Custom Search

จริยศาสตร์อิสลาม

กล่าวได้ว่า จริยศาสตร์อิสลามนั้น คืออุดมการณ์ คือรากฐาน คือแนวทางการประพฤติปฏิบัติตน ตามแนวทาง ที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ที่ถูกบัญชาใช้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นมุสลิม ผู้นอบน้อม ยอมจำนน โดยสิ้นเชิง

จริยศาสตร์อิสลาม ได้มอบความเอ็นดูเมตตา ให้หยั่งรากลึก ในจิตวิญญาณของมนุษย์ ให้มนุษย์มีความเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อสรรพสัตว์ และต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งมวล   และความเอ็นดูเมตตานี่เอง ที่นำไปสู่คุณธรรมอันประเสริฐ ซึ่งยังความผาสุก แก่สังคมทั้งหมด อย่างทั่วถึง

อิสลามได้วางระบบจริยธรรม ที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีการเพิ่มเติม ตัดทอน เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงใดๆ ได้อีก และทุกการเสริมเติมแต่ง บทบัญญัติศาสนานั้น อิสลามถือว่าเป็นโมฆะ ดังที่ท่านศาสดา มุฮัมหมัด   กล่าวว่า “ใครที่ประดิษฐ์สิ่งใดขึ้นใหม่ นอกเหนือจากคำสั่งของเรา นั้น ถือเป็นโมฆะ” (ไม่ถูกตอบรับ )                    

พระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้กำหนดคำสั่งใช้ และคำสั่งห้ามใดๆ โดยไม่มีเหตุผล ทุกคำสั่งของพระองค์นั้น เป็นการแสดงถึงความยุติธรรม ของพระองค์ อย่างแท้จริง   ดังจะเห็นได้จากการตอบแทน ผู้กระทำดี และการลงโทษผู้กระทำผิด ในดำรัสของพระองค์ที่ว่า 

"และสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้า ทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ พระองค์จะทรงตอบแทน บรรดาผู้กระทำความชั่ว ตามที่พวกเขาได้กระทำไว้ และจะทรงตอบแทน บรรดาผู้กระทำความดี ด้วยความดี "   (อันนัจมฺ / 31 )  

พระองค์จะทรงนำการงานทั้งหมด ของมนุษย์ ทั้งดีและชั่ว มาชั่งในตาชั่งความดีความชั่ว ของพระองค์ ซึ่งไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงสภาพ และวิธีการชั่งของพระองค์  แต่แน่นอนที่สุดว่า การชั่งความดีความชั่ว ของพระองค์ ในวันแห่งการตัดสินนั้น ละเอียดถี่ถ้วน และเที่ยงธรรมอย่างที่สุด  พระองค์ได้แจ้งถึงการตัดสินของพระองค์ ในดำรัสที่ว่า
        
"และ เราจะตั้งตราชูที่เที่ยงธรรม สำหรับวันกิยามะฮฺ ( วันปรโลก ) ดังนั้น จะไม่มีชีวิตใด ถูกอธรรมแต่อย่างใด และแม้ว่ามันจะมีน้ำหนัก เพียงเท่าเมล็ดพืชเล็กๆ  เราก็จะนำมาแสดงให้เห็น และเป็นการพอเพียงแล้วสำหรับเรา ที่เป็นผู้ชำระสอบสวน "  ( อัลอัมบิยาอฺ 21 / 47 )       

"และ การชั่งในวันนั้น เป็นความจริง ดังนั้น ผู้ใดที่ตราชูของเขาหนัก ชนเหล่านี้แหละ คือผู้ที่ได้รับความสำเร็จ และผู้ใดที่ตราชูของเขาเบา ขนเหล่านี้แหละ คือผู้ที่ก่อความขาดทุน ให้แก่ตัวของพวกเขาเอง เนื่องจากการที่พวกเขา มิได้ให้ความเป็นธรรม แก่บรรดาโองการของเรา"  ( อัลอะอฺร็อฟ 7/ 8-9)   
      
และภายหลังจากการตัดสิน อันเที่ยงธรรม ของพระองค์แล้ว จะมีกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าพำนักในสรวงสวรรค์ และ อีกกลุ่มหนึ่ง เข้าสู่ขุมนรก ดังดำรัสที่ว่า  

"ส่วนบรรดาผู้ศรัทธา และประกอบสิ่งที่ดีงาม ทั้งหลายนั้น พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขา โดยครบถ้วย ซึ่งรางวัลของพวกเขา และจะทรงเพิ่มให้แก่พวกเขาด้วย จากความกรุณาของพระองค์ และส่วนบรรดาผู้ที่หยิ่ง และยโสนั้น พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขา ด้วยการลงโทษอันเจ็บแสบ และพวกเขาจะไม่พบผู้คุ้มครอง และผู้ช่วยเหลือใดๆ สำหรับพวกเขา อื่นจากอัลลอฮเลย " ( อันนิซาอฺ4  / 173 )
 
นี่คือสิ่งที่อิสลาม มอบแด่มนุษยชาติ  เพื่อให้ผู้ศรัทธา เป็นผู้นอบน้อม จำนนต่อพระองค์  เป็นผู้รำลึกนึกถึงพระองค์ เป็นอาจิณ เป็นผู้คิดบัญชีตัวเองอยู่เสมอ  ไม่อธรรมผู้ใด ไม่บิดพลิ้วคดโกง ไม่เย่อหยิ่งจองหอง และมีความละอายต่อพระองค์ ไม่ว่าอยู่ในที่ลับ หรือที่เปิดเผยก็ตาม          

" การตอบแทนของพวกเขา ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา คือสวนสวรรค์หลากหลาย อันสถาพร ณ เบื้องล่างของสรวงสวรรค์นั้น มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้น ตลอดกาล อัลลอฮทรงปิติต่อพวกเขา และพวกเขาก็ยินดีในพระองค์ นั่นคือ สำหรับผู้ที่กลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา"   ( อัลบัยยินะฮฺ 98 /8 ) 

ความสำคัญของจริยศาสตร์อิสลาม ต่อชีวิตมนุษย์

ไม่ว่าสังคมชนชั้นใด หากสมาชิกในสังคม ไม่มีความสัมพันธ์ อย่างแน่นแฟ้น ในด้านคุณธรรมจริยธรรม  ความสงบสุข ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจซึ่งกันในสังคม ย่อมไม่อาจมีได้  และหากสังคมกำหนด ให้การมีอยู่ของสังคม ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ ทางด้านวัตถุ เพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงเป้าหมายที่สูงส่ง และมั่นคงยิ่งกว่า วิถีชีวิตของสังคมนั้นๆ ย่อมไม่จีรังยั่งยืน ความอยู่รอดของสังคม จึงไม่ได้อยู่ที่เงินตรา ชื่อเสียง ความสะดวกสบาย แต่จำเป็นที่จะต้องตั้งอยู่ บนพื้นฐานจริยธรรม อย่างน้อย 2 ประการ นั่นคือ ความแน่วแน่มั่นคง และ การเป็นที่ยอมรับไว้วางใจ   จริยธรรมที่สูงส่ง จึงถือเป็นสิ่งจำเป็น ที่ทุกสังคมจะขาดเสียไม่ได้ จริยธรรมเป็นเสมือนแกนกลาง ที่ประสาน หรือสร้างความสัมพันธ์อันดี แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อใดที่จริยธรรมดับสูญ เมื่อนั้นสมาชิกในสังคม จะแตกแยก ขาดความรัก สมัครสมานสามัคคี และขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เมื่อตามหลักเกณฑ์สากล จริยศาสตร์มีความสำคัญถึงเพียงนี้  สำหรับทัศนะอิสลามแล้ว จริยศาสตร์มีความสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่า  ดังจะเห็นได้ จากการที่อิสลาม กำหนดการตอบแทน และการลงโทษ สำหรับมนุษย์ ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า ดังตัวอย่าง ที่อัลกุรอานได้บอกเรา ไว้ถึงการลงโทษ แก่กลุ่มชนที่ปราศจากจริยธรรม ดังในดำรัสที่ว่า

"และแท้จริง เราได้ทำลายประชาชาติ จากศตวรรษก่อนจากพวกท่าน ไปแล้ว เมื่อพวกเขาเป็นผู้อธรรม"    ( ยูนุส 10 / 13 ) 

"และพระเจ้าของเจ้า ไม่ทรงทำลายหมู่บ้านใด โดยอยุติธรรม โดยที่ประชากรของหมู่บ้านนั้น เป็นผู้ฟื้นฟู ทำความดี"    ( ฮู๊ด 11 / 117)
          
อิสลามให้ความสำคัญ กับจริยธรรมอย่างมาก เพราะอิสลาม ถือว่าจริยธรรม เป็นเรื่องที่จำเป็น และสำคัญยิ่ง ต่อความสงบยั่งยืน ของสังคม พฤติกรรมของมนุษย์ เชื่อมโยง ผูกติด กับอุปนิสัย ภายในเสมอ เสมือนดั่งความสำพันธ์ ของกิ่งก้านสาขา ของต้นไม้ ที่มีต่อรากไม้ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดิน พฤติกรรมอันดีงาม ก็เป็นผล จากการมีจริยธรรมงดงาม กิ่งก้านจะงดงาม แข็งแรง รากแก้วก็ต้องงดงาม และแข็งแกร่งด้วยเช่นเดียวกัน

" และ เมืองที่ดีนั้น ( มีดินดี ) ผลิตผลของมัน จะงอกออกมา ด้วยอนุมัติแห่งพระเจ้าของมัน        และเมืองที่ไม่ดีนั้น  ผลิตผลของมันจะไม่ออก นอกจากในสภาพแกร็น" ( อัลอะรอฟ 7 / 58 )     

ดังนั้น แผนการปฏิรูปบุคคล และ สังคม จึงต้องปลูกฝัง  บ่มเพาะที่จิตใจ เป็นอันดับแรก อิสลามจึงมุ่งเน้น ที่การขัดเกลาจิตใจ เพื่อขจัดความสกปรกขุ่นมัว อันเป็นจุดกำเนิดของพฤติกรรม ที่ไม่ดีงาม ทั้งหลาย       

" แท้จริง อัลลอฮ จะมิทรงเปลี่ยนแปลง สภาพของชนกลุ่มใด เว้นแต่พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพ  ของพวกเขาเอง"  ( อัรเราะดฺ 13 / 11 )
 
อิสลามตระหนักดีว่า หากกฏเกณฑ์จริยธรรมทางสังคม ถูกละเลยเพิกเฉยไปแล้ว แน่นอนที่สุดว่า การหลอกลวง หักหลัง การคดโกงบิดพลิ้ว การโกหก การหลั่งเลือด การละเมิดในสิ่งต้องห้าม และในสิทธิต่างๆ ย่อมเกิดขึ้น มนุษยธรรมจะมีเพียงแต่ชื่อ ไม่มีความรัก ไม่มีการช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่มีความเอ็นดูเมตตา และไม่มีความความบริสุทธิ์ใจ เมื่อนั้น สังคมจะกลายเป็นขุมเพลิง ที่มนุษย์ไม่อาจต้านทานความร้อนระอุ และทนรักษาชีวิต ในขุมเพลิงนั้นได้ เพราะโดยธรรมชาต ิความเป็นมนุษย์แล้ว มนุษย์ย่อมต้องอาศัยพึ่งพา เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และโดยธรรมชาติ ความเป็นมนุษย์ อีกเช่นกัน ที่มนุษย์มักต้องการอำนาจ ปรารถนาที่จะครอบครอง เห็นแก่ตัว และต้องการแก้แค้น  

"และ เมื่อเขาให้หลังไปแล้ว เขาก็เพียรพยายาม เพื่อก่อความเสียหายในแผ่นดินนั้น และทำลายพืชผล และเผ่าพันธุ์ และอัลลอฮนั้น ไม่ทรงชอบการก่อความเสียหาย" ( อัลบะเกาะเราะฮ 2 / 205 )

และนี่เอง คือเหตุผลที่อิสลาม ต้องให้ความสำคัญ ต่อจริยธรรม ด้วยการวางรากฐาน ตลอดจนกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็น ต่อผู้เป็นมุสลิมทุกคน ที่จะต้องยึดถือ และดำเนินตาม จริยศาสตร์อิสลาม จึงหาใช่เป็นเพียงกฎเกณฑ์ ที่ถูกวางไว้เท่านั้น แต่ถือเป็นบัญชา จากพระเจ้า ที่ประมวลไว้ ด้วยคำสั่งใช้ คำสั่งห้าม สิ่งที่อนุมัติ และสิ่งที่พึงระวัง จากพระองค์ ดังนั้น ใครที่เชื่อฟังพระองค์ ก็จะได้รับการตอบแทน และใครที่ฝ่าฝืนพระองค์ ก็จะได้รับการลงโทษ 

ย้อนกลับ  ถัดไป

หน้าหลัก

สิงหาคม 29, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม