงออก ที่เห็นเป็นรูปธรรม

การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร

คุณธรรมจริยธรรม เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร  ในฐานะที่ผมเป็นมุสลิม ผมขอแสดงความคิดเห็นจากข้อบัญญัติของศาสนาอิสลาม  อันได้มาจากบทบัญญัติแห่งคำภีร์อัลกุรอาน และแนวทางแห่งท่านศาสดา  ผู้บริหารทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐ หรือของเอกชน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรศาสนาหรือองค์กรราชการ หรือองค์กรการเมือง หรือองค์กรเศรษฐกิจ หรือองค์กรพิพากษา ก็ตาม  จะต้องสมบูรณ์ด้วยหลักคุณธรรมและจริยธรรม โดยไม่บกพร่อง ตลอดเวลาที่ดำรงฐานะผู้นำ  หากคุณธรรมและจริยธรรมขาดตกหล่นบกพร่อง ไปจากผู้นำในตำแหน่งต่างๆ ที่ทำหน้าที่บริหารองค์กรในระดับ และฝ่ายต่างๆ  แน่นอนคุณภาพการบริหาร ก็จะบกพร่องตามไปด้วย เมื่อการบริหารบกพร่อง คุณภาพขององค์กรที่ผู้นำรับผิดชอบ ก็จะบกพร่อง อ่อนด้อยคุณภาพตามไปด้วย ถึงที่สุดองค์กรนั้น ก็ล้มครืน การแก้ไขปัญหา คือผุ้นำต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้จงได้  หรือมิฉะนั้นก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ

คุณธรรมเป็นจิตสำนึกที่มองไม่เห็น เพราะเป็นนามธรรม ส่วนจริยธรรมเป็นความประพฤติที่มองเห็น เป็นรูปธรรม  หรืออธิบายอีกอย่างหนึ่ง คุณธรรมเป็นศรัทธาที่ควบคุมจิตใจทำให้มีจิตสำนึกที่ดี ส่วนจริยธรรมเป็นกฎกติกามารยาทที่ควบคุมความประพฤติอันแสดงออกที่เห็นเป็นรูปธรรม เมื่อจิตใจและการแสดงออกทางกิริยา ที่เรียกว่าความประพฤติ มีหลักการที่พระเจ้าบัญญัติควบคุมไว้ได้ มนุษย์ก็ย่อมมีคุณภาพ  และมนุษย์ทุกคนนั้น มีความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน  และความรับผิดชอบ ย่อมเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้นำ

คุณธรรมที่สร้างสรรค์อยู่ภายในนั้น แบ่งได้เป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนที่เรียกว่าศรัทธา ได้แก่หลักศรัทธาคือความเชื่ออันประกอบด้วย ๖ ประการคือ ๑.ศรัทธาในพระเจ้า ๒.ศรัทธาในศาสดา  ๓.ศรัทธาในคัมภีร์จากพระเจ้า ๔.ศรัทธาในมลาอิกะฮ์  ๕.ศรัทธาในวันสิ้นโลกนี้ มีโลกหน้าแทน  ๖.ศรัทธาในกำหนดสภาวะของทุกสิ่งจากพระเจ้า เรียก ๖ ประการนี้ว่า”อีมาน” และส่วนที่เรียกว่าคุณความดีในจิตใจ เช่น ความรัก ความเมตตา ความหวังดี  ความภักดี  ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ความเอื้อเฟื้อ   และความละกิเลส เรียกว่า”อิห์ซาน”และข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักปฏิบัติบังคับ ๕ ประการ คือ  ๑.ปฏิญานตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮ์ ๒.ทำละหมาด  ๓.ถือศีลอด ๔.จ่ายซะกาต  ๕.เดินทางไปทำหัจญ์  เรียกว่า “อิสลาม” เป็นข้อบังคับรากฐานสำหรับผู้เป็นมุสลิมทุกคน

รากฐานชีวิตของมุสลิมที่พระเจ้ากำหนด

๑.    รากฐานศรัทธา  มี ๖ ประการ   (ปัญญา)
๒.    รากฐานคุณธรรม ขึ้นอยู่กับหน้าที่ต่างๆ (จิตใจ)
๓.    รากฐานความประพฤติ ๕  ประการ  (ร่างกาย)

รากฐานของชีวิตมุสลิมทุกคน จะต้องประกอบด้วยหลักการต่างๆ ตามที่กล่าวมาอย่างครบถ้วน  และต้องเข้าใจอย่างชัดเจน และลึกซึ้ง  ส่วนประกอบต่างๆ ของชีวิตมุสลิมนั้น  จะเห็นว่าเป็นหลักการที่สามารถควบคุมจิตใจ สติปัญญา และร่างกาย  มิใช่เพียงหลักควบคุมจิตใจ หรือสติปัญญา หรือความประพฤติอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องควบคุมให้ครบทุกส่วนของชีวิต  และต้องใช้เวลาตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง  มิใช่เลือกปฏิบัติเพียงวาระแห่งความอยากของอารมณ์

ดังนั้น การปฏิบัติพิธีศาสนา จึงต้องปฏิบัติทุกวันที่ศาสนากำหนด  มิใช่เลือกปฏิบัติตามอารมณ์ เช่น การทำละหมาด ที่มุสลิมต้องทำทุกวันอย่างน้อยวันละ ๕ เวลา หากปล่อยให้การปฏิบัติศาสนกิจ เช่น การละหมาดเพียงเวลาที่ว่างงาน หรือเวลาที่อยากปฏิบัติ หรือเวลาที่มุ่งหวังรางวัล หรือเวลาที่มุ่งอวดคนอื่น เป็นต้น  แต่การปฏิบัติศาสนพิธี หรือศาสนกิจนั้น ปฏิบัติบนพื้นฐานของความศรัทธาในพระเจ้า เรียกกันสั้นๆว่า “เพื่อพระเจ้า” แม้แต่สวรรค์ หรือผลบุญ ก็ไม่มุ่งหวัง เพราะเมื่อจิตใจมุ่งต่อพระเจ้าแล้ว  ก็ถือว่าหัวใจมีความสะอาดหมดจด และบริสุทธิ์ ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ ในโลกนี้ทั้งสิ้น  มีแต่หัวใจที่มุ่งปฏิบัติตามที่พระเจ้าบัญญัติ

ระดับความบริสุทธิ์ใจ

๑.    ระดับต้น  คือ  ระดับจิตใจที่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้า ด้วยความกลัว เพื่อปลอดภัยจากโทษภัย
๒.    ระดับกลาง  คือ  ระดับจิตใจที่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าด้วยความหวัง เพื่อได้รับรางวัลที่พึงได้
๓.    ระดับสูง  คือระดับจิตใจที่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้า ด้วยความบริสุทธิ์ ไม่มุ่งหวังผลตอบแทนใดๆ มีแต่ความมุ่งหวังต่อพระเจ้า  ไม่ว่าพระเจ้าจะลิขิตชีวิตอย่างไร ก็พร้อมที่จะรับสิ่งลิขิตดังกล่าวโดยดุษณี

หน้าที่ความรับผิดชอบ

(๑)    หน้าที่ต่อพระเจ้า

๑.    การนมัสการพระเจ้า
๒.    การวอนขอพระเจ้า
๓.    การปฏิบัติตามคำสั่งพระเจ้า

(๒)    หน้าที่ต่อบุพการี

๑.    เชื่อฟังคำสั่งสอน
๒.    กตัญญูกตเวที  รู้คุณและตอบแทนคุณ
๓.    ใกล้ชิดสนิทสนม
๔.    สุภาพอ่อนโยน

(๓)    หน้าที่ต่อบุตร

๑.    เลี้ยงดูอย่างดี
๒.    สั่งสอน  อบรม ตักเตือน
๓.    ให้การศึกษา ทั้งสายศาสนา สามัญ อาชีพ
๔.    เตรียมมรดกเพื่อเป็นทุนเท่าที่จำเป็นตามความสามารถ

(๔)    หน้าที่ต่อเพื่อนบ้าน

๑.    อารีอารอบ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
๒.    ให้เกียรติ
๓.    ดูแลทรัพย์สมบัติ รวมทั้งลูกหลาน
๔.    ประชุม ปรึกษา แก้ไข  เกี่ยวกับปัญหาสังคม

(๕)    หน้าที่ต่อมัสยิด

๑.    เข้ามัสยิดด้วยความสะอาด
๒.    พบขยะต้องเก็บทิ้ง
๓.    เริ่มด้วยละหมาดคารวะมัสยิด
๔.    นั่งสงบห้ามพูดคุยในมัสยิด

(๖)    หน้าที่ต่อ ชาติ ศาสนา  พระมหากษัตริย์

๑.    พิทักษ์ รักษา ปกป้อง ป้องกัน
๒.    เกณฑ์ทหารตามวัย
๓.    ชำระภาษี
๔.    ปฏิบัติวัฒนธรรมชาติอันไม่ขัดกับศาสนา

(๗)    หน้าที่ต่อสิ่งแวดล้อม

๑.    บำรุงรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงสภาพเดิมตามธรรมชาติ
๒.    ไม่ทำลายทั้งทางตรง เช่นตัดโค่น และทางอ้อม เช่น ใช้ระบบสารเคมี
๓.    เพิ่มพูนจำนวนสมาชิกสิ่งแวดล้อมโดยสม่ำเสมอ

คุณธรรมจริยธรรมอันเป็นคุณสมบัติผู้นำ

๑.    นับถือศาสนา
๒.    ถือสัจจะ
๓.    มีความรับผิดชอบ
๔.    มีปฏิภาณ   เฉลียวฉลาด  แก้ปัญหาเป็น
๕.    เปิดเผย
๖.    มีน้ำใจ  ใจกว้าง เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เสียสละ ให้โอกาสคนอื่น
๗.    ซื่อสัตย์สุจริต
๘.    ยุติธรรม
๙.    รัก สามัคคี
๑๐.    มีความคิดริเริ่ม
๑๑.    เป็นตัวอย่างที่ดี
๑๒.    มีมารยาท ระเบียบ วินัย ทั้งกาย วาจา ใจ
๑๓.    รับผิด  เมื่อตนเองทำผิด  ไม่อายที่จะสารภาพ
๑๔.    ให้อภัย  แก่คนอื่น เมื่อเขาผิดพลาด
๑๕.    กล้าหาญ   อดทน   มุ่งมั่น  มีความตั้งใจสูง  ขยัน  มุมานะ
๑๖.    อ่อนน้อม  ถ่อมตน  ไม่ถือยศตำแหน่ง  ไม่หยิ่งทระนง
๑๗.    รักษาเวลานัดหมายอย่างเที่ยงตรง

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม