อิสลามผู้พิชิต : อรัมภบทของผู้แต่ง

บิสมิลลาฮิรเราะฮฺมานิรร่อฮีม วัซซ่อลาตุ้วัสซ่าลามุ่อะลานะบียี่ฮี ว่า ซ่อฟิยี่ฮี
คอต่ามิลมุรซาลีน วะบะอฺดุ
:-

ข้าพเจ้าเคยพิจารณาแผนที่โลก อันเป็นแผ่นภาพ ที่แสดงถึงสัดส่วนของดินแดน และอาณาบริเวณ ที่พลเมืองในดินแดนนั้น ยอมรับศาสนาอิสลาม โดยศิโรราบในแถบต่าง ๆ ของโลกใบนี้ แรกเริ่มทีเดียว ข้าพเจ้ามีความรู้สึกพึงพอใจ และไม่คิดมาก ทั้งนี้ เพราะสาส์นแห่งอิสลาม ได้ไปถึงส่วนต่าง ๆ ของโลกใบนี้ อย่างเป็นที่น่าพอใจ แต่แล้วก็คิดขึ้นได้ ในห้วงคะนึงสุดท้าย ถึงกรณีที่อิสลาม มีทั้งได้และเสีย ทั้งในส่วนของอาณาเขต และในส่วนของผู้คน ตลอดช่วงเวลาแห่งการขับเคี่ยว อันยาวนาน จวบจนทุกวันนี้

ข้าพเจ้าพบว่า ผลลัพธ์ของการคิดคำนวณที่ได้ ก็เป็นที่น่ายินดีในระดับหนึ่ง เพราะตลอดช่วงเวลา แห่งการขับเคี่ยวอันยาวนาน เรามิได้สูญเสียสิ่งที่เราเคยมี มากมายนัก เช่น เราสูญเสียเอ็นดาลูเซีย (ในสเปน) ซิซิเลีย (ในอิตาลี) และหมู่เกาะส่วนใหญ่ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถึงกระนั้น เราก็แสวงหาส่วนอื่น มาชดเชยความสูญเสียเช่นนี้ได้ นั่นคือ เราสามารถนำเอาอาณาจักรโรมัน ตลอดจนเมืองประเทศราช ที่ขึ้นกับอาณาจักรแห่งนี้ ให้เข้าสู่ร่มชายคา แห่งศาสนาอิสลาม หลังจากต้องใช้ความอดทน และความเหนื่อยยาก ที่กินเวลานานทีเดียว

นอกจากนี้ ศาสนาอิสลามยังแผ่ยื่นไป ด้วยพลังแฝงเฉพาะตน และพิชิตดินแดนแอฟริกา ในเขตเส้นทรอปิค และบางส่วนของแอฟริกา ในเส้นศูนย์สูตร และยังได้แผ่ขยาย จนครอบคลุมอาณาบริเวณต่าง ๆ จรดมหาสมุทรแปซิฟิก โดยผนวกรวมเอาอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบางส่วนของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เข้าเป็นสมาชิกหนึ่ง แห่งครอบครัวอิสลาม  แต่หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องหวนมาพิจารณา อีกหลายครั้ง หลายคราด้วยกัน และก็ต้องมีความรู้สึกเสียดาย ตลอดจนไม่ค่อยสบายใจอยู่ในที ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะว่าพระผู้เป็นเจ้า (ซ.บ.) ได้ทรงส่งศาสนทูตของพระองค์ มาพร้อมด้วยทางนำ และศาสนาแห่งสัจธรรม เพื่อน้อมนำมนุษยชาติ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของอาดำทั้งมวล ให้เข้ารับนับถือศาสนานั้นเป็นสรณะ

ในส่วนของท่านศาสนทูต (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เองนั้น เมื่อครั้งแรกเริ่ม แห่งการสถาปนาประชาชาติอิสลาม ในมหานครม่าดีนะห์ ทุกชีวิตที่เต็มไปด้วยความศรัทธา แต่แล้วพวกเราก็เฉื่อยชา และบกพร่องกันเอง พวกเรากลับละเลิก และหยุดการรณรงค์ ไปเสียเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ได้ฝ่าฟัน มาในเส้นทางอันยาวไกล ความหมกมุ่นในประดาปัญหา อันสารพันทางโลก ได้ทำให้พวกเรา ต้องผินออกจากเป้าหมายอันสูงส่ง ทั้ง ๆ ที่พวกเรา ก็หาใช่เป็นมนุษย์ ในยุคสุดท้าย ที่วันสิ้นโลกจะเกิดในวันพรุ่ง ก็หาไม่ ประชาชาติอิสลามก็ยังคงเป็นไปด้วยดี

พระผู้เป็นเจ้า (ซ.บ.) ได้ทรงปลุกความรัก และหวงแหน ที่มีต่ออิสลาม ให้คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ในหัวใจของ อิสลามิกชน และเหล่าบุรุษ แห่งบรรพชนรุ่นแรก ๆ โดยสืบสานการเรียกร้อง ซึ่งก็ได้ตามที่ปรารถนาเอาไว้ อย่างไม่หยุดยั้ง
 
และ เราก็จะได้พบกับพระผู้อภิบาล ของพวกเรา ในวันปรโลก ในสภาพที่พวกเรานั้น ได้ปฏิบัติภารกิจ ที่ต้องมีต่อพระองค์ อย่างสมบูรณ์ ที่ต้องทำเช่นนี้ ก็เพื่อที่ว่าเราทั้งหลาย จักได้ไม่หยุดยืนนิ่งอมพะงัน เพราะถูกครอบงำ ด้วยความอัปยศอดสู เมื่อเราต่างก็นึกถึง พระดำรัสของพระองค์ ที่ความว่า “หรือพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะถูกปล่อยไว้ โดยที่บ่าวของอัลลอฮฺ ยังมิได้รู้ถึงบรรดาผู้ที่ต่อสู้ ในหมู่พวกเจ้า และมิได้ยึดถือมิตรอื่น จากอัลลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค์ ตลอดจนเหล่าผู้ศรัทธาทั้งหลาย และอัลลอฮฺนั้น ทรงรอบรู้อย่างละเอียดยิ่ง ในสิ่งที่พวกเจ้าได้ประพฤติ” (อัตเตาบะห์ โองการที่ 16)

เมื่อข้าพเจ้า ได้ย้อนกลับมามองดู แผนที่โลกอีกครั้ง เพื่อจะได้ประจักษ์ ถึงอาณาบริเวณ ที่พวกเราใช้ความพยายาม ทุ่มเทลงไปในการพิชิต เทียบกับอาณาบริเวณ ที่อิสลามได้พิชิตด้วยตนเอง โดยอาศัยวิทยปัญญา ความลึกซึ้ง และการตักเตือน ให้ฉุกคิดอย่างดีงาม จิตใจของข้าพเจ้า ก็เกิดความสงบในทันที เพราะข้าพเจ้าได้พบว่า ศาสนาอิสลามเองนั้น ได้พิชิตดินแดนต่าง ๆ มากกว่าที่พวกเราทุ่มเทไป ในการพิชิต หลายเท่าตัวทีเดียว

และ ยังพบอีกว่า การเรียกร้องสู่สัจธรรม ในประวัติศาสตร์ของเรานั้น ได้ผลเกินคาด มากกว่าอาวุธ ทุกชนิด แม้กระทั่งดินแดนต่าง ๆ ซึ่งพวกเราเคยเข้าร่วมรบพันตู เพื่อแผ่อิทธิพลสู่ที่นั่น ก็ปรากฏว่า อิสลามต่างหาก คือสิ่งซึ่งที่ได้พิชิต และเปิดหัวใจ ของพลเมืองเหล่านั้น และสถิตมั่นอยู่ในนั้น และยังได้ทำให้ดินแดนเหล่านั้น อยู่ในขอบขัณฑสีมาแห่งอิสลาม

และข้าพเจ้าก็ได้ประจักษ์แล้วถึง อัลอิสลาม นับตั้งแต่ที่พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงยกสถานภาพของโลกใบนี้ ให้สูงส่งด้วยอิสลาม ว่า อิสลามนั้นคือผู้พิชิต ผู้ชนะสิบทิศ ที่ไม่เคยปราชัย อิสลามจะพบวิถีทางของตนเสมอ ต่อการรุกล้ำเข้าสู่หัวใจ ประหนึ่งน้ำที่ใสสะอาด ที่ซึมหายไปในผืนดิน

ในที่สุด น้ำนั้น ก็ได้ทำให้ผืนดินนั้น มีชีวิตชีวา เกิดความเขียวชอุ่ม และออกดอกออกผล อันบริสุทธิ์ ในเวลาต่อมา  ข้าพเจ้าจึงขีดเขียน หน้ากระดาษเหล่านี้ ถึงอิสลามผู้พิชิต และขออุทิศให้กับ การเรียกร้องแห่งสัจธรรม ทั้งนี้ เพราะการเรียกร้องแห่งสัจธรรม คือ จุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด คือ รัศมีและทางนำ คือ ความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ ของพระผู้เป็นเจ้า ที่มีต่อมวลบ่าวของพระองค์ เฉพาะพระองค์ คือการสรรเสริญ และแส้ซร้อง และพระองค์ทรงเป็นผู้อนุเคราะห์ ต่อความดีงามทั้งมวล

กรุงไคโร ญุมาดิ้ลอูลา ฮ.ศ.1400

มีนาคม ค.ศ.1980

ดร.ฮุซัยนฺ มุอันนิส

/www.alisuasaming.com

แก้ไขครั้งสุดท้าย เมื่อ 12 มกราคม 2556

ถัดไป >

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม