Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ดุอาอ์และซิกิรฺที่ใช้อ่านเพื่อป้องกันจากชัยฏอน

มุหัมมัด อิบรอฮีม อัตตุวัยญิรีย์

ประเภทของโรคภัยไข้เจ็บและการรักษา
โรคภัยไข้เจ็บมีสองประเภท คือ โรคทางใจ และโรคทางกาย

โรคทางใจนั้นมีสองชนิด คือ

1. โรคที่ว่าด้วย ชุบฮะฮฺ (ความเคลือบแคลงสงสัย) เช่นที่อัลลอฮฺได้ตรัสถึงพวกมุนาฟิก ความว่า  "ในหัวใจของพวกเขานั้นมีโรคอยู่ แล้วอัลลอฮฺก็ทรงเพิ่มให้พวกเขา เป็นโรค และสำหรับพวกเขานั้น คือการลงโทษอันแสนเจ็บปวด เนื่องด้วยเหตุที่พวกเขาโป้ปดมดเท็จ" (อัล-บะเกาะเราะฮฺ: 10)

2. โรคที่ว่าด้วย ชะฮฺวะฮฺ (อารมณ์ใฝ่ต่ำ) เช่นที่อัลลอฮฺได้ตรัส ต่อเหล่ามารดาแห่งศรัทธาชน ความว่า "ดังนั้น พวกเธอจงอย่าทำเสียงอ่อน เพราะมันจะเป็นเหตุให้คนที่มีโรคในใจ เกิดความใคร่อยาก" (อัล-อะหฺซาบ: 32)

ส่วนโรคทางกายนั้นก็คือ การเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วๆ ไป

การเยียวยาจิตใจ และการรักษาโรคทางใจนั้น จะรู้ได้ผ่านการสอนของศาสนทูตทั้งหลายเท่านั้น แท้จริงแล้วไม่มีความดีใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับจิตใจ เว้นแต่เมื่อมันรู้จักพระเจ้า และผู้สร้างมัน  ด้วยพระนามและคุณลักษณะต่างๆ ของพระองค์ ด้วยกิริยาและ บทบัญญัติต่างๆ ของพระองค์  ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความโปรดปราน และความรักของพระองค์ และเป็นเหตุให้ห่างไกล จากสิ่งต้องห้าม และความโกรธกริ้วของพระองค์

ส่วนการรักษาโรคทางกายนั้น มีสองชนิด คือ ชนิดที่หนึ่ง เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺได้สอนให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย รู้ได้ด้วยสันดานเดิม เช่น การรักษาความหิวกระหาย และความเหนื่อยล้า ซึ่งสามารถที่จะทำให้หาย ด้วยสิ่งตรงข้าม (นั่นคือการกิน การดื่ม และพักผ่อน ฯลฯ เหล่านี้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ต่างก็รู้ได้เองโดยสันดาน) อีกชนิดหนึ่งนั้น ต้องอาศัยการคิด และสังเกต การรักษานี้ ต้องใช้ยาจากธรรมชาติ หรือจากพระผู้เป็นเจ้า หรือใช้ทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน

โรคทางใจ

โรคทางใจ คือ อาการที่ผิดปกติจากความผ่องใส และความสมดุลของจิตใจ  จิตใจที่ผ่องใสคือหัวใจ ที่รู้จักสัจธรรม รักความจริง และให้ความสำคัญกับมันเหนือสิ่งอื่นใด เพราะฉะนั้นโรคทางใจนั้น จึงอาจจะเกี่ยวข้องกับความสงสัยในสัจธรรม หรือให้ความสำคัญกับสิ่งอื่น มากกว่ามัน เช่นโรคทางใจของพวกมุนาฟิก ผู้กลับกลอก ซึ่งมีทั้ง ชุบฮะฮฺ และ ชะฮฺวะฮฺ ส่วนโรคทางใจของผู้ที่ทำบาปนั้น คือโรคแห่ง ชะฮฺวะฮฺ  นอกจากนี้ยังมีโรคทางใจอื่นๆ อีกเช่น การโอ้อวด การหยิ่งยะโส การหลงตัวเอง การอิจฉาริษยา การทะนงตน การผยอง ชอบตำแหน่ง และทำตัวสูงส่งในแผ่นดิน โรคเหล่านี้ ล้วนกำเนิดมาจากโรคหลักสองอย่าง คือ ชุบฮะฮฺ และ ชะฮฺวะฮฺ ดังที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง – ขออัลลอฮฺประทานความปลอดภัยแก่เราด้วยเทอญ

การป้องกันความชั่วร้าย ของชัยฏอนมนุษย์และญิน

1. อัลลอฮฺ ได้สั่งให้เราพยายามสนทนาปราศรัย และทำดีกับศัตรูที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน เพื่อปรับให้นิสัยอันดีงามดั้งเดิมของเขา กลับสู่ความรักใคร่และมารยาทที่ดี พระองค์ตรัส ความว่า "และย่อมไม่เท่ากัน ระหว่างความดีและความชั่ว จงต้าน (ความชั่วร้ายของคู่กรณี) ด้วย (วิธีการและแนวทาง) ที่ดีที่สุด เมื่อนั้น คนที่มีความเป็นศัตรูกัน ระหว่างเจ้ากับเขา ก็จะกลับมาเป็นดังมิตรสหายผู้ใกล้ชิด และไม่มีใครที่จะได้รับสิ่งนั้น เว้นแต่ผู้ที่อดทน และไม่มีใครที่ได้รับสิ่งนั้น เว้นแต่เขาย่อมเป็นผู้ที่มีโชคอันยิ่งใหญ่"  (ฟุศศิลัต: 34-35)

2. อัลลอฮฺสั่งให้เราขอความคุ้มครอ งต่อพระองค์ ให้เราพ้นจากศัตรูที่เป็นชัยฏอน ซึ่งไม่ยอมรับกับเจรจาหรือทำดีด้วย ทว่านิสัยของมันนั้น คือการล่อลวง และเป็นศัตรูกับมนุษย์แต่เดิมอยู่แล้ว  พระองค์ตรัส ความว่า "และหากว่ามีการยุแหย่เจ้าจากชัยฏอน ด้วยการยั่วยุใดๆ ก็จงขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ได้ยิน และผู้รอบรู้ยิ่ง" (ฟุศศิลัต: 36)

มลาอิกะฮฺและชัยฏอนนั้น จะคอยวนเวียนเปลี่ยนเวร เข้ามายังหัวใจของมนุษย์ เหมือนการเปลี่ยนผัน ของกลางวันและกลางคืน มนุษย์บางคน อาจจะมีกลางคืน นานกว่ากลางวัน บางคนกลางวัน อาจจะนานกว่ากลางคืน บางคนอาจจะมีเวลา เป็นกลางคืนตลอด และบางคนก็อาจจะมีช่วงเวลา ที่เป็นกลางวันตลอด  (เป็นการเปรียบเทียบสภาพของหัวใจมนุษย์ กับมลาอิกะฮฺและชัยฏอน) มลาอิกะฮฺนั้น มีงานที่พวกเขา จะทำกับหัวใจมนุษย์ ชัยฏอน ก็มีงานที่พวกมันจะทำกับหัวใจมนุษย์เช่นกัน และไม่มีสิ่งใดที่อัลลอฮฺ ได้สั่งใช้และมีบัญชา เว้นแต่ชัยฏอน จะต้องเข้ามาล่อลวงด้วยสองทางเสมอ คือ อาจจะเป็นด้วยการล่อลวง ให้ทำอย่างเกินเลย และละเมิดขอบเขต หรือล่อลวงให้ทำอย่างหย่อนยาน และบกพร่อง

การเป็นศัตรูของชัยฏอน ต่อลูกหลานอาดัม

มนุษย์และญิน ซึ่งเป็นมัคลูกที่ถูกสร้าง โดยอัลลอฮฺนั้น มีความพิเศษเหนือมัคลูกอื่นๆ อยู่สามประการคือ มีสติปัญญา มีศาสนา และมีสิทธิในการตัดสินใจเลือก อิบลีส เป็นผู้แรกที่ใช้นิอฺมัตทั้งสามประการนี้ ในทางที่ผิด ด้วยการทรยศต่อคำสั่ง แห่งพระผู้อภิบาลของมัน ทว่ายังหัวแข็ง และดื้อด้านที่จะอยู่ในสภาพนั้น ซ้ำยังได้ขอร้องให้พระองค์ไว้ชีวิตมัน จนถึงวันกิยามะฮฺ เพื่อที่จะใช้นิอฺมัตนี้ ในการล่อลวงลูกหลานอาดัม และตกแต่งความผิดบาปให้ดูสวยงาม เพื่อชวนให้พวกเขาได้เข้านรกตามพวกมันไป

1. อัลลอฮฺได้ตรัส ความว่า "แท้จริงชัยฏอนนั้น เป็นศัตรูกับพวกเจ้า ดังนั้น จงถือว่ามันเป็นศัตรู แท้จริงแล้วมันเรียกร้องพรรคพวกของมัน เพื่อให้กลายเป็นชาวนรก" (ฟาฏิร: 6)

2. อัลลอฮฺได้ตรัส ความว่า "แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูที่ชัดเจนสำหรับมนุษย์"  (ยูซุฟ: 5)

3. จาก ญาบิรฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«إنَّ عَرْشَ إبْلِيسَ عَلَى البَـحْرِ فَيَبْعَثُ سَرَايَاهُ فَيَفْتِنُونَ النَّاسَ، فَأَعْظَمُهُـمْ عِنْدَهُ أَعْظَمُهُـمْ فِتْنَةً ».

ความว่า "แท้จริง บัลลังก์ของอิบลีสนั้น อยู่เหนือมหาสมุทร แล้วมันก็จะส่งกองทัพของมัน เพื่อล่อลวงมนุษย์ ตัวที่ร้ายกาจที่สุด ในหมู่ลูกน้องที่อยู่กับมัน คือตัวที่ร้ายกาจที่สุด ในการล่อลวง"  (บันทึกโดย มุสลิม: 2813)

ลักษณะการเป็นศัตรูของชัยฏอน

ลักษณะการแสดงออก ถึงการเป็นศัตรูของชัยฏอน ต่อมนุษย์นั้น มีหลากหลายรูปแบบ

บางครั้ง ด้วยการหลอกมนุษย์ และตกแต่งความชั่วร้าย และบาปให้ดูสวยงามแก่พวกเขา แล้วมันก็ผละจากพวกเขาโดยไม่รับผิดชอบ
บางครั้ง ด้วยการหลอกให้มนุษย์ มีความสับสนลังเลในการปฏิบัติอะมัล
บางครั้ง ด้วยการทำให้มนุษย์หลงผิด ให้สัญญาและความหวังอย่างโกหก และยุแหย่ระหว่างพวกเขา
บางครั้ง ด้วยการชักชวนและนำพวกเขาสู่การทำบาปและสิ่งต้องห้ามทั้งหลาย
บางครั้ง มันจะนั่งขวางทางการทำดีทั้งหมด เพื่อห้ามมนุษย์ไม่ให้ทำดี คอยทำให้ท้อ คอยขัดขวาง และทำให้กลัว
บางครั้ง มันพยายามให้ทะเลาะกันระหว่างมนุษย์ ด้วยการโยนความเป็นศัตรู และความโกรธเข้าใส่ระหว่างพวกเขา
บางครั้ง ด้วยการปลุกความอิจฉาริษยา และคิดไม่ซื่อในหัวใจพวกเขา
บางครั้ง ด้วยการทำร้ายพวกเขา ด้วยความชั่วร้ายและโรคต่างๆ และขัดขวางพวกเขาจากเส้นทางของอัลลอฮฺ ด้วยวิธีการเท่าที่พวกมันจะทำได้
บางครั้ง ด้วยการปัสสาวะใส่หูของมนุษย์ เพื่อให้พวกเขานอนถึงเช้า และเป่ามนตร์บนหัวของพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาตื่น

ดังนั้น ผู้ใดที่ฟัง และเชื่อตามชัยฏอน และยอมรับตามมัน เขาก็จะเป็นพรรคพวกของมัน และจะถูกเรียกชุมนุมในวันกิยามะฮฺ พร้อมพวกมัน และผู้ใดที่เชื่อฟังพระผู้อภิบาลของเขา และต่อสู้กับชัยฏอน พระองค์ก็จะปกป้องเขาจากมัน และจะทรงให้เขาได้เข้าสู่สวรรค์

1  2  3  4

หน้าหลัก

ตุลาคม 28, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม